542.jpg
“จากทางด่วนสู่การลดคาร์บอน” DMT ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยแนวคิด 3P

“จากทางด่วนสู่การลดคาร์บอน” DMT ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยแนวคิด 3P

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.43 น.
Tag :

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT  เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “3P : People – Planet – Profit” มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการดูแลผู้คน การรักษาสิ่งแวดล้อม และการเติบโตทางธุรกิจ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการเดินทางและการใช้พลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางวิกฤติโลกร้อนที่ทวีความรุนแรง ความผันผวนของราคาพลังงานจากสถานการณ์โลก และปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงกลายเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน


“ภาคคมนาคม” ถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีบทบาทสำคัญต่อการใช้พลังงานของประเทศ การพัฒนาระบบการเดินทางให้มีความคล่องตัวมากขึ้นไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงานและ ลดต้นทุน แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางและเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งของประเทศ DMT ได้นำแนวคิด “3P : People – Planet – Profit” มาเป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ DMT กล่าวว่า ในมิติของ Planet หรือการดูแลสิ่งแวดล้อม บริษัทได้ดำเนินแผน Decarbonization Roadmap อย่างจริงจัง เพื่อผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การพัฒนาอาคารและสำนักงานตามแนวทาง Green Building และ Green Office รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์สะท้อนผ่านการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 DMT สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงเหลือ 2,516 ตันคาร์บอน ลดลง 12.3% จากปีก่อนหน้า และใกล้เคียงกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนระยะยาว

จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานโลก DMT ยังได้ยกระดับมาตรการประหยัดพลังงานภายในองค์กร อาทิ การกำหนดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส การปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน การส่งเสริมการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้กระดาษ และการนำใช้ระบบประหยัดพลังงานมาใช้กับอุปกรณ์สำนักงาน เพื่อร่วมลดการใช้พลังงานและสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

นอกจากนี้ DMT ยังส่งเสริมระบบคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าฉุกเฉินสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)  ณ ด่านดินแดง 2 เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ทางที่ประสบปัญหาแบตเตอรี่หมดระหว่างการเดินทาง ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาดของประเทศ

ในปี 2568 บริษัท ยังขยายภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมสู่ภาคเกษตรกรรม ผ่านโครงการส่งเสริมการทำนาแบบ “เปียกสลับแห้ง” ในพื้นที่บางปะอิน ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตร และสนับสนุนเป้าหมายการลดคาร์บอนของประเทศในภาพรวม

สำหรับมิติของ People ดร.ศักดิ์ดา กล่าวว่า DMT ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งพนักงาน ผู้ใช้ทาง และชุมชนโดยรอบ หนึ่งในโครงการสำคัญคือ “DMT Smart Assistant” ระบบช่วยเหลือผู้ใช้ทางที่ผสานการทำงานของบุคลากรเทคโนโลยี AI CCTV และศูนย์ควบคุมปฏิบัติการ (OCC) เพื่อเฝ้าระวังและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินบนทางยกระดับอุตราภิมุขได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถเข้าช่วยเหลือผู้ใช้ทางได้ภายใน 12 นาที ช่วยยกระดับความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจในการเดินทาง

ขณะเดียวกัน บริษัท ยังยึดหลักสิทธิมนุษยชนในการบริหารงาน ส่งเสริมความเท่าเทียมในการทำงาน พัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เพราะเชื่อว่าความยั่งยืนขององค์กรเริ่มต้นจากคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน นอกจากนี้ DMT ยังดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการส่งเสริมอาชีพสำหรับผู้สูงอายุในพื้นที่ดอนเมืองที่ดำเนินมากว่า 4 ปี รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ จนได้รับรางวัล AMCHAM CSI Award Silver Recognition

ในมิติของ Profit ดร.ดร.ศักดิ์ดา กล่าวว่า DMT ยังคงบริหารจัดการต้นทุนและความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การบริหารทรัพยากรอย่างโปร่งใส และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ

ที่สำคัญ บริษัท ยังคงรักษาระดับการจ้างงานและการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนแนวคิดที่ว่า “ผลกำไร” ไม่ได้หมายถึงผลตอบแทนทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการเติบโตที่สร้างคุณค่าร่วมแก่สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

“ปัจจุบันองค์กรธุรกิจไม่สามารถมุ่งเน้นเพียงผลกำไรระยะสั้นได้อีกต่อไป แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การดูแลบุคลากร และการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคง โปร่งใส และยั่งยืนในระยะยาว” ดร. ศักดิ์ดา กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top