วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ตู้ลายทองนับเป็นของสำคัญอย่างหนึ่งของไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะส่งแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของงานที่เกี่ยวข้องกับการเขียนและอ่านของไทยมายาวนาน เป็นการบ่งบอกถึงอารยธรรมด้านอักษรศาสตร์ของชาติ แล้วยังแสดงถึงศิลปะ วัฒนธรรมของชนชาติไทยอย่างดี


เมื่อครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการประกาศจัดตั้งหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร มีกระแสพระราชดำริว่าควรใช้ตู้รดน้ำลายทองเพื่อใส่หนังสือในหอพระสมุด กรรมการหอพระสมุดในยุคนั้นทราบว่าตามวัดต่าง ๆ มีตู้รดน้ำลายทองอยู่ตามวัดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก จึงให้ราชบัญฑิตขอจากพระสงฆ์ผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งพระสงฆ์ต่างก็ยินดีถวายให้เพื่อสนองพระราชประสงค์ ดังนั้น จึงได้ตู้รดน้ำลายทองชนิดต่าง ๆ รวมถึงตู้แบบจีน ตู้ประดับกระจก จำนวนมากไปไว้ที่หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร และนั่นก็หมายถึงการเริ่มต้นประวัติการเก็บสะสมและรักษาหนังสือในราชอาณาจักร


ครั้นต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แสวงหาตู่รดน้ำลายทองมาเพิ่มเติม กับรวบรวมศิลาจารึกต่าง ๆ ไปไว้ในหอพระสมุดด้วย ซึ่งถือเป็นการรวบรวมกิจการด้านหนังสือและจารึกของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมโดยสมบูรณ์อีกครั้ง ดังนั้น ตู้รดน้ำลายทองจึงมีบทบาทสำคัญในการแสดงวิวัฒนาการของกิจการหนังสือและอักษรศาสตร์ของชาติไทยอย่างชัดเจน



สำหรับผู้ที่สนใจชมตู้รดน้ำลายทอง สามารถไปชมได้ที่อาคารหอพระสมุดวชิรญาณ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี โดยมีตู้รดน้ำลายทอง และตู้เก็บหนังสือเก่าแก่ จัดแสดงไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 406 หลัง โดยเป็นศิลปะตั้งแต่สมัยอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ แต่สำหรับภาพที่นำมาประกอบบทความในสัปดาห์นี้ เป็นตู้รดน้ำลายทองในสมัยรัตนโกสินทร์เท่านั้น


ตู้รดน้ำลายทองจะแบ่งเป็นสองประเภทหลัก ๆ คือ แบบเท้าสิงห์กับตู้ขาหมู โดยแบบเท้าสิงห์จะสังเกตได้จากปลายเสาที่ติดกับพื้นจะทำเป็นรูปเท้าสิงห์ แต่ตู้ขาหมูจะเป็นเพียงขาไม้ธรรมดาไม่มีการแกะสลักเป็นเท้าสิงห์ และบางตู้อาจจะมีลิ้นชักอยู่ด้านล้าง ส่วนลวดลายก็จะมักจะทำเป็นลายกนกเปลวชนิดต่าง ๆ เช่น กนกเปลวเครือเถาไขว้ ครุฑคาบ นาคคาบ เถาหัวนาค หัวครุฑ หรือภาพสัตว์ต่าง ๆ เช่น นก ลิง กระรอก กวาง กระต่าง หมูป่า และจะมีลวดลายอีกชนิดคือเขียนเป็นเรื่องชาดก หรือภาพยักษ์ เทวดา เช่น รามสูรขว้างขวาน นางเมขลาล่อแก้ว หรือไม่ก็ภาพเทพนม เทวดา วิทยาธร สัตว์หิมพานต์ อมนุษย์ โดยมีทิวทัศน์เป็นภาพป่า มีโขดหินและศาลาประกอบภาพ หรืออาจทำเป็นภาพพระเวสสันดรในพระอริยาบถต่าง ๆ เช่น ยืน นั่ง เดิน บางครั้งทำเป็นรูปพระเวสสันดรอยู่ที่สระน้ำ แล้วกำลังเรียกพระกัณหา พระชาลี หรือภาพชูชกทูลขอพระกุมารทั้งสองจากพระเวสสันดร หรือภาพพุทธประวัติ เป็นต้น แล้วประดับตกแต่งภาพด้วยลายก้านแย่งใบเทศ และลายกรวยเชิงที่ตอนบนหรือล่างของตู้ แต่หากมีลิ้นชัก ก็มักจะสลักลวดลายแบบนูนต่ำ แล้วประดับกระจกสีเขียวที่พื้นหลัง และอาจมีลายดอกพุดตานเครือเถาเคล้าด้วยภาพกระรอก ใต้กรอบลิ้นชักทำเป็นฐานปัทม์


ปกติตู้รดน้ำลายทองที่เป็นแบบเท้าสิงห์ มักทำเป็นรูปปากสิงห์ที่เชิงตู้ ส่วนขาตู้ทำเป็นรูปเท้าสิงห์ เชิงตู้ทำเป็นลายสิงห์จำหลักแบบนูนต่ำลายดอกพุดตานเครือเถา ประดับกระจกสีแดงที่พื้นหลัง ส่วนตัวลายจะลงทองทึบ มุมขาตู้ตอนบนจำหลักเป็นลายนูนต่ำรูปหน้าสิงห์ลงทองทึบ ขาตู้ทำเป็นร่องริ้วรูปเล็บสิงห์ ประดับด้วยกระจกสีน้ำเงินที่ร่องริ้วเล็บสิงห์ บางครั้งจะทำเป็นเท้าสิงห์เหยียบบนลูกแก้ว โดยลูกแก้วทำเป็นริ้วคล้ายเม็ดมะยม ตัวลูกแก้วลงรักแดงทึบ

ตามปกติขนาดของตู้รดน้ำลายทองจะอยู่ที่ ด้านหน้าช่วงบนกว้าง 90 เซนติเมตร ด้านล่างกว้าง 100.5 เซนติเมตร ด้านข้างช่วงบน 77 เซนติเมตร ด้านล่าง 87.5 เซนติเมตร สูง 195-200 เซนติเมตร บางตู้ทำเสาเม็ดบัว สูงประมาณ 25 เซนติเมตร ประดับไว้


นอกจากนั้นยังมีตู้ขาหมูจำหลักลายแบบจีน โดยทำลวดลายเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น ตอนบนของบานประตูมีลูกฟักจำหลักแบบนูนต่ำ ทำเป็นลวดลายผีเสื้อเคล้าดอกไม้ และใบไม้ร่วง ตัวลายตกแต่งด้วยสีทอง พื้นหลังเป็นสีเขียว ลดหลั่นลงมาเป็นภาพฉลุจำหลักนูนสูงรูปดอกไม้ และมีนกเกาะอยู่ ส่วนขอบทำเป็นลายเมฆ ปิดทองลงรักแดงโดยจำหลักเป็นแบบโปร่ง แล้วมีกระจกเป็นพื้นหลัง ส่วนตอนล่างของบานประตูเป็นภาพลายฮ่อ ลงรักแดง ปิดทอง ทำเป็นรูปฮก ลก ซิ่ว ส่วนที่ลูกฟักจำหลักลายนูนต่ำทำเป็นลวดลายสัตว์ลำตัวยาว มีลายเมฆหรือลายเลเวนอยู่ด้านข้างของลูกฟัก พื้นหลักลูกฟักเป็นสีเขียว มีลวดลายสีทองขับให้เด่นขึ้น
.jpg)


ตู้รดน้ำลายทอง และตู้หนังสือแบบจีนที่นำเสนอในสัปดาห์นี้ เป็นเครื่องบ่งบอกถึงศิลปะของการทำตู้หนังสือตามแบบฉบับของบรรพบุรุษของเราทุกคนที่ฝากไว้บนแผ่นดินผืนนี้ เป็นการรังสรรค์งานศิลป์ชิ้นเอกโดยช่างไทยแต่โบราณกาล เพื่อให้ศิลปะไทยดำรงคงอยู่คู่กับคนไทยและแผ่นดินไทยนานตราบนาน หวังว่าคนรุ่นหลัง และอนุชนจะประจักษ์ในคุณค่าของงานศิลป์ และเกิดความรัก ความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของชาติไทยประเภทนี้ และน่าจะซาบซึ้งในอัจฉริยภาพของบรรพไทยของเรา



สำหรับผู้สนใจชมตู้รดน้ำลายทอง สามารถเข้าชมได้ที่อาคารหอพระสมุดวชิรญาณ หอสมุดแห่งชาติ และสามารถอ่านเนื้อหาก่อนเข้าชมของจริงได้จากหนังสือตู้ลายทอง ของสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี