สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2569” ซึ่ง สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน” และทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ฯ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569

ในการนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะกรรมการจัดงานเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก เสร็จแล้ว ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯ กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของงานวันสตรีไทย ประจำปี 2569 และ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2569
.jpg)
จากนั้นพระราชทานพระราชวโรกาสให้ นางเยาวเรศ ชินวัตร ประธานคณะกรรมการตัดสินสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569 กราบบังคมทูลเบิก ผู้ทำคุณประโยชน์ คณะผู้แทนจากสภาสตรีระหว่างประเทศ สตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569 จำนวน 156 ราย และเยาวสตรีไทยดีเด่น จำนวน 15 ราย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเข็มที่ระลึก เข็มเชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569 และเกียรติบัตร เยาวสตรีไทยดีเด่น
จากนั้น พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก
.png)
เสร็จแล้ว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดเทียนเปิดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2569” และ พระราชทานพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชดำรัสเนื่องในวันสตรีไทย 2569 ความสำคัญตอนหนึ่งว่า “หัวข้อการจัดงานในปีนี้ ‘แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน’ สะท้อนความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแม่หลวงของแผ่นดิน ทรงอุทิศพระองค์ด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และสืบสาน ศิลปหัตถกรรม และศิลปวัฒนธรรมไทย ทรงยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและนานาประเทศ ทำให้ศิลป์แผ่นดินและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติคงคุณค่าและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ปณิธานของสตรีไทย ในการสานต่องานศิลป์แผ่นดินมิได้หมายถึงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว หากยังครอบคลุมถึงการสืบสานคุณค่าความเป็นไทยควบคู่กับการพัฒนาความรู้ ความสามารถและการอุทิศศักยภาพของตน เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม เพราะสตรีไทยในปัจจุบันได้มีบทบาทสำคัญในทุกสาขาอาชีพ เป็นพลังในการขับเคลื่อนครอบครัว ชุมชนสังคมและประเทศชาติ ให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ข้าพเจ้าขอให้สตรีไทยทุกคนภาคภูมิใจในคุณค่าของตนเอง ยึดมั่นในความสุจริต ความเพียรและความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล ร่วมกันธำรงรักษา ศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์อันงดงามของชาติ พร้อมทั้งมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง สร้างประโยชน์แก่สังคมและร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานในการรักษา และต่อยอดศิลป์แผ่นดินเพื่อความเจริญมั่นคงและความผาสุขของประเทศชาติสืบไป”

..jpg)
เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯ นิทรรศการสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯ ในเวทีสากล นิทรรศการเชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่น และเยาวชนสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569 และการแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย 4 ภาค ของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ฯ และการแสดงผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ฯ นิทรรศการผลิตภัณฑ์สตรี 4 ภาค หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) นิทรรศการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และการออกร้านแสดงผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และร้านโกลเด้นเพลส สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี