วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ในความทุกข์ร้อนของประชาชนคนไทยจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะสร้างความยากลำบากให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยจนไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่ในสถานการณ์อันโหดร้านขนาดนั้น พวกเขาไม่เคยต้องโดดเดี่ยว
ด้วยน้ำพระทัยอันที่เปรียบมิได้ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงห่วงใยราษฎรมาโดยตลอด นับตั้งแต่การเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปีพุทธศักราช 2538 ในปีนั้นถือเป็นปีที่ชาวกรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพุทธที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 2.27 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโลอิส ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมทวีความรุนแรง น้ำปริมาณมากทะลุเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทั้งฝั่งธนบุรีและพระนคร เป็นระยะเวลานานถึง 2 เดือน สร้างควมเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งสองพระองค์เสด็จลงพื้นที่ออกรับน้ำใจจากประชาชนเพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเยี่ยมเยียน พระกรณียกิจในครั้งนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการปฏิบัติภารกิจบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัยเรื่อยมา
.jpg)
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นองค์กรการกุศลไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งตามพระดำริของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โดยทรงดำรงตำแหน่งเป็น นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชนร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยากจากอุทกภัยและภัยพิบัติรุนแรง อันได้แก่ การร่วมกันระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกาย ทุนทรัพย์ และจิตสาธารณะ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยเหลือผู้อ่อนแอ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ มูลนิธิฯ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”
.jpg)
ถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมาของมูลนิธิฯ เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นครั้งใดภาพของเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่มักปรากฏอย่างแจ่มชัด พร้อมด้วย “ถุงยังชีพพระราชทาน” ที่ไม่ใช่เพียงบรรจุสิ่งสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งขวัญกำลังใจที่จะนำพาผู้ประสบภัยให้ก้าวพ้นช่วงเวลาวิกฤตที่เกิดขึ้นไปได้ ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงแพ็คของที่บรรจุในถุงยังชีพพระราชทานด้วยพระองค์เอง พร้อมกับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
ภายในถุงยังชีพพระราชทานจึงประกอบไปด้วยสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันและมีความเหมาะสมกับผู้รับ เช่น ถุงยังชีพสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องบรรจุข้าวเหนียวแทนข้าวสาร หรือถุงยังชีพสำหรับพระภิกษุสงฆ์ต้องบรรจุผ้าสบง จีวรไว้ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำรงชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยดี บ่อยครั้งที่ทั้งสองพระองค์เป็นผู้คัดเลือกสิ่งของและร่วมบรรจุสิ่งของลงในถุงยังชีพด้วยพระองค์เอง
“...เราทำเองหมดทุกอย่าง ทั้งแพ็คถุง แบกข้าวสาร ทำกับข้าว ทำมามากกว่า 20 ปี เราทั้งสองแม่ลูกสะเทิ้นน้ำ สะเทิ้นบก ไม่ว่าจะเดิน นั่งเรือ ก็ทำทุกอย่าง ถุงหนักเท่าไรก็ไม่หวั่น ขอแค่ประชาชนดีขึ้น...” จากพระดำรัสของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นี้เอง ถุงยังชีพพระราชทานจึงเป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งขวัญกำลังใจเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติ
.jpg)
ถุงยังชีพพระราชทานแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ถุงยังชีพพระราชทานสีม่วงและสีส้ม สำหรับผู้ประสบอุทกภัยทั่วไปในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อยแต่ครอบคลุมบริเวณกว้าง ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ถุงยังชีพฯ จำนวนมากในคราวเดียว โดย สีม่วง เป็นสีประจำวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันประสูติของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และสีส้ม เป็นสีประจำวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันประสูติของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ภายในบรรจุสิ่งของสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยาตำรับหลวง สบู่ ยาสีฟีน ไฟฉาย ฯลฯ
ถุงยังชีพพระราชทานสีน้ำเงิน สำหรับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมาก มีน้ำท่วมขังบริเวณกว้างและไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ หรือมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นด้วย ภายในบรรจุสิ่งของเพิ่มเติมจากถุงพระราชทานสีส้มและสีม่วง ได้แก่ เสื้อผ้า ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ ถุงพระราชทานสีเหลือง สำหรับพระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย นอกจากอาหารและสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ภายในบรรจุสิ่งของสำหรับพระภิกษุสงฆ์ อาทิ ผ้าสบงจีวร ผ้าเช็ดตัวพระ ยาตำราหลวง มุ้ง ฯลฯ
“อาหาร” คือ หนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญมากต่อผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะอาหารปรุงสดใหม่ เพราะนอกเหนือจากขวัญและกำลังใจแล้ว การช่วยให้ผู้ประสบอุทกภัยได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ปรุงสดใหม่ยังช่วยเสริมสร้างพลังในการขับเคลื่อนชีวิตให้ก้าวผ่านช่วงเวลาวิกฤตไปได้ และพร้อมที่จะกลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข “โรงครัวพระราชทานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” จึงได้เกิดขึ้น เป็นรถทรงสูงที่สามารถนำไปจอดในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้ โดยประชาชนทั่วไปมักจะเรียกว่า “รถเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)” โดยอาหารสำหรับผู้ประสบอุทภัยจะเป็นเมนูที่ทุกคนสามารถรับประทานได้ อิ่มท้อง ปรุงสุกได้รวดเร็ว และที่สำคัญต้องมีรสชาติอร่อย เช่น ข้าวผัด ผัดกะเพรา และข้าวเหนียวไก่ทอดสูตรประทาน ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จะทรงช่วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ประกอบอาหารปรุงสุกด้วยพระองค์เอง เพื่อแจกจ่ายให้ลำเลียงไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัย
.jpg)
.jpg)
โครงการ “ฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน” หลังภัยพิบัติ
การฟื้นฟูที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย ภายใต้โครงการ “ฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน” โดยมูลนิธิฯ ร่วมกับหน่วยงานราชการ และนักศึกษาในพื้นที่ ทำความสะอาดและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยในชุมชน,การฟื้นฟูแหล่งนํ้าสู่การทำเกษตรพอเพียง เพื่อให้ชุมชนสามารถวางแผนบริหารจัดการนํ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสนับสนุนให้ชาวบ้านในพื้นที่ปรับเปลี่ยนวิถีการเพาะปลูก จากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นการทำวนเกษตรตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ และการฟื้นฟูอาชีพชุมชนผู้ประสบภัย โดยการนำผลิตภัณฑ์ชุมชนฯ มาจำหน่ายใน “ร้านพึ่งพา” รวมทั้งร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ให้การอบรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการทำการตลาดแบบองค์รวม
.jpg)
ในเดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช 2563 มูลนิธิฯ ได้ลงนามบันทึกในข้อตกลงความร่วมมือ “การส่งเสริมธุรกรรมออนไลน์เพื่อชุมชน” กับสถาบันการศึกษา และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในชุมชน เป้าหมายคนรุ่นใหม่ให้มีความรู้ความสามารถธุรกรรมออนไลน์ และนำองค์ความรู้กลับไปพัฒนาชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย การขายจากบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ทำให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนเป็นที่รู้จักและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
.jpg)
สถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ จากพระดำริ เตือนภัยน้ำท่วมป่าต้นน้ำ
อุทกภัย หรือน้ำท่วม เป็นภัยพิบัติสำคัญอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำในประเทศไทย และเกิดขึ้นได้ทุกภาค ซึ่งการที่ฝนตกเป็นเรื่องของธรรมชาติไม่สามารถไปห้ามได้ แต่มนุษย์เราเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติและลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ผ่านการใช้เทคโนโลยีช่วยในการเตือนภัย เมื่อรู้ก่อนว่ามีฝนตกหนักระดับน้ำสูงขึ้นใกล้ถึงจุดเสี่ยง ก็จะได้เตรียมพร้อมรับมือ เช่น ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหรืออพยพผู้คนไปอยู่ในที่ปลอดภัย
.jpg)
เพื่อทรงยกระดับระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยอุทกภัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงมีพระดำริให้มูลนิธิฯ ดำเนินกิจกรรมการเฝ้าระวังภัยเพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วม โดยมูลนิธิฯ ได้ดำเนินโครงการนำร่องติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ 14 จุด ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัยบ่อยครั้งที่จังหวัดน่านและจังหวัดสกลนคร ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ในฐานะเครือข่ายของมูลนิธิฯ และให้จัดตั้งเครือข่ายเตือนภัยชุมชนเพื่อนพึ่งภาฯ ขึ้น เพื่ออบรมราษฎรอาสาสมัครในชุมชนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลสารสนเทศทรัพยากร น้ำเพื่อการเฝ้าระวังภัย การเตือนภัย และการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชน ซึ่งจากการดำเนินโครงการนำร่องที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง
.jpg)
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พุทธศักราช 2563 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จไปทรงเปิดสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ พร้อมทอดพระเนตรการเฝ้าระวังป้องกันอุทกภัย ณ ศูนย์สาธิตการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก ด่านป่าไม้ที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของส่วนราชการจากส่วนกลางและจังหวัดเชียงใหม่ ผู้บริหารระดับสูงของเครือข่ายของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และประชาชน เฝ้ารับเสด็จ
การนี้ ได้เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จำนวน 510 สถานี โดยภาคเหนือได้ก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้วจำนวน 80 แห่ง กระจายในพื้นที่ 11 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน แพร่ น่าน ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และอุทัยธานี โอกาสนี้ ทรงปล่อยปลายท้องถิ่นจำนวน 7 ชนิด อาทิ ปลาพลวงหิน ปลาเลียหิน ปลาซิวควายแถบดำ ปลาซิวเจ็ดสี และปลาจาด ในแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อสร้างความสมบรูณ์ต่อระบบนิเวศน์ด้วย
การติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ ในพื้นที่ภาคเหนือ นับเป็นครั้งแรกที่มูลนิธิฯ ได้ร่วมกับเครือข่ายดำเนินการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ และได้ดำเนินการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ ไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 80 สถานี ครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัด โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการติดตั้งจาก บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
.jpg)
งานบรรเทาทุกข์ภัยพิบัติมีมากขึ้นเมื่อเทียบจากอดีต พื้นที่เสี่ยงจะท่วมซ้ำซาก การเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต เฝ้าระวังภัย จะลดความสูญเสีย ซึ่งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติทำหน้าที่เป็นตัววัดข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝน ระดับน้ำ และส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่าย 4G ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ สสน. เพื่อประมวลผลข้อมูล จากนั้นจะส่งข้อมูลปริมาณน้ำฝนผ่านข้อความสั้น หรือเอสเอ็มเอส ไปยังเครือข่ายชุมชน และแอปพลิเคชัน thaiwater ซึ่งเป็นระบบคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศระดับประเทศ ระดับจังหวัด หากปริมาณน้ำฝนมีระดับสูงกว่าปกติจะส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังวิทยุสื่อสารของเครือข่ายชุมชนมูลนิธิฯ ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากอุทกภัย หรือเสียหายให้น้อยที่สุด
เพื่อการดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงเปิดการประชุมหลักสูตรบริหารจัดการน้ำและจัดการภัยพิบัติ เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ณ ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พุทธศักราช 2563
.jpg)
สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่ภาคใต้ มีเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ของมูลนิธิ จำนวน 10 เครือข่าย ใน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ดำเนินงานตามแผนงานด้านเทคโนโลยี เช่น จัดหาวิทยุสื่อสาร เสาสูงส่งสัญญาณวิทยุ ติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ และแผนงานด้านฟื้นฟูและพัฒนาเชิงพื้นที่ เช่น การฟื้นฟูแหล่งน้ำ การเสริมโครงสร้างน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ และบรรเทาอุทกภัย และเมื่อชุมชนดำเนินงานประสบความสาเร็จแล้ว ก็จะเป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่นๆ ในพื้นที่ได้ศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้พร้อมขยายเครือข่ายไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
.jpg)
ตลอดระยะเวลาแห่งการแบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมุ่งมั่นทุ่มเทกำลังพระวรกายในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและภัยพิบัติอย่างเต็มความสามารถและทันท่วงที นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี