วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พ.ศ. 2543 เจ้าของนามปากกา ศศิวิมล และได้รับการยกย่องเชิดชูเป็น 1 ใน 52 นายช่างเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ยุค 200 ปี
.jpg)
.jpg)
สาธารณชนคุ้นเคยกับจักรพันธ์ุในนามจิตรกรเอก บ้างก็รู้จักในนามศิลปินผู้มากความสามารถ เพราะเขียนภาพคน สัตว์ ดอกไม้ และตัวละครในวรรณคดีได้งดงามราวกับมีชีวิตจริง บ้างก็รู้จักในนามครูอาจารย์ด้านศิลปะ บ้างก็รูจักในนามช่างทำหุ่นกระบอกเล็กที่สร้างสรรค์จนหุ่นกระบอกเคลื่อนไหวได้ราวกับมีลมหายใจ
.jpg)
ศิลปินแห่งชาติรายนี้เกิดเมื่อ 16 สิงหาคม 2486 ปัจจุบันอายุเกือบ 83 ปีเต็ม จบการศึกษาจากคณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย
.jpg)
ศิลปินผู้นี้มีหลายบทบาท เป็นทั้งช่างวาดรูปที่ผลงานแต่ละชิ้นล้วนมีราคาแพงติดอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย เป็นครู เป็นศิลปิน เป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน เป็นคนมีวาทศิลป์ เป็นคนที่ให้มุมมองที่ควรคิดกับสังคม (แต่ไม่ชอบให้สัมภาษณ์กับสื่อฯ) แม้จะเป็นคนดังของสังคม แต่ก็ไม่ชอบไปงานสังสรรค์ใด ๆ แต่พอใจที่จะทำงานศิลป์อยู่ในบ้าน
.jpg)
.jpg)
จักรพันธ์ุเป็นคนที่ใครก็ตามเมื่อได้มีโอกาสพูดคุยด้วยแล้วจะรู้ได้โดยพลันถึงความคมของวาทะ เขาเคยเขียนไว้ว่า ...หากจะไม่ยอมกระทำตามโดยเด็ดขาด ก็คือทำบ้านเป็นพิพิธภัณฑ์ ในคนมาสอนรู้สอดเห็น ...เราเองก็เป็นคนช่างเก็บ แต่ไม่อยากให้ใครมารับรู้ ไม่ชอบให้คนมาบุกบ้าน อันเป็นนิวาสถานส่วนตัว ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ถึงตายแล้วก็เหมือนกัน จะเป็นผีคอยแหกอก แลบลิ้นปลิ้นตาหลอนหลอกพวกอยู่ไม่สุข เข้ามารุกแดนกระหน่ำ...
.jpg)
แต่ด้วยความที่จักรพันธ์ุมีผลงานชิ้นวิเศษอยู่มากมายจนเกินบรรยายให้สิ้นสุด ก็จึงถูกรบเร้าเว้าวอนอ้อนขอให้เปิดบ้านเพื่อแสดงผลงานอันวิเศษให้ปรากฏต่อสายตาชาวประชาผู้สนใจใคร่ชมงามศิลป์ชั้นเยี่ยม ในที่สุดจักรพันธ์ุก็ยอมเปิดบ้านที่ถนนสุขุมวิท 62 ให้เป็นโรงแสดงมหรสพเป็นครั้งเป็นคราว เป็นห้องแสดงนิทรรศการหมุมเวียน
.jpg)
ว่ากันว่าเมื่อเขาเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 เขาวาดภาพด้วยสีฝุ่น คือภาพพรานบุญจับมโนราห์ เมื่ออาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ เห็นงานก็ถึงกับต้องเชิญตัวจักรพันธุ์ไปหาและกล่าวว่าขอให้รักษางานจิตรกรรมไทยไว้ด้วย นอกจากภาพวาดแล้ว ยังมีหุ่นกระบอกต่าง ๆ เช่น หุ่นสามก๊ก หุ่นลิลิตตะเลงพ่าย และจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดตรีทศเทพ กรุงเทพฯ และที่วัดเขาสุกิม จันทบุรี เป็นต้น แม้ภาพเหล่านั้นจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ก็ตาม แต่ก็งดงามตามแบบฉบับของจักรพันธุ์
.jpg)
.jpg)
เชื่อเหลือเกินว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยต้องคุ้นเคยกับผลงานชิ้นเอกของจักรพันธ์ุมาตั้งแต่หลายทศวรรษที่ผ่านมา หลายคนน่าจะรู้จักงานศิลป์ของเขาตั้งแต่ก่อนรู้จักตัวจริง ๆ ด้วยซ้ำไป เพราะภาพเขียนแสนสวยของจักรพันธุ์ได้ถูกนำไปทำปฏิทินมาแล้ว โดยเฉพาะภาพนางและบุคคลในวรรณคดีไทย เช่น พระลอ พระอภัยมณี รวมถึงภาพฉุยฉาย ภาพพระนาง แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ 9
.jpg)
.jpg)
.jpg)
นับตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2569 จักรพันธุ์และเหล่าบรรดาลูกศิษย์ และผู้ให้การสนับสนุนจักรพันธุ์ มีความยินดีที่ได้บังเกิดจักรพันธุ์ โปษยกฤต พิพิธภัณฑ์ โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 58 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ แต่ขอย้ำว่าพิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการสัปดาห์ละหนึ่งวัน ในวันอาทิตย์ เวลา 10.00-16.00 น. เท่านั้น
.jpg)
ตัวพิพิธภัณฑ์เปรียบเสมือนอยู่ในสวนป่า รายรอบและอุดมไปด้วยพรรณพฤกษานานาชนิด ให้ความรื่นรมย์ร่มรื่นเขียวชะอุ่ม มีศาลาพระ และมีตัวอาคารพิพิธภัณฑ์อยู่ภายในสวน โดยห้องจัดแสดงงานแบ่งเป็นสองส่วน คือห้องจักรพันธุ์หนึ่งและสอง ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ส่วนห้องจำหน่ายผลงานศิลปะ และโรงละครหุ่นเล็กอยู่ที่ชั้น 2 ส่วนชั้นล่างเป็นโถง มีของกินเล็ก ๆ น้อย ๆ จำหน่าย และมีก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงต้นตำรับของเมืองจันท์จำหน่ายด้วย
.jpg)
ห้องจักรพันธุ์หนึ่งและสองจัดแสดงหุ่นเล็ก และภาพวาดประมาณ 100 กว่าชิ้น โดยภาพวาดนั้นจัดเป็นนิทรรศการหมุนเวียน ส่วนหุ่นเล็กแยกเป็นสองห้อง ห้องหนึ่งเป็นหุ่นเรื่องโจโฉแตกทัพเรือ และอีกห้องคือหุ่นเล็กเรื่องตะเลงพ่าย ขอกระซิบว่าแค่ได้เห็นหุ่นพระสุพรรณกัลยาก็เป็นบุญตาแล้ว เพราะงดงามเกินบรรยาย ส่วนเครื่องประดับของหุ่นตัวนี้ก็เป็นอัญมณีแท้ (ทับทิมแท้)
.jpg)
แค่เพียงการได้ชมภาพวาดของจักรพันธ์ุ์อย่างใกล้ชิดด้วยตาของตัวเราเอง ก็นับว่าเป็นบุญตาแล้ว แล้วยิ่งได้ชมหุ่นเล็กอย่างใกล้ชิดด้วย ก็ยิ่งนับว่าเป็นบุญตาอย่างที่สุด เพราะทั้งภาพวาดและหุ่นเล็กแสนจะงดงาม ภาพเขียนของจักรพันธ์ุมีมนต์เสน่ห์อย่างมาก ดูแล้วราวกับมีชีวิตชีวา สีสันที่ใช้วาดก็อ่อนหวานดูสบายตา ส่วนหุ่นเล็กนั้น แม้จะรู้ว่าคือหุ่นที่ประดิษฐ์ขึ้นมา แต่เมื่อดูที่หน้าตา ดูเสื้อผ้าแพรพรรณที่หุ่นสวม แม้หุ่นจะอยู่นิ่ง ๆ แต่ก็ทำให้รับรู้ได้ว่าเสมือนสิ่งมีชีวิต แล้วยิ่งในวันที่มีการแสดงเชิดหุ่นด้วยแล้ว ต้องยอมรับว่าหุ่นทั้งหมดเสมือนสิ่งมีชีวิตโดยแท้
.jpg)
.jpg)
หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี เคยพูดถึงการเชิดหุ่นกระบอกเรื่องสามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ โดยฝีมือของจักรพันธ์ุและบรรดาลูกศิษย์ว่า ...ความจริงหน้าหุ่นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวตามอารมณ์ไม่ได้ แต่คนเชิดหุ่นสามารถเชิดหุ่นจิวยี่ ได้จนใบหน้าหุ่นแสดงอารมณ์ออกมา แสดงให้เห็นความหยิ่งผยอง แสดงให้เห็นความอหังการของแม่ทัพ และในยามแค้น ก็แสดงให้เห็นความแค้นได้อย่างที่คนดูไม่ต้องนึกเอาเอง...
.jpg)
ปัจจุบัน จักรพันธ์ุป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์ ยังต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้านสุขุมวิท 63 แต่พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ก็ยังดำเนินต่อไปด้วยความรักและศรัทธาในตัวอาจารย์โดยเหล่าบรรดาลูกศิษย์ และผู้ที่เชื่อมั่นในตัวจักรพันธุ์
.jpg)
.jpg)
คนที่ได้ไปร่วมพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์บอกว่า ในวันเปิดงานมีผู้คนมากมายไปรวมตัวกัน มีสื่อมวลชนหลายสำนักหลายแขนงไปรายงานข่าว จักรพันธุ์นั่งบนรถเข็น โดยมีวัลลภิศร์ สดประเสริฐ ศิษย์เอกของจักรพันธ์ุเข็นรถ ไม่มีคำพูดมากมายนักจากจักรพันธ์ุ แต่มีภาพประทับใจปรากฏเมื่อรถเข็นของจักรพันธุ์ถูกเข็นผ่านป้ายที่เขียนว่า
.jpg)
...ขึ้นชื่อว่า ‘ช่างเขียน’ จะมีบทความใดบอกเล่าชีวิตได้ดีกว่าผลงานภาพเขียน... คนที่เห็นเหตุการณ์วันนี้บอกว่า เห็นจักรพันธุ์นั่งมองความเคลื่อนไหวในงานอย่างสงบนิ่ง แต่เชื่อว่าในใจคงจะปีติอย่างที่สุด เมื่อเห็นพิพิธภัณฑ์จักรพันธ์ุ โปษยกฤต มีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้ว
.jpg)
หมายเหตุ พิพิธภัณฑ์จักรพันธ์ุ โปษยกฤต ตั้งอยู่ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 58 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เปิดให้บริการเฉพาะวันอาทิตย์ เวลา 10.00-16.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 300 บาท นิสิตนักศึกษา 150 บาท นักเรียนประถมและมัธยม 100 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี เข้าชมฟรี แต่หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ โปรดติดต่อไปก่อน เพราะสามารถเปิดให้เข้าชมได้ในวันพุธ เป็นกรณีพิเศษ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี