Logo วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
ไวรัสตับอักเสบเอและบี ภัยเงียบที่อาจนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับ

ไวรัสตับอักเสบเอและบี ภัยเงียบที่อาจนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับ

วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.51 น.
Tag : ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบเอ
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ไวรัสตับอักเสบเอและไวรัสตับอักเสบบี เป็นโรคติดเชื้อที่ส่งผลต่อตับ แต่มีช่องทางการติดต่อและความรุนแรงแตกต่างกัน โดยไวรัสตับอักเสบเอติดต่อผ่านอาหาร น้ำ หรือสิ่งปนเปื้อน มักเป็นการติดเชื้อเฉียบพลันและไม่กลายเป็นโรคเรื้อรัง ขณะที่ไวรัสตับอักเสบบีติดต่อผ่านเลือด สารคัดหลั่ง หรือจากแม่สู่ลูก และอาจพัฒนาเป็นการติดเชื้อเรื้อรัง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตับแข็งและมะเร็งตับได้ การตรวจเลือดและการรับวัคซีนตามความเหมาะสมจึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและลดความเสี่ยงในระยะยาว

นพ. สุขประเสริฐ จุฑากอเกียรติ

 


นพ. สุขประเสริฐ จุฑากอเกียรติ  อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ไวรัสตับอักเสบเอและไวรัสตับอักเสบบีเป็นเชื้อไวรัสคนละชนิด แม้จะส่งผลต่อตับเหมือนกัน แต่มีช่องทางการแพร่เชื้อ ลักษณะการดำเนินโรค และความเสี่ยงระยะยาวแตกต่างกัน โดยไวรัสตับอักเสบเอมักเกี่ยวข้องกับสุขอนามัยด้านอาหารและน้ำ ส่วนไวรัสตับอักเสบบีมีความเกี่ยวข้องกับเลือด สารคัดหลั่ง และการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกมากกว่า การทำความเข้าใจความแตกต่างของโรคทั้งสองชนิดจึงช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงและเลือกวิธีป้องกันได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

ไวรัสตับอักเสบเอ ติดต่อจากอะไร

ไวรัสตับอักเสบเอเป็นโรคติดเชื้อที่มักแพร่กระจายผ่านการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงการสัมผัสเชื้อจากมือหรือสิ่งของที่ไม่สะอาด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสุขอนามัยไม่เหมาะสม หรือสถานที่ที่มีผู้คนอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น หอพัก ค่ายทหาร โรงเรียน หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีการใช้ภาชนะหรืออาหารร่วมกัน

หลังได้รับเชื้อ ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการภายในประมาณ 2–6 สัปดาห์ อาการที่พบได้ เช่น ไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้องบริเวณชายโครงขวา ปัสสาวะสีเข้ม ตาเหลือง หรือผิวเหลือง ซึ่งเป็นอาการของภาวะดีซ่าน

แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักหายได้เอง แต่บางกลุ่มอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรังอยู่เดิม หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งอาจเกิดภาวะตับอักเสบรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์

ไวรัสตับอักเสบบี ติดต่อจากอะไร

ไวรัสตับอักเสบบีสามารถติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน รวมถึงการถ่ายทอดจากมารดาสู่ทารกระหว่างการคลอด ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อตั้งแต่วัยเด็ก

ความสำคัญของไวรัสตับอักเสบบีอยู่ที่การติดเชื้ออาจพัฒนาเป็นภาวะเรื้อรังได้ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับเชื้อตั้งแต่แรกเกิดหรือในวัยเด็ก ซึ่งมีโอกาสเกิดการติดเชื้อเรื้อรังสูงกว่าช่วงวัยอื่น เมื่อเกิดการอักเสบของตับอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดพังผืดในตับ พัฒนาไปสู่ภาวะตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับในอนาคตได้

ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังจำนวนมากอาจไม่มีอาการในระยะแรก แต่เมื่อการทำงานของตับเริ่มลดลง อาจพบอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลียง่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือท้องโตจากการมีน้ำในช่องท้อง ซึ่งควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว

การวินิจฉัยไวรัสตับอักเสบเอและบี

การวินิจฉัยไวรัสตับอักเสบเอและบีทำได้ด้วยการตรวจเลือด เพื่อประเมินชนิดของการติดเชื้อ ภูมิคุ้มกัน และความรุนแรงของโรค

ไวรัสตับอักเสบเอ (HAV) แพทย์อาจตรวจหา Anti-HAV IgM เพื่อยืนยันการติดเชื้อเฉียบพลัน ไวรัสตับอักเสบบี (HBV) การตรวจที่สำคัญ ได้แก่ HBsAg เพื่อยืนยันว่ามีการติดเชื้อ, Anti-HBs เพื่อประเมินว่ามีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่, HBV DNA เพื่อวัดปริมาณไวรัสในเลือด รวมถึงการตรวจการทำงานของตับ และอัลตราซาวด์ตับ เพื่อช่วยประเมินสภาพตับและติดตามความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน

แนวทางการรักษาไวรัสตับอักเสบเอและบี

ไวรัสตับอักเสบเอ ส่วนใหญ่รักษาตามอาการ โดยเน้นการพักผ่อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือยาที่อาจส่งผลต่อตับ

ไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง แพทย์จะพิจารณาการรักษาตามผลตรวจและสภาพตับของผู้ป่วยแต่ละราย หากมีข้อบ่งชี้ อาจรักษาด้วยยาต้านไวรัสระยะยาว โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมปริมาณไวรัส ชะลอความเสียหายของตับ และลดความเสี่ยงต่อภาวะตับแข็งหรือมะเร็งตับในอนาคต

 

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบี

วัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอและบี โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หรือผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรค

วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ โดยทั่วไปฉีด 2 เข็ม ห่างกันประมาณ 6–12 เดือน ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอาหาร ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง หรือผู้ที่ตรวจแล้วพบว่ายังไม่มีภูมิคุ้มกัน

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี โดยทั่วไปฉีด 3 เข็ม ตามกำหนดเดือนที่ 0, 1 และ 6 หลังฉีดครบควรตรวจ Anti-HBs เพื่อประเมินว่าร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนหรือได้รับไม่ครบ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ติดเชื้อ ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง หรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเลือดและสารคัดหลั่ง

ทั้งนี้ ไวรัสตับอักเสบเอและไวรัสตับอักเสบบีแม้ส่งผลต่อตับเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างทั้งด้านช่องทางการติดต่อ การดำเนินโรค และผลกระทบในระยะยาว การเข้าใจความเสี่ยงของตนเอง การตรวจประเมินเมื่อมีความเสี่ยงหรือข้อบ่งชี้ รวมถึงการรับวัคซีนตามความเหมาะสม จึงเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อและดูแลสุขภาพตับในระยะยาว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved