542.jpg
‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ สืบสานพระราชปณิธาน‘โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์’ พลิกฟื้นผืนป่ารอยต่อ 5 จังหวัด สู่การอยู่ร่วมกันระหว่าง ‘คน’ กับ ‘ช้างป่า’ อย่างยั่งยืน

‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ สืบสานพระราชปณิธาน‘โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์’ พลิกฟื้นผืนป่ารอยต่อ 5 จังหวัด สู่การอยู่ร่วมกันระหว่าง ‘คน’ กับ ‘ช้างป่า’ อย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.04 น.
Tag :

ด้วยพระราชหฤทัยมุ่งมั่นในการจัดการความขัดแย้งของคนกับป่าและการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงรับ “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” ที่มีความหมายว่า “น้ำทิพย์รักษาช้างให้แข็งแกร่งยืนยงดุจเพชร” ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทั้งทรงรับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาโครงการ โดยทรงมอบหมายให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานกรรมการ

ทั้งนี้ เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอดแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการแก้ไขปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่า รวมทั้งการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในภาคตะวันออก ซึ่งต่อมาได้เกิดชุมชนนำร่องในพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง สระแก้ว และจันทบุรี ภายใต้ชื่อ “หมู่บ้านคชานุรักษ์”เพื่อสร้างต้นแบบในการปรับเปลี่ยนวิถีเพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างอย่างสมดุลต่อไป


เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จลง ณ อาคารบัญชาการหน่วยราชการในพระองค์ 904 พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเปิดการประชุมคณะกรรมการ โครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ในภาคตะวันออก “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการ ทรงกล่าวถวายรายงาน

ในการนี้ ทอดพระเนตรความเป็นมาและการดำเนินงานโครงการฯ ซึ่งประชาชนได้ถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาช้างป่าในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยวันที่ 24 มิถุนายน พุทธศักราช 2562 ได้มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการฟื้นฟูแหล่งอาหารช้างป่าในพื้นที่ป่าตะวันออก “จัดการปัญหาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้าง” ภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาช้างป่า พุทธศักราช 2562-2565 ซึ่งได้น้อมนำศาสตร์พระราชาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน โดยได้เริ่มดำเนินกิจกรรมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง

พื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออกเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 1,363,323.05 ไร่ หรือ 2,181.32 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ และอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ซึ่งพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เดิมมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์นานาพันธุ์ เป็นป่ารอยต่อระหว่างระบบนิเวศภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ากว่า 600 ชนิด โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีช้างป่าประมาณ 400-450 ตัว จากที่เคยมีปรากฏอยู่ระหว่าง 40-60 ตัว ในช่วง พ.ศ.2520 และเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเพิ่มของประชากรช้างป่าสูงที่สุดในประเทศไทย คือร้อยละ 8.2 ต่อปี โดยเฉพาะในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน

แผนปฏิบัติการภายใต้แผนแม่บทสร้างความสมดุลระหว่างคนและช้างป่า ภายใต้โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ระยะ 3 ปี เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2563 แบ่งออกเป็น 3 ด้านตามพื้นที่ โดยด้านที่ 1 การจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่า (วงใน : พื้นที่ช้างอาศัย) เพิ่มศักยภาพถิ่นอาศัยของช้างป่า และการจัดการประชากรช้างป่า ด้านที่ 2 การจัดการพื้นที่แนวกันชน (วงกลาง : พื้นที่พักช้าง) สร้างจุดพักช้างในป่าชุมชนเพื่อดึงช้างกลับสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพป่าชุมชน และจัดทำระบบติดตามและเฝ้าระวังช้างป่า ด้านที่ 3 การจัดการพื้นที่ชุมชน (วงนอก : พื้นที่ชุมชนอาศัย) สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนปรับเปลี่ยนอาชีพ พัฒนาอาชีพ สร้างกระบวนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และเตือนภัยให้กับชุมชน และสร้างระบบการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จลงพื้นที่ 7 ครั้ง เพื่อติดตามงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งแต่ละครั้งล้วนสะท้อนถึงความห่วงใยและพระอัจฉริยภาพในการแก้ปัญหา โดยประทับแรมและทรงงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ณ อาคารศูนย์ปฏิบัติการป่าไม้และสัตว์ป่า

โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ภายใต้การนำของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้พลิกฟื้นผืนป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ให้กลายเป็นโมเดลต้นแบบระดับประเทศ ผ่านแนวคิดการจัดการ 3 มิติ

มิติแรก คืนความสมบูรณ์ให้บ้านช้าง (ในป่าอนุรักษ์) เพราะ “ช้างออกนอกป่าเพราะขาดแคลน” โครงการจึงได้ฟื้นฟูทุ่งหญ้ากว่า 6,064 ไร่ ปรับปรุงป่าปลูกเพื่อเป็นแหล่งอาหารสัตว์ป่า 2,900 ไร่ ปลูกพืชอาหารช้างอีก 1,500 ไร่ พร้อมสร้างโป่งเทียม 144 แห่ง และจัดทำฝายชะลอน้ำ 118 แห่ง เพื่อให้ช้างมีทั้งน้ำและอาหารอุดมสมบูรณ์ในป่าลึก โดยไม่จำเป็นต้องลงมารบกวนพื้นที่เกษตรกรรม

มิติที่สอง ปกป้องชุมชนด้วยเทคโนโลยีและความร่วมมือ (แนวเขตป่า) การสร้างความปลอดภัยให้ราษฎรเป็นสิ่งสำคัญ มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามและเฝ้าระวังช้างป่าฯ ติดตั้งกล้องอัจฉริยะ NCAPS 40 ชุด และกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอีก 22 ชุด พร้อมทั้งสนับสนุนชุดเคลื่อนที่เร็วและครุภัณฑ์ผลักดันช้างป่ารวมกว่า 26 ชุด ทำให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านสามารถรู้เท่าทันการเคลื่อนไหวของช้างและป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างทันท่วงที

มิติที่สาม พัฒนาคุณภาพชีวิตและปลูกจิตสำนึก (ในชุมชน) ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” จำนวน 1,148 ไร่ รวมถึงการปลูกพืชสมุนไพรที่ไม่ใช่พืชอาหารช้างเพื่อสร้างรายได้ และที่น่าประทับใจที่สุดคือการบ่มเพาะเยาวชนผ่านโครงการ “นักวิจัยน้อยคชานุรักษ์” เพื่อให้เด็กๆ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ เรียนรู้พฤติกรรมของช้าง ปรับตัว และเติบโตขึ้นมาอย่างเข้าใจธรรมชาติ

น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณและน้ำพระทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทำให้ช้างไทย ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองได้รับการปกป้อง และราษฎรสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top