วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569
"ชัชชาติ"แจงยิบ! จัดซื้อจัดจ้าง กทม.ทำตามระเบียบกรมบัญชีกลาง หากเห็นว่ามีปัญหาขอให้ระบุโครงการหรือไปแก้กฎหมาย ดีใจมีคนช่วยส่องไฟฉาย เล็งใช้ AI-ดึงสภาวิชาชีพฯ สกัดล็อกสเปกตั้งแต่เสนอของบฯ
17 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาตั้งข้อสังเกตการจัดซื้อจัดจ้างโครงการของกรุงเทพมหานคร ที่ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงสูงถึง 92.8% ทั้งยังมีการซอยย่อยโครงการให้มีมูลค่าไม่ถึง 500,000 บาท เพื่อเลี่ยงการประมูล ว่า เป็นระบบงบประมาณ การซื้ออุปกรณ์หรือครุภัณฑ์ก็เป็นไปตามระเบียบราชการอยู่แล้ว โครงการมูลค่าต่ำกว่า 500,000 บาท สามารถจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงได้ ยืนยันว่ามีระเบียบปฏิบัติอยู่
ทั้งนี้ การซอยย่อยโครงการ มีข้อผิดอยู่แล้ว เพราะแบ่งซื้อแบ่งจ้างไม่ได้ หากเป็นไปได้ให้ย้อนไปดูว่าสมัยก่อนทำหรือไม่ เราทำตามระเบียบทุกอย่าง หากฝ่ายการเมืองเห็นว่ามีปัญหา ก็ขอให้ระบุโครงการหรือไปแก้กฎหมาย ต่อไปอาจจะลดราคาโครงการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง ลงเป็นโครงการที่มีมูลค่า 100,000 บาท ก็ได้
นายชัชชาติ ยืนยันว่า "ที่ผ่านมาทำตามระเบียบและมีความรอบคอบ เพราะบางอย่างเป็นสิ่งที่ซื้อประจำเป็นพวกของใช้สอยปัจจุบันที่ซื้อมาต่อเนื่อง เป็นเรื่องที่ทำโดยปกติ หากไปประมูลทุกโครงการยิ่งทำให้ราชการทำงานได้ช้าลง ย้ำว่า กรุงเทพมหานคร เป็นไปตามระเบียบที่กรมบัญชีกลางคิดมาละเอียดแล้ว เราก็ทำตามแนวปฏิบัติ"
ส่วนที่บอกว่ามีการล็อกสเปก เนื่องจากบริษัทที่ได้งานจะเป็นบริษัทเดียวที่ได้งานกว่าร้อยงาน นายชัชชาติ ชี้แจงว่า หากขายของเหมือนกันอาจจะเป็นของที่คล้ายกันหรือไม่ ตนเองไม่แน่ใจ คงต้องไปดูรายละเอียดอีกครั้งเรื่องล็อกสเปก เราให้ความสำคัญ วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ ให้ทุกคนสามารถทำประชาพิจารณ์ได้ เช่น หากรับเหมาสักเจ้าแล้วมีการเขียนล็อกสเปกให้ใครรายใดรายหนึ่งเป็นพิเศษ ก็ต้องให้คนที่ยื่นแล้วไม่ได้มีสิทธิมายื่นคัดค้าน และกรรมการ TOR จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ
ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครพยายามทำให้การค้นหา TOR ได้ง่ายขึ้น เพราะมักจะไปซ่อนอยู่ข้างหลัง หาไม่เจอ เพื่อทำให้เราเห็นข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานครชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อคนเห็นข้อมูลนี้ง่ายขึ้น คนที่อยู่ในวงการก็จะเห็นว่ามีการล็อกสเปกโครงการใดบ้างก็จะสามารถทักท้วงได้ อาศัยพลังของประชาชนทักท้วง ทำให้การล็อกสเปกทำได้ยากและลำบากมากขึ้น เมื่อทักท้วงมาก็จะต้องมีการชี้แจง เพื่อให้มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ทำมากขึ้น
นายชัชชาติ ยังได้กล่าวถึงนโยบายเกี่ยวกับป้องกันการล็อกสเปกโครงการ ว่า มีแนวคิดให้กรุงเทพมหานครจะมีการส่ง TOR ในโครงการใหญ่ๆ ให้หน่วยงานอื่น เช่น สภาวิชาชีพต่างๆ ให้ความเห็นและตรวจสอบ เชื่อว่าจะช่วยได้เยอะเพราะการจัดซื้อจัดจ้างมีเงื่อนไขบางอย่างที่เป็นงานเฉพาะต้องการผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ไม่เช่นนั้นทำไปอาจจะเกิดอันตรายกับประชาชนได้ ฉะนั้น ต้องทำให้การวิจารณ์ง่ายขึ้น เปิดให้ประชาชนวิจารณ์เชิงรุก โดยมอบหมาย นายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไปดูรายละเอียดเพื่อปิดช่องโหว่ ปรับปรุงเชิงนโยบาย และอุดจุดอ่อน
ส่วนที่มีการระบุว่า Open Data ของกรุงเทพมหานครไม่ได้มีการเปิดจริงๆ นายชัชชาติ กล่าวว่า ส่วนไหนที่ไม่ดีต้องบอกให้เราปรับปรุงได้ จากเมื่อก่อนไม่เคยเปิดเผยข้อมูลเลย แต่ตอนนี้เราก็เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น
นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อธิบายเพิ่มเติมว่า Open Data มี 2 ลักษณะ ได้แก่ Open Data ใน Risk Map ส่วน Open Data ที่เกี่ยวกับโครงการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องไปขอกรมบัญชีกลาง ซึ่งส่งมาให้ครั้งละ 100 คำขอ ปัจจุบันได้ทำข้อตกลงกับกรมบัญชี ขอทำสำเนาโครงการต่างๆ ออกมาเพื่อให้เปิดข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างได้ 100% อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอขององค์การต่อต้านคอรัปชั่น (ACT) ที่ต้องให้กรุงเทพมหานครใช้ AI มาตรวจสอบตั้งแต่ช่วงที่เสนอของบประมาณ เพราะบางครั้งเจอภายหลังก็สายไปเสียแล้ว หากป้องกันได้ตั้งแต่ช่วงดังกล่าวก็จะทำให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างดีขึ้น
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า นโยบายดังกล่าวเรียกว่า "Open Bangkok" มีการเปิดเผยข้อมูล (Open Data) , เปิดเผยสัญญา (Open Contract) , ตรวจสอบความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ (Open Project) และเปิดเผยนโยบาย (Open Policy) การเปลี่ยนจากอนาล็อกเป็นดิจิทัลต้องใช้เวลาในการปรับ เชื่อว่าเป็นก้าวที่สำคัญ และผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ที่เข้ามาคงมีแนวนโยบายที่ทำต่อเนื่องและเปิดเผยให้มากที่สุด
นโยบายใหม่ก็จะมีการเปิดเผยทุกขั้นตอน ตั้งแต่ช่วงที่เสนอของบประมาณ หากสภากรุงเทพมหานครยอมให้เปิดเผยในขั้นตอนของสภาฯ โดยเฉพาะการแปรญัตติก็จะเปิดให้หมด ยิ่งมีคนมาช่วยเอาไฟฉายส่องก็ทำให้เราโปร่งใสมากยิ่ง อาจมีจุดที่ปรับปรุงก็ต้องมาปรับเป็นนโยบายดีเพื่อให้ช่วยกันตรวจสอบ เพราะปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาของกรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียว เป็นปัญหาใหญ่ของราชการไทยที่สะท้อนทั้งประเทศ จะได้ปรับปรุงทั้งประเทศ
"หากเกิดปัญหากับที่กรุงเทพมหานคร เชื่อว่าจะเกิดปัญหากับหน่วยงานอื่นในประเทศด้วย ดีที่ตื่นตัว ช่วยกันกระตุ้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทำให้ประเทศไทยมีความโปร่งใสมากขึ้น" นายชัชชาติ กล่าว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี