วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สกสว.พร้อมบอร์ดติดตามและประเมินผลลงพื้นที่ติดตามโครงการวิจัยและนวัตกรรมของ บพค. ดูตัวอย่างความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคของมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ หวังพัฒนางานวิจัยในภาพรวมให้ดีขึ้นสอดรับกับนโยบายรัฐบาล มุ่งยกระดับสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของภูมิภาค ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตและพื้นที่ พร้อมต่อยอดธุรกิจขายได้จริง

นพ.สุวิทย์ วิบูลผลประเสริฐ ประธานกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำคณะกรรมการฯ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ลงพื้นที่ติดตามโครงการวิจัยและนวัตกรรมของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามาถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินการให้เกิดผลตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงกลไกการบริหารจัดการงานวิจัยให้สัมฤทธิ์ผล เพื่อมุ่งพัฒนาให้ผลการดำเนินงานวิจัยได้ผลดีขึ้น โดยมี ศ.พญ.ผิวพรรณ มาลีวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมคณะผู้บริหารและนักวิจัย นำเสนอผลการดำเนินงานและเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบภายในอุทยานวิทยาศาสตร์
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุ่งทำวิจัยและเชื่อมโยงสู่การใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศและชุมชนในภูมิภาคอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต พัฒนาพื้นที่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างแท้จริง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะกรรมการติดตามและประเมินผลฯ ในครั้งนี้ จะทำให้เกิดการร่วมกันติดตามความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค รวมทั้งหาแนวทางการยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดข้อเสนอแนะต่อระบบ ววน. โดยรวม และนำไปสู่ความร่วมมือที่เข้มแข็งของทุกภาคส่วน
ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร ผู้อำนวยการ บพค. ระบุถึงภารกิจสำคัญในการให้ทุนและบริหารจัดการทุน ว่ามีเป้าหมายเพื่อการสร้างโอกาสและรากฐานไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและกิจการแห่งอนาคต รวมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต โดยเน้นการพัฒนาคน (นักวิจัย) ไปพร้อมกับการพัฒนานวัตกรรม
นพ.สุวิทย์ กล่าวว่า ประเด็นที่น่าสนใจคือ การร่วมทุนกับกองทุนวิจัยต่างประเทศมุ่งทำงานวิจัยเป็นเครือข่ายและสร้างความเข้มแข็งในระดับสูง รวมถึงการลดช่องว่างความรู้โดยเฉพาะสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ นอกจากนี้ยังขอรายละเอียดกรณีศึกษาโครงการที่ยังไม่ประสบความสำเร็จเพื่อเรียนรู้และพัฒนาปรับปรุงต่อไป ขณะที่ ผศ. ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการ สกสว. ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า แม้ปัจจุบันการหน่วยงานจะมีอุปสรรคในการทำงาน แต่ก็เป็นข้อมูลสำคัญที่จะนำไปพัฒนาระบบ ววน. ต่อไป ทั้งนี้การทำวิจัยขั้นแนวหน้ามีความสำคัญในระยะยาว หากสนับสนุนน้อยเกินไปจะทำให้ขาดโอกาสในการสริมสร้างความเข้มแข็งของ ววน.

สำหรับตัวอย่างโครงการวิจัยที่น่าสนใจ ได้แก่ การพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและการประเมินสุขภาพของแบตเตอรี่ สำหรับจัดการแบตเตอรี่ที่สิ้นสุดอายุการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม โดย รศ.ดร.นงลักษณ์ มีทอง ดำเนินการร่วมกับ บจก.นูออโว พลัส และสถาบันนวัตกรรม ปตท. บมจ.ปตท. ได้พัฒนาระบบคัดแยกและฟื้นฟูวัสดุ LFP จากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพได้บริสุทธิ์สูงถึง 99.80% ฟื้นฟูประสิทธิภาพได้มากกว่า 98% และพัฒนาห้องทดสอบการติดไฟ/ความร้อนของแบตเตอรี่สำเร็จตามมาตรฐาน โดยโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ มีรายได้จากการขายแบตเตอรี่ให้เอกชนและผู้สนใจ แต่ยังต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมจากรัฐบาล กระทรวงพลังงาน หรือกระทรวงอุตสาหกรรม และแหล่งทุนเพื่อให้เป็นธุรกิจที่แข่งขันได้จริง และรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
แบตเตอรี่ที่ผลิตได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก. มี 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.มินิแบตเตอรี่ จุดเด่นคือเซลส์แบตเตอรี่จะเสื่อมช้ากว่าในท้องตลาด 2.แบตเตอรี่ตามความต้องการเฉพาะ 3.แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ น้ำหนัก 40 กก. ใช้งานทางการทหารและผ่านการรับรองมาตรฐานของกองทัพ นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ นอกจากนี้ยังได้รับความสนใจจาก อบต. เทศบาลต่างๆ 4.แบตเตอรี่สำหรับใช้ในบ้าน แปลงกระแสไฟฟ้าจากโซลาเซลล์เข้าแบตเตอรี่ จัดการพลังงานอัจฉริยะที่สามารถจัดการตั้งค่าไฟได้ ช่วยให้ประหยัดไฟได้มากขึ้น
ขณะที่โรงงานต้นแบบอาหารที่เน้นสร้างสตาร์ทอัพ ให้บริการผู้ประกอบการในท้องถิ่น ส่วนใหญ่เป็นสารสกัดจากสมุนไพรและอาหารพร้อมรับประทานจากวัตถุดิบที่มีของผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มมูลค่า พร้อมให้บริการของมาตรฐาน อย. ด้วย เช่น ถั่ว 5 สี ซอสเทอริยากิ น้ำมะพร้าวบรรจุขวด ส่วนการพัฒนาเครื่องจักรเชื่อมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ผ่านอุทยานวิทยาศาสตร์
ส่วนงานด้านสังคมศาสตร์ “เข็นบทขึ้นภูเขา” ภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนายกระดับการเขียนบทภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดโลก และกำลังคนที่เชี่ยวชาญระดับสากล โดยใช้รากเหง้าและอัตลักษณ์วัฒนธรรมล้านช้าง โดย รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ ได้ส่งเสริมการฝึกอบรมและการเรียนการสอนด้านภาพยนตร์แก่ผู้สนใจในค่ายหนังสั้นให้เรียนรู้ร่วมกับมืออาชีพระดับประเทศทั้งไทยและ สปป.ลาว นำโดยคุณปรัชญา ปิ่นแก้ว และคุณธนิตย์ จิตนุกูล ซึ่งพยายามเข้าถึงนายทุนและเปลี่ยนคนดูเป็นผู้ลงทุน เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่สร้างเศรษฐกิจของประเทศได้ ผลจากงานวิจัยสร้างผลกระทบมากมาย เช่น พัฒนาบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ต่อยอดสู่โครงการเทศกาลหนังเมืองแคนและยกระดับเป็นเทศกาลหนังเมืองแคนนานาชาติ จัดตั้ง ‘ขอนแก่นเมืองหนัง’ ผลิตภาพยนตร์และเป็นศูนย์กลางภาพยนตร์ของภูมิภาค ตัวอย่างความสำเร็จคือเรื่อง ‘พระไม้’ ที่ได้ซื้อบทไปทำภาพยนตร์และร่วมจัดแสดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2025 ณ ประเทศฝรั่งเศส
โครงการอื่นๆ ที่น่าสนใจและรอการต่อยอด ได้แก่ การการพัฒนานักวิจัยชั้นแนวหน้าด้านวัสดุนาโนเพื่อรองรับโจทย์วิจัยภาคอุตสาหกรรม นำโดย ศ.ดร.สุปรีดิ์ พินิจสุนทร ที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชน เช่น ไออาร์พีซี มิตรผลวิจัยฯ จนมีต้นแบบผลิตภัณฑ์ระดับห้องปฏิบัติการ เช่น อนุภาคนำส่งคาร์บอนไดออกไซด์นาโนบับเบิ้ลที่เพิ่มการเจริญเติบโตของพืช ชั้นกรองอากาศจากวัสดุนาโนคอมโพสิตโฟมยางธรรมชาติ ตัวเก็บประจุยิ่งยวดจากถ่านกัมมันต์จากขี้เลื่อย และวัสดุนาโนจากวัสดุชีวภาพสำหรับดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์

การพัฒนาส่วนผสมอาหารส่งเสริมสุขภาพร่างกายและสมองจากพืช โดย ศ.ดร.ศักดา ดาดวง เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีสุขภาวะด้วยระบบสุขภาพแม่นยำ อาทิ นวัตกรรมอาหารเพื่อลดอุบัติการณ์ของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (รคสมองเสื่อม ภาวะเมตาบอลิซึมซินโดรม) ใช้ปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับเทคนิควิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อคัดกรองสารสำคัญจากพืช ใช้ระบบจำลองสภาวะลำไส้และแบบจำลองความชราเพื่อประเมินผลการออกฤทธิ์ของสารสกัดก่อนนำไปใช้งานจริง ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ต้นแบบในกลุ่มบำรุงสมองและดูแลระบบประสาท กลุ่มดูแลระบบเมตาบอลิซึมและโรคเรื้อรัง กลุ่มสร้างความแข็งแรงและชะลอวัยจากภายใน
การผสมผสานเทคนิคทางสเปกโทรสโกปีและแมชชีนเลิร์นนิงเพื่อส่งเสริมการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวผ่านปฏิกิริยาออกซิเดชันทางไฟฟ้าของยูเรีย โดย รศ.ดร.แก้วตา เจษฎาริสัประพันธ์ ภายใต้โครงการ NEXUS ไทย-ญี่ปุ่น ที่สร้างระบบการคัดกรองและพัฒนาวัสดุตัวเร่งปฏิกิริยารูปแบบใหม่ และติดตั้งระบบ Modulation Excitation Spectroscopy (MES) ร่วมกันที่นาโนเทคเพื่อเพิ่มศักยภาพการวิเคราะห์ระดับโมเลกุล โดยไฮโดรเจนที่ผลิตได้เป็นพลังงานสะอาด สามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมพลังงานและยานยนต์แห่งอนาคต และบำบัดน้ำเสียโดยดึงยูเรียที่ปนเปื้อนในน้ำเสียจากชุมชนหรือโรงงานอุตสาหกรรม
การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านอุตสาหกรรมฐานชีวภาพแห่งอนาคต ด้วยแพลตฟอร์มธัชวิทย์ ระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่นและเครือข่ายภาคเอกชน โดย ผศ.ดร.จุฑารพ เพชระบูรณิน มุ่งเป้าตลาดมูลค่าสูงเพื่อรองรับเมกะเทรนด์โลกในกลุ่มตลาดอาหารฟังก์ชันและอุตสาหกรรมด้านการมีอายุยืนยาว เช่น การเปลี่ยนขยะกล้วยดิบเป็นยา เครื่องดื่มโปรตีนพืชจากไข่น้ำ การตรวจสอบสารก่อภูมิแพ้ในซอสหอยนางรม สารสกัดชะลอวัยจากพืช GI และระบบ AI ช่วยตัดสินใจทางการแพทย์
“บพค.จะต้องพัฒนาเทคโลยีและวิทยาการขั้นแนวหน้า มีโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ความร่วมมือและการร่วมทุนทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยทั้งความเชี่ยวชาญ สำนักประสานงาน เครือข่าย และระบบนิเวศวิจัย โดยประเด็นท้าทายคือ การจัดลำดับความสำคัญของงานวิจัยขั้นแนวหน้าที่ต้องการการลงทุนสูง เน้นที่ไทยทำได้แต่ที่อื่นทำไม่ได้หรือทำได้แต่เราทำได้ดีกว่าหรือไวกว่า หากจะขยับแบบก้าวกระโดดจะต้องเลือกกลยุทธ์ รวมถึงสร้างการเชื่อมโยงงานสู่ระดับนโยบายของประเทศและสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ขยายองค์ความรู้สู่การสร้างธุรกิจ และมุ่งให้ทุนแบบมีส่วนร่วมมากขึ้นเพื่อสร้างกลไกการทำงานร่วมกัน” นพ.สุวิทย์กล่าวสรุป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี