วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อพูดถึง “โรคพาร์กินสัน” นึกถึงอะไร ?
3 อันดับในใจของคนส่วนใหญ่มักเป็น มือสั่น เดินลำบาก และ ผู้สูงอายุ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าคำตอบเหล่านั้นเป็นเพียงปลายทาง จุดเริ่มต้นที่แท้จริงคืออาการที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เป็นสัญญาณเตือนของสมองที่เริ่มมีความเสื่อม และนำไปสู่โรคพาร์กินสันได้ในที่สุด อาการเหล่านั้นก็คือ การนอนละเมอ การดมกลิ่นลดลง ท้องผูก และ ภาวะซึมเศร้า ซึ่งหลายคนอาจคาดไม่ถึง
“โรคพาร์กินสัน ไม่ได้เริ่มต้นในวันที่คนไข้มือสั่น แต่เริ่มต้นก่อนหน้านั้นมานาน” ศ.นพ.รุ่งโรจน์ พิทยศิริ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน และกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อธิบายถึงธรรมชาติของโรคที่คนส่วนมากเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเน้นย้ำถึงสิ่งที่อาการที่เห็นภายนอกอย่างอาการมือสั่น เดินลำบาก เป็นปลายทางของความเสื่อมในสมองที่ค่อย ๆ ดำเนินมาโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว

ศ.นพ.รุ่งโรจน์ พิทยศิริ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน และกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
“เห็นภายนอกบางคนอาจเดินเหมือนคนปกติ ไม่มีอาการสั่น ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ ยังทำงาน ยังดูแลครอบครัวได้เหมือนเดิม แต่ความเสื่อมภายในอาจเริ่มขึ้นแล้ว นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมาพบแพทย์ในวันที่มีอาการ เพราะสัญญาณในระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งที่ดูธรรมดา” ศ.นพ.รุ่งโรจน์ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการคัดกรองโรคนี้ และนี่คือความพยายามของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันฯ ที่ทำให้การค้นหาโรคไม่ต้องรอให้ผู้ป่วยเดินเข้ามาหา แต่ลงไปถึงพื้นที่จริงทั่วประเทศ เพื่อให้คนทั่วไปได้เริ่มต้นสังเกตตัวเองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
คัดกรองพาร์กินสันไว เพื่อสุขภาพคนไทยที่ยั่งยืน
ภายในอาคารอเนกประสงค์พระธรรมมังคลาจารย์ วิ. วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยผู้คนที่มาให้การต้อนรับทีมจากสภากาชาดไทย และศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันฯ ที่มาลงพื้นที่คัดกรองโรค ซึ่งหัวใจสำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือ ให้ทุกคนได้รู้ว่า อาการเล็ก ๆ ที่เคยมองข้าม แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคพาร์กินสัน และหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและคนรอบตัวต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ตอนนั้นที่รู้ว่าเป็นพาร์กินสัน รู้สึกเหมือนฟ้าผ่า ช็อกเลยนะ ร้องไห้สองวันสองคืน ขังตัวอยู่ในห้อง คือโลกนี้มันเหมือนมันดับวูบไปเลย” เสียงจาก คุณมาริษา โชคพัชรเวสน์ ผู้ป่วยที่พบโรคพาร์กินสันตั้งแต่อายุ 35 ปี เล่าย้อนถึงวันที่ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “เริ่มจากที่เวลาที่เดินมันจะเสียงดังมาก ดังต๊อกแต๊ก ๆ รองเท้าจะลอยไปข้างหน้าตลอด และทุกคืนก็จะนอนละเมอเดินออกจากบ้านเลย บางครั้งนั่ง ๆ อยู่น้ำลายไหลไม่รู้ตัว มีครั้งหนึ่งที่กินข้าวบูดอย่างปกติ เพราะไม่ได้รับรส ไม่ได้กลิ่น ตอนนั้นไม่ได้คิดถึงพาร์กินสันเลย”
.jpg)
การนอนละเมอ การดมกลิ่นลดลง ท้องผูก และ ภาวะซึมเศร้า อาการเหล่านี้หากมองแยกกัน อาจเป็นเพียงเรื่องเล็กในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อเชื่อมเข้าด้วยกันกลับกลายเป็นสัญญาณของโรคที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่ทันสังเกต
“อาการที่สำคัญมากที่สุด คือ อาการนอนละเมอ ซึ่งเป็นอาการที่จะนำมาก่อนอาการการเคลื่อนไหวผิดปกติ ถ้าพบว่านอนละเมอ แขนขาขยับตอนนอน หรือส่งเสียงตอนหลับ เกิดขึ้นบ่อย ๆ นับว่ามีความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็นโรคพาร์กินสัน ดังนั้นครอบครัวหรือคนรอบข้างก็สำคัญในการสังเกตอาการนี้ รวมถึงอาการอื่น ๆ เช่น การได้กลิ่นลดลง ท้องผูก ซึมเศร้า ถ้ามีหลาย ๆ อย่างรวมกัน ควรได้รับการคัดกรองพาร์กินสันโดยเร็ว” นพ.ศุภกร แย้มอุทัย แพทย์ประจำศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันฯ ที่มาลงพื้นที่เพื่อชาวฉะเชิงเทรา บอกเล่าถึงการคัดกรองโรคพาร์กินสันในครั้งนี้

มาริษา โชคพัชรเวสน์ ผู้ป่วยที่พบโรคพาร์กินสันตั้งแต่อายุ 35 ปี
“การรู้เร็วนั้นดีแน่นอน อย่างแรกคือ ได้รักษา ถ้ารู้เร็ว รักษาเร็ว คุณภาพชีวิตจะดีขึ้น และถ้าได้รับการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม ก็สามารถชะลอการดำเนินของโรคได้ หรือว่าในคนที่มีความเสี่ยงยังไม่แน่ชัดว่าเป็นโรคนี้ ก็จะมีแนวทางการปฏิบัติตัวเพื่อลดการพัฒนาของโรค หรือลดความเสี่ยง ช่วยลดโอกาสที่เขาจะเป็นโรคพาร์กินสันได้”
ยืนยันจากคุณมาริษาที่อยู่กับโรคนี้มานานถึง 18 ปี กล่าวว่า “พอหลังจากที่ได้มารักษาแล้วก็มาได้รับความรู้จากทางคุณหมอ ก็มีความรู้สึกว่าโรคมันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด เจอเร็วควบคุมอาการได้ดี หมั่นออกกำลังกาย กินยาให้เป็นเวลา ที่เขาบอกกันว่าอีก 5 ปี ก็นั่งรถเข็นแล้ว แต่ตอนนี้เราเป็นมา 18 ปี แล้วก็ยังเดินได้”

นพ.ศุภกร แย้มอุทัย
ศ.นพ.รุ่งโรจน์ พิทยศิริ เน้นย้ำทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “มีความเชื่อที่บอกกันว่าเป็นพาร์กินสัน 5 ปี ติดรถเข็น 10 ปี ติดเตียง ตรงนี้ไม่จริงเสมอไป อยู่ที่ว่าผู้ป่วยจะรู้และเข้ารับการรักษาเมื่อไหร่ การมาพบแพทย์ช้า อาจทำให้ปัญหาบานปลาย เมื่ออาการเยอะแล้วจะมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน มีผลต่อการทำงาน มีผลต่อครอบครัว รวมไปถึงเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้น เราจึงต้องไปค้นหา ทำให้คนเข้าถึงการรักษาเร็วขึ้น ไม่ใช่รอรับคนที่มีอาการเยอะ ๆ ที่โรงพยาบาลอย่างเดียว นี่คือเหตุผลที่เราพยายามลงพื้นที่ให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงนำเทคโนโลยีที่ช่วยในการคัดกรองอย่างแอปพลิเคชัน CheckPD มาให้เข้าถึงทุกคน ทุกคนสามารถคัดกรองด้วยตัวเอง หรือคัดกรองคนในครอบครัว ก็ได้ประโยชน์กับครอบครัวของท่านเองด้วย”
.jpg)
โรคพาร์กินสันอาจเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่เรายังคิดว่าตัวเองปกติดี ซึ่งสัญญาณเตือนกลับเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่เจออยู่ทุกวันจนมองข้ามไป ไม่ว่าจะเป็นการนอนละเมอ การดมกลิ่นลดลง ท้องผูก หรือภาวะซึมเศร้า หากวันนี้สังคมไทยเริ่มรู้จักโรคนี้เร็วขึ้น เข้าใจโรคนี้มากขึ้น และเข้ามาคัดกรองตั้งแต่ยังไม่มีอาการชัดเจน ก็อาจช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยได้เข้าถึงการรักษาเร็วขึ้น รักษาคุณภาพชีวิตไว้ได้นานขึ้น โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันที่โรคเดินทางมาไกลจนสายเกินไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี