542.jpg
เรื่องนี้มีประวัติ : บ้านปาร์คนายเลิศ บ้านไม้ 4 ช่วงอายุ ใจกลางกรุงเทพฯ

เรื่องนี้มีประวัติ : บ้านปาร์คนายเลิศ บ้านไม้ 4 ช่วงอายุ ใจกลางกรุงเทพฯ

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.55 น.

เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ได้พูดถึงบ้านปาร์คนายเลิศไว้บ้างแล้ว แต่เป็นการพูดโดยภาพรวม วันนี้จะกลับมาชวนคุณคุยถึงบ้านปาร์คนายเลิศโดยได้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ทายาทรุ่นสามและสี่ของนายเลิศ นั่นคือ คุณพิไลพรรณ สมบัติศิริ ทายาทรุ่นสาม และ คุณณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ทายาทรุ่นสี่ของนายเลิศ โดยจะสกัดเอาเฉพาะประเด็นสำคัญที่คุณผู้อ่านคงยังไม่เคยได้ยินจากที่ใดมาก่อน แต่วันนี้จะได้ทราบจากปากของทายาทนายเลิศโดยตรง


พระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร)

 

ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ

 

ศาลเจ้าแม่ทับทิม

 

คุณพิไลพรรณ สมบัติศิริ หรือ คุณเป๊ก เป็นธิดาคนโตของ คุณพินิจ และ ท่านผู้ญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ เป็นหลานของ นายเลิศ เศรษฐบุตร หรือพระยาภักดีนรเศรษฐ กับ คุณหญิงสิน เศรษฐบุตร นับเป็นทายาทรุ่นสามของนายเลิศ

ศูนย์รวมศิวลึงค์

 

ส่วน คุณณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร หรือ หนูเล็ก คือธิดาของ คุณสัณหพิศ และ ร.ท. ชุติภัทร โพธิรัตนังกูร ทายาทรุ่นสี่ของนายเลิศ

ผาณิต พูนศิริวงศ์,ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร หรือ หนูเล็ก , พิไลพรรณ สมบัติศิริ หรือ คุณเป๊ก และ อ.เฉลิมชัย ยอดมาลัย

 

 คุณณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร หรือ หนูเล็ก 

 

 คุณณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร หรือ หนูเล็ก 

 

คุณเป๊ก บอกว่า มีสิ่งหนึ่งที่มหัศจรรย์ในปาร์คนายเลิศ นอกจากบ้านไม้สักทองอายุกว่าร้อยปี คือศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่อยู่ในปาร์ค และยังมีศิวลึงค์อีกมากมายหลายขนาดในเขตปาร์ค แม่เล่าให้ฟังว่าคุณตาบอกว่าครั้งหนึ่งเมื่อมีเหตุน้ำท่วมใหญ่ หลังจากนั้นมีซุงที่แกะสลักเป็นรูปศิวลึงค์ไหลลอยมากับน้ำ แล้วลอยไปติดที่แหลมในคลองแสนแสบ ซึ่งอยู่ในเขตปาร์ค คุณตาเห็นเข้าก็บอกว่าเราน่าจะต้องบอกเล่าเรื่องนี้ให้คนในสังคมยุคนั้นทราบตามประสาคนอารมณ์ขัน จากนั้นก็สร้างศาลขึ้นมา เมื่อมีศาลแล้ว ผู้คนโดยเฉพาะชาวเรือในคลองแสนแสบที่ทราบข่าวก็พากันไปกราบไหว้บนบานตลอดเวลา เพราะชาวเรือให้ความนับถือเจ้าแม่ทับทิมมานานแล้ว โดยเฉพาะชาวจีนที่เป็นชาวเรือให้ความนับถือเจ้าแม่ทับทิมมากเพราะถือว่าเป็นผู้บันดาลโชค และช่วยให้เดินเรือปลอดภัย ค้าขายรุ่งเรือง

คุณพิไลพรรณ สมบัติศิริ หรือ คุณเป๊ก

 

จากนั้นก็มีการบอกต่อๆ กันไปในหมู่ชาวเรือ และในหมู่ชาวบ้านที่ทราบข่าวศาลเจ้าแม่ทับทิมในปาร์คนายเลิศว่าศักดิ์สิทธิ์มาก จึงมีผู้คนมากมายไปบนบานขอให้สมหวัง โดยเฉพาะการขอให้มีลูก แม้กระทั่งฝรั่งที่มาบ้านเช่าก็ยังไปบนเพื่อขอลูกจากเจ้าแม่

 คุณณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร หรือ หนูเล็ก 

 

น้องเล็ก เล่าเสริมว่า แต่ก่อนนั้น ที่นี่ถูกเรียกว่าเป็นศูนย์รวมของศิวลึงค์ เป็นสวนป่าที่มีศิวลึงค์มากมายหลายขนาด แต่ในขณะนี้ยังเหลืออยู่แต่น้อยกว่าเดิม บางอันเก่ามากจนผุ เราก็ต้องย่อยสลายลงไป แต่ความเป็นมาในเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นที่กล่าวขานมาโดยตลอด เมื่อพูดถึงคุณทวด คือนายเลิศ ก็ต้องบอกว่าท่านเป็นคนชอบสะสมที่ดิน ดังนั้นตระกูลของเราจึงมีที่ดินผืนสำคัญนี้ตกทอดมาถึงเรา ในอดีตนั้น นายเลิศนับได้ว่าเป็นผู้พัฒนาที่ดินรายต้นๆ ของประเทศนี้ โดยเฉพาะที่ดินผืนนี้นับว่าเป็นที่ดินผืนใหญ่ผืนหนึ่ง ที่นายเลิศได้พัฒนาขึ้น โดยวางผังที่ดินแล้วสร้างถนนเพื่อพัฒนาเพิ่มมูลค่าที่ดิน เพราะฉะนั้น ที่ดินในย่านซอยสมคิดและชิดลม จึงถือได้ว่าเกิดขึ้นมาจากการพัฒนาของนายเลิศโดยตรง

 

 

คุณเป๊กเล่าว่า เมื่อนายเลิศพัฒนาที่ดินแล้ว ก็สร้างบ้านด้วยไม้สักทองทั้งหลัง เพราะในสมัยก่อนท่านทำธุรกิจเดินเรือทะเล แล้วได้สะสมไม้สักทองไว้จำนวนมาก จึงสร้างเป็นบ้านหลังนี้ขึ้นมา หากจะบอกว่าบ้านหลังนี้มีสไตล์แบบใด  ก็ต้องบอกว่าเป็นแบบนายเลิศ  เพราะไม่ใช่แบบเรือนไทยโบราณ  แล้วก็ไม่ใช่บ้านแบบฝรั่งแต่เป็นบ้านที่เกิดมาจากความคิดของนายเลิศโดยตรง บ้านมีใต้ถุน จึงทำให้มีลมผ่าน ส่งผลให้บ้านเย็นสบาย สวนหลังคาที่ทำเป็นหลังคาซ้อนก็ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้มาก แล้วรอบบ้านก็เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด เป็นเสมือนบ้านในสวนป่า

 

น้องเล็ก : บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่มีความน่าสนใจ มีเอกลักษณ์ของตัวเอง เป็นบ้านที่กล่าวได้ว่าไม่มีกาลเวลา เพราะแม้จะมีอายุนับ 100 ปี แต่ก็ยังมีความทันสมัยผสมกับความโบราณอยากลงตัว จะเห็นได้ว่าเพดานทาด้วยสีขาว เพื่อให้สะท้อนแสงไฟ ในช่วงเวลาเย็นใกล้ค่ำ หรือในช่วงหน้าหนาวที่มืดเร็ว แม้เพดานจะสูงแต่ก็ไม่ทำให้บ้านดูมืดทึบ เมื่อเข้าแสงไฟก็จึงช่วย

 

 

คุณเป๊ก : นายเลิศไม่ชอบการทำให้ไม้ในบ้านมีความเป็นเงาแวววาวด้วยแชล็คหรือแลคเกอร์ แต่ต้องการให้บ้านไม้แสดงความงามของไม้แบบธรรมชาติ จึงทาน้ำยาโซลิกนัม (Solignum) ลงบนเนื้อไม้ เพราะช่วยป้องกันกันแมลงกัดกินไม้ และยังทำให้มองเห็นเนื้อไม้และลายไม้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และขอเล่าให้ฟังว่านายเลิศคือผู้ที่นำเข้าโซลิกนัมมาในไทย โดยมีขายที่ห้างนายเลิศ พูดถึงตรงนี้ก็ต้องบอกว่านายเลิศคือผู้ที่เปิดห้างสรรพสินค้า ที่นำสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากยุโรปเข้ามาขายในประเทศไทยเป็นรายแรกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบ้านหลังนี้ทำจากไม้สักทองสร้างมานานนับร้อยปี ต่อให้ไม้สักทองมีคุณภาพดีขนาดไหนก็ตาม ก็ยังต้องหมั่นคอยดูแลซ่อมแซมบำรุงให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลา เพราะมอดและปลวกก็พัฒนาตัวเองเพื่อจะกัดกินทำลายไม้ให้ได้วันยังค่ำ เพราะฉะนั้น เมื่อถึงเวลาซ่อมแซมบูรณะใหญ่ เราก็ต้องทำโดยทันที เพื่อให้บ้านอยู่ในสภาพดีเหมือนเดิม หากพูดตามจริงแล้วบ้านหลังนี้มีสไตล์คล้ายบังกะโล คือบ้านในสวนป่า ที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ขอพูดเพิ่มเติมถึงสีขาวกับนายเลิศ  เนื่องจากนายเลิศชอบสีขาวจึงมีรถเมล์ขาว เหตุที่ชอบสีขาวเพราะว่าสีขาวบ่งบอกถึงความสะอาด หากมีสิ่งสกปรกเพียงเล็กน้อยปรากฏอยู่บนสีขาวก็จะเห็นได้ชัด ชุดของพนักงานรถเมล์ขาวนายเลิศจึงเป็นสีขาว เพราะบังคับให้ผู้สวมต้องรักษาความสะอาดให้มากที่สุด ส่วนตัวรถก็ทาสีขาว เพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบ ปัจจุบันเรายังเก็บรักษารถเมล์ขาวคันแรกของนายเลิศ เบอร์ 101 ไว้ที่พิพิธภัณฑ์

รถเมล์ขาวคันแรก ของนายเลิศ เบอร์ 101

 

เรือ “ฆง” และ “สมันเตา” แห่งบ้านปาร์คนายเลิศ

 

นายเลิศมีคำขวัญประจำรถเมล์คือ “สุภาพ ซื่อสัตย์ ประหยัด ทันใจ เอากำไรแต่น้อย บริการผู้มีรายได้น้อย” กิจการรถเมล์ขาวนายเลิศปิดตัวลงเมื่อรัฐบาลในยุคหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช มีนโยบายรวมกิจการรถเมล์ทุกสายในกรุงเทพฯ ให้ไปอยู่ในความดูแลขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ดังนั้นในสมัยรัฐบาลหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ จึงแต่งตั้งให้แม่ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นับได้ว่าเป็นผู้หญิงคนแรกของประเทศไทยได้รับตำแหน่งนี้

 

 

 

น้องเล็ก : ขอย้อนกลับไปพูดถึงบ้านปาร์คนายเลิศในยุคปัจจุบัน บ้านหลังนี้เปิดให้ผู้คนที่สนใจเข้าชม โดยในแต่ละวันมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมากพอสมควร มีทั้งคนไทยและต่างชาติที่ต้องการทราบประวัตินายเลิศ อยากรู้ว่านายเลิศทำอะไรเพื่อสังคมไทยไว้บ้าง มีกิจการใดมาก่อนเมื่อครั้งอดีต แต่ที่น่าประหลาดคือบ้านปาร์คนายเลิศคือที่ยอดนิยมของคนจีนที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ เพราะเมื่อมาแล้วก็มาทำคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดียของแต่ละคน จนกลายเป็น viral โด่งดังมากในเมืองจีน

 

คุณเป๊ก : ท่านเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเคยบอกกับเราว่าที่นี่เป็นที่ซึ่งคนจีนรุ่นใหม่ที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ ต้องมา check in ลงใน social media ของเขา ซึ่งเราก็ต้องขอบคุณนักท่องเที่ยวจีนที่ชื่นชอบบ้านปาร์คนายเลิศของเรา และรู้สึกยินดีมากที่พวกเขานำเสนอมุมต่างๆ ของบ้านปาร์คนายเลิศให้ปรากฏต่อสาธารณะ และนานาชาติ มีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพูดถึงเมื่อกล่าวถึงโรงแรมฮิลตันปาร์คนายเลิศ คือการจัดดอกไม้ประจำปี ณ ปาร์คนายเลิศ ปฐมเหตุของการจัดงานดอกไม้ในปาร์คนายเลิศ เพราะว่าแม่ได้แรงบันดาลใจจากการไปชมเทศกาลดอกไม้ที่อังกฤษ จึงนำกลับมาจัดที่ปาร์คนายเลิศ งานดอกไม้ครั้งแรกนั้นท่าท่าท่าท่าจัดเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนม์อายุครบ 60 พรรษา แม่ทราบดีว่าพระองค์ท่านทรงรักป่า รักธรรมชาติมาก ส่งต้องการให้ประเทศไทยมีป่ามากๆ และทรงปลูกฝังให้คนไทยรักษาป่า รักษาธรรมชาติ รักต้นไม้ ด้วยเหตุนี้แม่จึงเลือกวันจัดงานดอกไม้ในช่วงเดือนสิงหาคม  เพราะเป็นเดือนแห่งวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ท่าน แล้วก็เป็นที่น่าชื่นใจว่า งานจัดดอกไม้ ณ ปาร์คนายเลิศได้การยอมรับว่าเป็นงานสำคัญงานหนึ่งของกรุงเทพฯ และประเทศไทย เป็นการรวมตัวของเหล่าบรรดาคนรักดอกไม้ รักต้นไม้ รักธรรมชาติ โดยในงานนั้นเราเน้นการใช้ดอกไม้สดเท่านั้น

 

 

น้องเล็ก : ปัจจุบันเราคงจัดงานดอกไม้เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าจัดปีเว้นปี แล้วขยายเป็นการจัดในพื้นที่ outdoor ซึ่งครั้งต่อไปจะจัดในปี 2027 ในเขตของโรงแรมอมัน นายเลิศ (Aman Nai Lert) และขออนุญาตเล่าให้ฟังว่าผู้ที่เข้าพักโรงแรมอมัน นายเลิศ ทุกคนจะได้เข้าชมบ้านนายเลิศ เพราะเราต้องการให้แขกผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์โดยตรงกับการได้เข้าไปสัมผัสภายในบ้านนายเลิศ และได้รับรู้ประวัติของบ้านหลังนี้ ได้เห็นสถาปัตยกรรมบ้านไม้ของไทยตามสไตล์นายเลิศ

 

 

ผู้สัมภาษณ์ถามน้องเล็กว่า โดยลักษณะภายนอกดูเสมือนน้องเล็กเป็นคนสมัยใหม่ล้ำยุคมาก ดูแล้วไม่น่าจะซาบซึ้งกับบ้านไม้สักอายุเป็นร้อยปี จึงขอถามว่าต้องปรับตัวมากแค่ไหนกับการเข้ามารับบทบาทผู้ดูแลบ้านปาร์คนายเลิศ

 

น้องเล็ก : คิดว่ามันคือลิขิตหรือชะตาที่ถูกกำหนดมาแล้ว แต่บอกตรงๆ นะ หนูเล็กผูกพันกับบ้านหลังนี้มาก ผูกพันกับคุณยายมาก และผูกพันกับคนในครอบครัวของเรามาก ซึ่งคนภายนอกอาจจะดูว่าหนูเล็กเปรี้ยวมาก แต่ต้องบอกว่าหนูเล็กผูกพันกับสถานที่แห่งนี้มากจริงๆ แล้วก็ต้องยอมรับว่าการดูแลบ้านหลังนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการดูแลรักษาบ้านไม้ต้องเอาใจใส่สูงมาก หากปล่อยให้บ้านชื้นหรือร้อนมากจนเกินไป ก็จะทำให้ตัวบ้าน และของต่างๆ ในบ้านเสียหายได้ ดังนั้นการดูแลบ้านให้อยู่ในสภาพดีจึงต้องอาศัยทั้งความใส่ใจและความรู้ในเรื่องต่างๆ เข้ามาประกอบร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เล็กถือว่าตัวเองโชคดีมาก ที่ได้มีส่วนดูแลรักษาสถานที่แห่งนี้ เล็กจึงต้องทำให้สถานที่แห่งนี้ดำรงอยู่ต่อไปในสภาพที่ดีเหมือนเดิม เหมือนครั้งที่คุณทวดและคุณยายยังมีชีวิตอยู่   แต่ขณะเดียวกันเล็กก็ต้องทำธุรกิจควบคู่ไปด้วย เพื่อหล่อเลี้ยงให้บ้านปาร์คนายเลิศคงอยู่ต่อไป

 

 

คุณเป๊ก : ก่อนที่เราจะตัดสินใจทำธุรกิจนี้ ก็หารือกันในหมู่ญาติพี่น้อง แล้วได้ข้อตกลงร่วมกัน โดยแต่ทุกคนมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือรักษาบ้านหลังนี้ไว้

 

น้องเล็ก : เราโชคดีที่คุยกันรู้เรื่อง และมีความเห็นตรงกัน เราจึงทำงานร่วมกันได้คล่องตัว เล็กเคยหารือกับคุณยาย แล้วให้สัญญากับท่านว่าไม่ขายบ้านปาร์คนายเลิศเด็ดขาด ต่อให้ได้เงินมากสักเพียงใดก็จะไม่ขาย เพราะแม้จะได้เงินมาเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อขายไปแล้วเราก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครองบ้านหลังนี้อีกต่อไป เล็กจึงเลือกที่จะรักษาดูแลบ้านหลังนี้ต่อไปพร้อมกับญาติพี่น้องทุกคน เล็กอยากให้คนที่ได้เข้ามาสัมผัสบ้านปาร์คในเลิศรับรู้ว่า เมืองไทยของเรามีตำนาน มีความขลัง และมีเรื่องดีๆ มากมายให้ผู้คนได้เรียนรู้ เล็กคิดว่าตัวเองถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องมาดูแลที่แห่งนี้ จึงผูกพันกับที่แห่งนี้มาก ผูกพันมาโดยตลอด ผูกพันกับครอบครัว ผูกพันกับสถานที่ เล็กถือว่าที่แห่งนี่มีค่ามหาศาล มีคุณค่าทางใจกับเล็ก และเป็นสถานที่ที่สามารถบอกเล่าให้คนไทย รวมถึงคนบนโลกใบนี้ได้รับรู้ถึงคุณค่าของบ้านไม้กลางสวนป่าใจกลางกรุงเทพฯ มันทำให้ผู้คนมากมายเห็นถึงความเรียบง่ายความเป็นธรรมชาติ เล็กดีใจที่ได้เกิดมาแล้วมีส่วนรักษาสถานที่แห่งนี้ ภูมิใจมากที่ได้ดูแลที่นี่ เล็กมีความศรัทธาในสิ่งที่ญาติพี่น้องคุณทวด คุณยาย คุณป้า คุณแม่ รวมถึงตัวเล็กที่เราสามารถรักษาและสร้างเสริมดูแลบ้านปาร์คนายเลิศได้อย่างดี ล่าสุดเล็กสร้างโรงแรม สร้างโรงเรียน โดยมีต้นแบบมาจากคุณทวด และคุณยาย ทำให้เล็กตั้งใจทำทุกอย่างในบ้านปาร์คนายเลิศให้ดำรงคงอยู่ สืบต่อจากคุณทวด และคุณยาย

 

 

คุณเป๊ก : นายเลิศเคยสร้างโรงแรมมาแต่เก่าก่อน ชื่อ Hotel De La Paix เป็นโรงแรมแห่งแรกที่ผู้ประกอบการเป็นชาวไทย แล้วลูกสาวของท่านคือท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ก็สานต่อกิจการโรงแรม นอกจากนี้แม่ยังเน้นเรื่องอาหารไทย เพราะต้องการให้สังคมไทยได้ชื่นชมกับอาหารของคนไทย โดยมีตำรับของปาร์คนายเลิศ แต่เป็นอาหารแบบบ้านๆ สไตล์นายเลิศ เป็นตำรับอาหารของบ้านเรา เรามั่นใจว่าเป็นของดีจึงตั้งใจเก็บสิ่งที่ดีจากรุ่นตารุ่นยาย และรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเราให้สืบต่อไป

 

 

น้องเล็ก : ตอนที่เปิดบ้านปาร์คนายเลิศเป็นเฮอร์ริเทจนั้น แรกๆ ยังไม่ครบวงจร ท่านผู้หญิงหรือคุณยายท่านสอนเล็กว่า หากเราเปิดบ้านเป็นพิพิธภัณฑ์เพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถอยู่รอดได้ยั่งยืน ท่านจึงเสนอว่า เราควรจะต้องทำให้ครบวงจร คือกินอยู่หลับนอน เพื่อให้ผู้มาเยือน มาใช้บริการได้รับบริการแบบครบวงจร คือได้มากิน มานอน และได้มาเห็นสถานที่แห่งนี้ เพื่อให้ผู้คนได้เข้ามาใช้ชีวิตในที่นี่ อย่าลืมว่าเมื่อเขามาแล้ว เขาหิวเขาก็มีของกิน เราก็จึงคิดว่าต้องเปิดให้อาหารไทยแบบโบราณ เน้นว่าเป็นไทยโบราณแบบนายเลิศ คุณหญิงสิน เป็นเมนูที่คุณหญิงสินริเริ่มไว้ตั้งแต่ต้น

 

 

 

อันที่จริงยังมีบทสนทนากับคุณเป๊กและน้องเล็กอีกมาก แต่ว่าพื้นที่สำหรับนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจที่ได้จากการพูดคุยกับบุคคลทั้งสองลงแล้ว แต่วันหน้าจะไปเยี่ยมเยือนโรงแรมอมัน นายเลิศ แล้วจะกลับมาเล่าสู่กันฟังอีกครับ

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top