533.jpg
สกู๊ปพิเศษ : ปักหมุด ‘Universal Design’ ปิดช่องว่างจาก ‘สิทธิในกฎหมาย’..สู่สิทธิที่ใช้ได้จริง

สกู๊ปพิเศษ : ปักหมุด ‘Universal Design’ ปิดช่องว่างจาก ‘สิทธิในกฎหมาย’..สู่สิทธิที่ใช้ได้จริง

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ร่วมกับมูลนิธิคนพิการไทย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เปิดงาน “มหกรรม UD (Universal Design) เพื่อคนพิการและทุกคนอยู่ดี” ภายใต้แนวคิด “From Law to Life: Design for All, Better Living for Everyone” เพื่อเป็นเวทีระดับชาติที่เชื่อมโยงกฎหมาย นโยบาย องค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และเสียงสะท้อนของผู้ใช้งานจริง สู่การขับเคลื่อนการออกแบบ Universal Design ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ณ ฮอลล์ 9–10 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. กล่าวว่า การที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ควบคู่กับจำนวนประชากรที่อยู่ในกลุ่มคนพิการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ภาครัฐต้องเร่งปรับบทบาทจากการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาไปสู่การเป็น “ผู้สร้างโอกาส” ที่ออกแบบสภาพแวดล้อมและระบบบริการให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม โดยประเทศไทยมีกฎหมายสำคัญรองรับทั้ง พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎหมายที่กำหนดมาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ แต่อย่างไรก็ตามความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การนำกฎหมายและมาตรฐานไปสู่การพัฒนาพื้นที่สาธารณะ อาคารและที่อยู่อาศัย การเดินทาง ตลอดจนการใช้บริการที่ยังไม่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากเท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องเร่งลดช่องว่างระหว่างมาตรฐานที่กำหนดไว้กับประสบการณ์ที่ประชาชนได้รับจริง เพื่อให้สิทธิในการเข้าถึงไม่หยุดอยู่เพียงบนข้อกฎหมาย แต่เกิดขึ้นได้จริงในทุกพื้นที่และทุกมิติของการดำเนินชีวิต


“พม.คาดหวังให้ ‘มหกรรม UD (Universal Design) เพื่อคนพิการและทุกคนอยู่ดี’ เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและวิธีคิดของสังคมไทย จากการแก้ไขภายหลังไปสู่การออกแบบให้พร้อมตั้งแต่ต้น โดยมองการเข้าถึงอย่างเชื่อมโยงตั้งแต่ ‘บ้าน–การเดินทาง–ปลายทาง’ รวมถึงสถานศึกษา สถานที่ทำงาน โรงพยาบาล พื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่สาธารณะ และบริการดิจิทัล พร้อมผนึกกำลังภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรคนพิการ และประชาชน เพื่อพัฒนามาตรฐาน ส่งเสริมการตรวจประเมิน สนับสนุนการปรับปรุงพื้นที่เดิม และทำให้เสียงของผู้ใช้งานจริง เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ Universal Design เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน” นายนิกร กล่าวและว่า

โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ นิทรรศการ FROM LAW TO LIFE พื้นที่จัดแสดงเส้นทางการพัฒนาจากกฎหมาย มาตรฐาน และนโยบาย สู่การประยุกต์ใช้จริง เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงของทุกคนอย่างเท่าเทียม , Policy Forum & Public Dialogue เวทีร่วมกำหนดทิศทางขับเคลื่อน UD จากหลากองค์กรชั้นนำ , UD Clinic คลินิกให้คำปรึกษาแก่เจ้าของอาคาร ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป ทั้งการออกแบบอาคารใหม่และการปรับปรุงอาคารเก่าให้เข้าถึงได้ตามหลัก UD , Empathy Zone พื้นที่จำลองประสบการณ์การใช้ชีวิตของคนพิการ ครอบคลุมการเคลื่อนไหว การมองเห็น การสื่อสาร และการใช้มือ เพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการออกแบบเพื่อทุกคน , Public Voice Zone พื้นที่รับฟังเสียงจากประชาชนและผู้ใช้งานจริง เพื่อนำไปปรับปรุงนโยบายและมาตรฐานต่อไป , Partner Network Pavilion พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมและต้นแบบ UD จากหน่วยงานและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ , Future Generation Programs เครือข่ายนักออกแบบและผู้ขับเคลื่อนรุ่นใหม่ด้าน UD ของประเทศ และ UD Hero & Inclusive Organization Awards กิจกรรมเชิดชูบุคคลและองค์กรต้นแบบในด้าน UD

ด้าน ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อว. กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญ ทั้งจากประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10 ล้านคน คนพิการที่มีบัตรประจำตัวจำนวนกว่า 2.25 ล้านคน สถิติดังกล่าวจึงมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศที่กำลังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต กำลังแรงงาน ระบบสาธารณสุข การศึกษา การเดินทาง การใช้บริการของรัฐ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยังทำให้ Universal Design กลายเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่จะช่วยรองรับความหลากหลายและความแตกต่าง เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระ และสามารถเข้าสิ่งต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียม

“สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อน Universal Design เพราะเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้ นักวิจัย นักออกแบบ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถนำมาแก้โจทย์การใช้ชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันยังมีผลงานวิจัยและนวัตกรรมอีกเป็นจำนวนมากที่มีศักยภาพ แต่ยังรอการผลักดันออกจากห้องเรียนและห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริงในพื้นที่สาธารณะ ระบบบริการ และชีวิตประจำวันของประชาชน กระทรวง อว. จึงพร้อมเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความเท่าเทียม ผ่านการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อร่วมพัฒนา ทดสอบ และต่อยอดผลงานเหล่านี้ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างแท้จริง โดยมีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นหนึ่งในสถาบันต้นแบบที่ศึกษาและประยุกต์ใช้แนวคิด UD มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้าน Universal Design ของภูมิภาคในอนาคต”

น.ส.สนธยา บุณยภูษิต อธิบดี พก. กล่าวทิ้งท้ายว่า หัวใจของ Universal Design คือแนวคิด “คนพิการใช้ได้ คนทุกกลุ่มก็ใช้ได้” เพราะความพิการไม่ได้เกิดจากข้อจำกัดของบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากอุปสรรคด้านสภาพแวดล้อม ระบบบริการ ข้อมูล และการสื่อสาร เมื่อสังคมได้รับการออกแบบให้เข้าถึงได้ อุปสรรคเหล่านี้จะลดลง และประชาชนจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นอิสระ มีศักดิ์ศรี และมีส่วนร่วมในสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ ความโดดเด่นของมหกรรมครั้งนี้จึงอยู่ที่การผนึกกำลังของภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน องค์กรคนพิการ นักออกแบบ คนรุ่นใหม่ และประชาชน มาเชื่อมโยงกฎหมาย นโยบาย งานวิจัย และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกกลุ่มมีส่วนร่วมตั้งแต่การสะท้อนปัญหา ร่วมคิด ออกแบบ ทดลองใช้ ไปจนถึงแนวทางที่นำไปใช้ได้จริง พร้อมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและร่วมเสนอความคิดเห็น เพื่อนำไปต่อยอดสู่การพัฒนานโยบาย มาตรฐาน และบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้น ซึ่งจะทำให้การออกแบบ Universal Design ไม่หยุดอยู่เพียงแนวคิด แต่เกิดขึ้นจริงได้ในทุกบริบทของชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศที่ช่วยลดข้อจำกัดในการใช้ชีวิต เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการจ้างงาน รองรับเศรษฐกิจคนพิการ-สูงวัย พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ภาคอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง การคมนาคม การท่องเที่ยว การค้าปลีก สุขภาพ และเทคโนโลยีดิจิทัล

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top