วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นายกฯ นำประชุม คตท. ลั่น ไม่สนโพลความรู้สึก ยึดเอาข้อมูลหลักฐานเชื่อถือได้ ยกตัวอย่างทุจริตท้องถิ่นตอนนี้แข่งกันทำงานแล้ว บอกให้ความร่วมมือทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประเทศได้รับความเชื่อมั่นจากนานาชาติ
เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะกรรมการเข้าร่วม โดยนายอนุทิน กล่าวเปิดประชุมตอนหนึ่งว่า ในเวทีนานาชาติเราได้รับความเชื่อมั่นและเป็นที่ไว้วางใจจากนานาชาติ หัวใจของการปฏิรูปไม่ใช่แค่เพียงป้องกันการทุจริต แต่เป็นการยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความโปร่งใสความรับผิดชอบและการตรวจสอบได้ ซึ่งเราต้องยอมรับว่าระบบมีช่องว่าง ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูป เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงการเพิ่มคะแนนหรือจัดลำดับให้ดีขึ้น ลำดับที่เป็นความรู้สึกของประชาชนตนไม่นับ เพราะไปถามใครคนที่ไม่ชอบรัฐบาลก็บอกโกง คนชอบรัฐบาลก็บอกไม่โกงหาสาระอะไรไม่ได้ หาหลักฐานการอ้างอิงไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องยึดถือเรื่องการอ้างอิง และมีหลักฐานมาประกอบเพื่อให้เป้าหมายของเราถูกต้อง
นายอนุทิน กล่าวว่า การที่เราไปถามว่าความรู้สึกของประชาชนทั้งในและนอกประเทศเป็นอย่างไรต่อเรื่องคอรัปชั่นแล้วได้คำตอบว่าไม่ดีระดับลดลงไปในอีกทางหนึ่งก็ทำให้ภาพพจน์ของประเทศเสียหายลงไปด้วย เราต้องมาเน้นเรื่องการป้องกันและปราบปรามดำเนินคดีอย่างเข้มงวดอย่างที่สุดตรงนี้คือสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการมาโดยตลอด เราได้ประกาศตัวเป็นศัตรูกับการคอรัปชั่นทุกรูปแบบ การค้ายาเสพติด ปราบปรามสแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ มีการฟอกเงินมีการยึดทรัพย์จำนวนมาก ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้รายงานมาตลอดว่าช่วงที่รัฐบาลนี้เข้ามามีการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดกฎหมายไปแล้วประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เป็นสิ่งที่จับต้องได้มีหลักฐานอย่างชัดเจนและยังมี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท.) คอยเป็นผู้ที่ดำเนินการสอบสวนแจ้งความดำเนินคดีและลงโทษผู้กระทำผิด
นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยมีหน่วยงานรับผิดชอบด้านนี้มากมาย ยกตัวอย่างเรื่องการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น คนบอกว่าให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องสอบสวนเองเท่ากับเอาจำเลยมาสอบตัวเองไม่ใช่เลย เพราะมีหน่วยงานที่เริ่มทำมาอยู่แล้ว อย่างป.ป.ช. ปปง. ปปท. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงมีคณะกรรมการที่ตนแต่งตั้งให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธาน ได้สืบสวนสอบสวนขยายผลและประสานทุกหน่วยงานทำให้การปราบปรามดำเนินคดีและการดำเนินการต่อการทุจริต เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ยิ่งตอนนี้เหมือนแข่งกันทำด้วยซ้ำ ตนเชื่อว่าไม่มีหน่วยงานไหนหรือคนที่พยายามวิ่งเต้นหลุดคดีสามารถไปทำเช่นนั้นได้ เพราะมีหน่วยงานคู่ขนานทำงานอย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนของรัฐบาลในการเข้าไปสร้างระบบ และสร้างความน่าเชื่อถือในการเร่งรัดป้องกันปราบปรามการกระทำทุจริตทุกรูปแบบ
และยังมี คตท.ชุดนี้ที่ประชุมกันอยู่ ก็ขอความร่วมมือให้เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงประสานงานทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ภาควิชาการให้ทำงานบนฐานข้อมูลเดียวกันมีเป้าหมายเดียวกัน และผลักดันการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบและกระบวนการ ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดใช้ดุลยพินิจเพื่อความโปร่งใสและยกระดับการต่อต้านทุจริต จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสู่การป้องกันเชิงระบบอย่างยั่งยืน รัฐบาลชุดนี้พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของคตท.อย่างเต็มที่และขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันทำงานด้วยความมุ่งมั่น กล้าปรับเปลี่ยนกล้าปฏิรูป และยืนยันสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับภาครัฐไทย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาลโปร่งใสได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนและนักลงทุนและนานาประเทศ ตนยินดีมากที่ได้ทำงานร่วมกับพวกท่านในที่นี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี