วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
Match Group และ Tinder ร่วมกับ กรมสุขภาพจิต พร้อมด้วย the Global Initiative on Loneliness and Connection (GILC) เครือข่ายระดับโลกขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่แก้ไขปัญหาวิกฤตความเหงา และการแยกตัวทางสังคม, สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS), สติแอพ และ AIS เปิดตัวแคมเปญ Human Connection โครงการระดับประเทศครั้งแรก เพื่อรับมือต่อปัญหาภาวะโดดเดี่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นในสังคมไทยผ่านการสร้างความเชื่อมต่อระหว่างผู้คน
แคมเปญนี้เปิดพื้นที่ให้องค์กรจากหลายภาคส่วน ได้แก่ ภาคธุรกิจ หน่วยงานรัฐ องค์กรไม่แสวงหากำไร (Non-Profit) รวมไปถึงกลุ่มคอมมูนิตี้ต่าง ๆ เพื่อเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน โดยชวนองค์กรทั่วประเทศมาร่วมขับเคลื่อนและเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนี้ โดยเข้าร่วมลงนามคำมั่นสัญญา Human Connection พร้อมมุ่งมั่นดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้คนในองค์กรเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น
คำมั่นสัญญา Human Connection ช่วยให้องค์กรมีแนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการดูแลพนักงาน เพื่อช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นทั้งในที่ทำงานและชีวิตประจำวัน โดยองค์กรสามารถเลือกแนวทางที่ตรงกับวัฒนธรรมและผู้คนในองค์กร ผ่าน 4 หัวใจสำคัญ ได้แก่ การเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกัน การเพิ่มช่วงเวลาที่ผู้คนได้พบเจอกันตัวต่อตัว การสร้างความเข้าใจเรื่องความโดดเดี่ยวและการแยกตัวจากสังคม รวมถึงการดูแลสุขภาพจิตและอารมณ์ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ที่ทำงานและคอมมูนิตี้กลายเป็นสถานที่ที่ทุกคนรู้สึกเชื่อมโยงกันได้มากขึ้น ได้รับแรงสนับสนุน และเติบโตได้อย่างเต็มที่
การเปิดตัวแคมเปญครั้งนี้มาพร้อมกับผลสำรวจล่าสุดของ Human Connection¹ ซึ่งจัดทำโดย Ipsos ในนามของ Match Group สะท้อนให้เห็นว่าคนโสดไทยกำลังเผชิญกับภาวะความโดดเดี่ยว พร้อมต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากขึ้น โดยผลสำรวจระบุว่า 85% ของคนไทยเผชิญกับความโดดเดี่ยวเป็นบางครั้ง ในขณะที่ 87% กำลังมองหาการเชื่อมต่อใหม่ ๆ และ 72% ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่มีความหมาย มากกว่าความสัมพันธ์ผิวเผินจำนวนมาก
ไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันกำลังกลายเป็นอุปสรรคในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ผลการสำรวจระบุว่า 48% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ให้ความสำคัญกับงานหรือการเรียนมากกว่าการใช้ชีวิตในสังคม ในขณะเดียวกัน 40% มองว่าบริเวณที่อาศัยอยู่ยังขาดพื้นที่สาธารณะที่เข้าถึงได้ง่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการพบปะผู้คนใหม่ๆ นอกจากนี้ยังพบว่า คนไทย 31% รู้สึกว่าตัวเองขาดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งที่สามารถรับฟังและพึ่งพาทางอารมณ์ได้อย่างแท้จริง
ผลสำรวจ Human Connection ระบุว่า 29% ของคนไทยระบุว่า การขาดการเชื่อมต่อทางสังคมส่งผลกระทบด้านสุขภาพหรือการนอนหลับ ขณะที่ 24% พบว่าประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการขาดความสัมพันธ์ที่มีความหมายสามารถส่งผลในหลากหลายมิติทั้งตัวเอง สถานที่ทำงานและคอมมูนิตี้
คุณเอ็ดเวิร์ด การ์เซีย ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการปฏิบัติการ Global Initiative on Loneliness and Connection (GILC) กล่าวว่า “การขาดการเชื่อมต่อทางสังคมได้กลายเป็นประเด็นหลักที่ส่งผลต่อคอมมูนิตี้ทั่วโลก สิ่งที่ทำให้แคมเปญ Human Connection น่าจับตามองคือการร่วมมือกันโดยดึงพันธมิตรจากหลายภาคส่วน เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้คนพบเจอความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากขึ้น”
นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การเชื่อมต่อทางดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และการสร้างสังคมที่เชื่อมโยงกันอย่างมีคุณภาพกำลังเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของประเทศ แต่การเชื่อมต่อในยุคดิจิทัลต้องไม่ใช่เพียงการทำให้ผู้คนติดต่อกันได้สะดวกขึ้นเท่านั้น หากต้องเป็นการเชื่อมต่อที่สร้างความเข้าใจ ความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยโจทย์นี้ AIS จึงมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการเดินหน้าสร้าง Safe Digital Society การส่งเสริม Digital Literacy และ AI Literacy เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้คนไทยสามารถใช้ชีวิตในทุกการเชื่อมต่อ และบนโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับ People Well-being และการสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งทั้งภายในองค์กรและสังคม ในฐานะพันธมิตรใน Human Connection Campaign ครั้งนี้ AIS มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน เพื่อร่วมผลักดัน "Human Connection" และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการเชื่อมต่อทางสังคมที่มีคุณภาพ อันจะนำไปสู่ความร่วมมือและกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับ Tinder ในอนาคต เพื่อสร้างสังคมที่ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยง เข้าใจกัน และพร้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”
แคมเปญนี้มุ่งหวังที่จะได้เห็นผู้ลงนามจำนวน 100 องค์กร และเข้าถึงพนักงานมากกว่า 20,000 คน ภายในปี 2570 โดยหลายองค์กรได้ร่วมลงนามแล้ว ได้แก่ VML Thailand และจงรักดี ในฐานะส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นนี้ VML Thailand จะเปิดตัวโครงการหลากหลายรูปแบบเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในที่ทำงานไม่ว่าจะเป็น Passion Market ที่เปิดโอกาสให้พนักงานเชื่อมต่อกันมากกว่าในฐานะเพื่อนร่วมงาน การจัด Behind the Brief storytelling sessions ทุก 3 เดือน และ Annual Emotional Check-Up เพื่อดูแลและเข้าใจความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ทั้งนี้องค์กรทั่วประเทศไทยได้รับชวนให้มาร่วมขับเคลื่อนและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเชื่อมต่อทางสังคม เพื่อให้ที่ทำงานและคอมมูนิตี้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ได้รับแรงสนับสนุน และเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ
ข้อมูลอ้างอิง
1 ผลสำรวจจาก Human Connection โดย Ipsos กลุ่มตัวอย่างคนโสดในไทยจำนวน 1,000 คน อายุระหว่าง 18-45 ปี ในเดือนมิถุนายน 2569
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี