วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
การใช้สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานานได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการก้มศีรษะเพื่อมองหน้าจอหรือการนั่งดูจอเป็นเวลานานอาจเพิ่มภาระต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ และอาจสัมพันธ์กับการเกิดภาวะ กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย ในบางกรณี
.jpg)
นพ. เอกพล ลาภอำนวยผล
นพ. เอกพล ลาภอำนวยผล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล พบว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่เข้ารับการประเมินอาการปวดคอเรื้อรังมีประวัติการใช้สมาร์ตโฟนหรือทำงานหน้าจอเป็นเวลานานในแต่ละวัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน
ภาวะกระดูกคอเสื่อม คืออะไร
Cervical Spondylosis คือภาวะความเสื่อมของกระดูกสันหลังส่วนคอ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างต่างๆ ได้แก่ หมอนรองกระดูกสันหลัง ข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ เอ็นและเนื้อเยื่อรอบกระดูกสันหลัง โดยทั่วไปภาวะนี้มักพบในผู้สูงอายุ เนื่องจากโครงสร้างของกระดูกสันหลังเกิดการเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แพทย์พบว่าภาวะดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ในคนอายุน้อยมากขึ้น ซึ่งเรียกว่า กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย (Early-onset Cervical Spondylosis) โดยมักสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การก้มคอเป็นเวลานาน การใช้สมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง ท่าทางการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม การใช้กล้ามเนื้อคอและบ่าซ้ ๆ โดยไม่ได้พัก
เมื่อหมอนรองกระดูกหรือข้อต่อกระดูกสันหลังเริ่มเสื่อม อาจทำให้เกิดอาการปวดคอ การเคลื่อนไหวลดลง และในบางกรณีอาจมีการกดทับเส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอ
ทำไม “ก้มเล่นมือถือ” ถึงทำร้ายกระดูกคอ?
ขณะก้มศีรษะลงเพื่อมองมือถือ น้ำหนักศีรษะที่ปกติประมาณ 4–5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงกดบนกระดูกคอเป็น 20–27 กิโลกรัม เมื่อก้มคอลงมากยิ่งก้มค้างไว้นานเท่าไร หมอนรองกระดูกถูกกดทับมากขึ้น กล้ามเนื้อคอและบ่าทำงานหนักผิดปกติ แนวกระดูกคอเสียสมดุล พฤติกรรมนี้ถูกเรียกว่า Text Neck Syndrome เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของ กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย ในคนอายุน้อย
พฤติกรรมการใช้หน้าจอที่อาจเพิ่มความเสี่ยง
นอกจากการใช้มือถือแล้ว การดูซีรีส์หรือทำงานหน้าจอเป็นเวลานานในท่าทางที่ไม่เหมาะสมอาจเพิ่มภาระต่อกระดูกสันหลังส่วนคอได้เช่นกัน ตัวอย่างพฤติกรรมที่พบได้บ่อย ได้แก่ นั่งเอนหลังโดยคอพับ นั่งก้มคอบนโซฟาเป็นเวลานาน ดูจอที่อยู่ต่ำกว่าระดับสายตา นั่งทำงานหน้าจอหลายชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ
เมื่อกล้ามเนื้อคอทำงานต่อเนื่องโดยไม่ได้พัก อาจทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ ความตึงของข้อต่อ และเพิ่มภาระต่อโครงสร้างกระดูกสันหลัง
.png)
อาการกระดูกคอเสื่อม
อาการของภาวะกระดูกคอเสื่อมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับระดับของการเสื่อมและโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบ อาการที่พบได้ เช่น ปวดคอ บ่า หรือไหล่ คอแข็งหรือเคลื่อนไหวได้จำกัด ปวดร้าวจากคอลงไปที่สะบักหรือแขน ชาหรืออ่อนแรงที่แขน มือ หรือปลายนิ้ว ปวดศีรษะร่วมกับอาการปวดคอ
ในบางกรณีที่มีการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง อาจทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท เช่น อ่อนแรง ชา หรือการทรงตัวผิดปกติ ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยแพทย์
แนวทางการประเมิน
กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย รักษาได้หรือไม่?
หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย สามารถดูแลรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ในหลายกรณี เช่น กายภาพบำบัดเฉพาะทาง ปรับท่าทางการใช้งานในชีวิตประจำวัน บริหารกล้ามเนื้อคอและหลัง ใช้ยาเพื่อลดอาการปวดและอักเสบ (ตามดุลยพินิจแพทย์)
แต่หากปล่อยไว้นานจนเกิดการกดทับเส้นประสาทรุนแรง อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดซึ่งปัจจุบันแพทย์จะใช้เทคนิคผ่าตัดแบบแผลเล็ก(Minimally Invasive Spine Surgery) ขนาดประมาณ 3 เซ็นติเมตร ทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1 คืน และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติเร็วขึ้น
วิธีป้องกันกระดูกคอเสื่อม
การปรับพฤติกรรมสามารถช่วยลดความเสี่ยงของ กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย ได้ เช่น ยกมือถือให้อยู่ระดับสายตา ไม่ก้มคอ พักสายตาและเปลี่ยนท่าทุก 20–30 นาที จัดจอให้อยู่ในระดับพอดีขณะดูซีรีส์หรือทำงาน บริหารกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ เป็นประจำ หลีกเลี่ยงการนั่งหรือก้มคอนานต่อเนื่องหลายชั่วโมง
เมื่อใดควรพบแพทย์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี