วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
'เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม'
พระปฐมบรมราชโองการ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ วันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม 2493
สวนจิตรลดาเขต พระนิเวศน์ ณ ธานี
เนาองค์พระทรงศรี นคเรศรภูมินทร์
เขตวังมโหฬาร์ ทศนาฉมาจินต์
แลท้องสนามติณ ฤก็ขึ้นระเบียบเคียง
เป็นที่ ธ ทดลอง กิจผองก็รายเรียง
นาไร่ผิว์มองเมียง จะเจอพืชและยุ้งฉาง
โคนมก็มีอยู่ พิศดู ณ ตามทาง
บ่อปลากะไว้วาง ก็เพาะพันธุมัจฉา
มากยิ่งละสิ่งหลาก ละก็ยากจะพรรณา
ตัวอย่างก็ยกมา ฤก็เห็นจะเพียงพอ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชนิพนธ์นำชมพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ไว้ใน คำฉันท์ดุษฎีสังเวย และกาพย์ขับไม้กล่อมพระศรีนารัฐราชกิริณี ในพระราชพิธีขึ้นระวางสมโภชช้างสำคัญที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อ พ.ศ. 2520 ตอน ชมเมือง
ในรัชสมัยแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองกำลังพัฒนาในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้เจริญทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ เพื่อให้อาณาประชาราษฎร์มีความสุขเกษม ดังนั้น การที่เราได้เกิดมาภายใต้พระร่มพระบรมโพธิสมภารแห่งพระองค์ท่านจึงถือได้ว่าเป็นความโชคดีอย่างที่สุด และด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน จึงทำให้ประชาชนชาวไทยมีความสุข ความเจริญมาจนทุกวันนี้

พสกนิกรต่างสำนึกเป็นอย่างดีว่าพระองค์ท่านทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ตลอดเวลา ด้วยมีพระราชประสงค์ให้คนไทยอยู่เย็นเป็นสุขตามอัตภาพ ดังนั้น พระองค์จึงมีพระราชดำริว่าด้วยเศรษฐกิจพอเพียง นับเป็นแนวคิดปรัชญาที่จุดประกายนำไปสู่การพัฒนาและสร้างสรรค์ให้ประเทศชาติของเราเจริญรุ่งเรือง แล้วยังทำให้หลายประเทศบนโลกใบนี้น้อมนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ด้วย

สวนจิตรลดาฯ หรือพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน นับเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญในด้านการเกษตร การประมง การพลังงานทดแทน เป็นต้น โดยทรงใช้หลักการวิทยาศาสตร์ในการศึกษาทดลอง เพื่อแสวงหามิติใหม่แห่งภูมิปัญญาแห่งแผ่นดิน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทดลองในพื้นที่พระตำหนักจิตรลดาฯ เขตพระราชฐานที่ประทับของพระองค์ ดังนั้น พระราชฐานแห่งนี้จึงได้รับการยอมรับว่า เป็นพระราชวังที่ไม่เหมือนพระราชวังใด ๆ บนโลก เพราะเป็นห้องทดลอง เป็นศูนย์การวิจัยในด้านเกษตรกรรม ประมง ปศุสัตว์ ป่าไม้ งานอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม เป็นที่ตั้งโรงสีข้าว โรงนมวัว โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตร ที่นำไปสู่การพัฒนาประยุกต์การผลิตแบบครบวงจรในที่สุด ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็เพื่อความอยู่ดี กินดี มีสุข และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทยเป็นสำคัญ

พระราชกรณียกิจสำคัญในช่วงแรกของการเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 คือการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมพสกนิกรในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลความเจริญ โดยพระองค์ท่านทรงงานหนักตลอดเวลาแทบจะทุกวัน ผลจากการเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรความจริงในเขตต่าง ๆ ทั่วพระราชอาณาจักร ทำให้ทรงรับรู้ความจริงทั้งปวง และยังทรงเห็นว่าพสกนิกรของพระองค์มีความเป็นอยู่ที่แสนยากลำบาก จึงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะทรงแก้ไขและระงับความทุกข์ให้พสกนิกร โดยอันดับแรกทรงเห็นว่าเกษตรกรคือกลุ่มคนสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ปัญหา เพราะอาชีพเกษตรกรรมคืออาชีพหลักของประเทศในขณะนั้น

ในปี 2504 จึงมีพระราชดำริให้ทดลองปลูกข้าว และยางนา ภายในเขตพระตำหนักจิตรลดาฯ จึงนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ทรงศึกษาปัญหาต่าง ๆ ของเกษตรกรจนถึงรากเหง้าของปัญหา แม้ในช่วงที่ทรงทดลองนั้น เป็นช่วงที่กระแสโลกกำลังเปลี่ยน โดยมีผลถึงไทยด้วยคือไทยได้รับอิทธิพลด้านการเป็นประเทศอุตสาหกรรม แต่ทรงตระหนักว่าไทยเป็นประเทศที่มีพื้นฐานทางเกษตรกรรม ดังนั้นจึงทรงทำให้สังคมเกษตรกรรมอย่างไทยสามารถปรับเปลี่ยนความเป็นอยู่ให้สอดคล้องกับกระแสโลกที่เปลี่ยนไป แต่ก็ต้องไม่สูญเสียอัตลักษณ์สำคัญของไทยที่ดำรงมาตั้งแต่โบราณกาล และต้องไม่สูญเสียภูมิปัญญาดั่งเดิมของบรรพบุรุษไทย
ดังนั้น โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา จึงนับเป็นสถานที่สำคัญของการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง และวิจัย เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาต้นเหตุต่าง ๆ ของการเกษตรของไทย ทำให้เกิดการสร้างฐานความรู้จากการศึกษาวิเคราะห์ ผ่านการทดลอง แล้วแก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญา จนนำไปสู่การปฏิบัติจริงเพื่อแก้ปัญหาได้ตรงประเด็นและมีประสิทธิภาพ

ด้วยพระวิริยะอุสาหะ และการที่ทรงทุ่มเทพระสติปัญญา และอุทิศพระวรกายเพื่อพสกสิกรมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ จึงทำให้พระเกียรติคุณก้องขจรไกลในสากล ดังนั้น สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองเฉลิมพระเกียรติคุณแห่งสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชผู้ทรงพระปรีชาสามารถเลิศล้ำในการนำชนบทให้วัฒนา เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2530
โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองสดุดีพระเกียรติคุณในฐานะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจดีเด่นด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันที่ 4 พฤศจิกายน 2535

องค์การอนามัยโลก ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองสาธารณสุขเพื่อมวลชน วันที่ 24 พฤศจิกายน 2535
สมาคมนานาชาติด้านนิเวศน์วิทยาทางเคมี ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณด้านการสงวนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ วันที่ 26 มกราคม 2536
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญแอกริโคลา วันที่ 6 ธันวาคม 2538
สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณ วันที่ 5 มิถุนายน 2539
องค์การสภาการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนนานาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองสดุดีพระเกียรติคุณ วันที่ 25 มิถุนายน 2540
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญเทเลฟูด วันที่ 8 ธันวาคม 2542
องค์การอนามัยโลก ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลสดุดีพระเกียรติคุณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2543

สมาคมสินเชื่อการเกษตรและชนบทภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรวงข้าวทองคำ 23 พฤษภาคม 2548
โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ 26 พฤษภาคม 2549
และมูลนิธิ The World Food Prize ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญ Dr. Norman E. Borlaug World Food วันที่ 23 กรกฎาคม 2550
เราคนไทยทุกคนนับว่าเป็นคนมีบุญอย่างมหัศจรรย์ เพราะว่าเรามีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี