533.jpg
เมื่อผิวหนังคือความหวัง อีกรูปแบบของการบริจาคอวัยวะที่หลายคนอาจยังไม่รู้

เมื่อผิวหนังคือความหวัง อีกรูปแบบของการบริจาคอวัยวะที่หลายคนอาจยังไม่รู้

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.41 น.
Tag :

เมื่อพูดถึงอวัยวะที่สามารถบริจาคได้ หลายคนมักจะนึกถึง หัวใจ ตับ ไต และดวงตา แต่ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าสามารถบริจาคได้เช่นกัน นั่นก็คือ “ผิวหนัง” ซึ่งผิวหนังบริจาคนั้นมีบทบาทสำคัญในการรักษาและช่วยชีวิตผู้ป่วยแผลไฟไหม้ที่รุนแรงได้

ผิวหนังที่ห่อหุ้มตัวเราตั้งแต่หัวจรดเท้าได้ชื่อว่าเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายและทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติ อาทิ ป้องกันเชื้อโรค ลดการสูญเสียน้ำและความร้อน รวมถึงช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย แต่เมื่อใดที่ผิวหนังถูกทำลายจากแผลไฟไหม้เป็นบริเวณกว้าง ร่างกายก็สูญเสียเกราะป้องกันนี้ไปพร้อมกัน


“แผลไฟไหม้” โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ระดับ แต่ระดับที่แพทย์ให้ความสำคัญในการรักษาผู้ป่วย คือ แผลระดับ 2 ที่ลึก และ ระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับที่ผิวหนังถูกทำลายจนไม่สามารถฟื้นกลับมาได้เอง เพราะเป็นการสูญเสียผิวหนังไปโดยถาวร ร่างกายไม่สามารถรักษาตัวเองได้ ศ.นพ.อภิชัย อังสพัทธ์ กรรมการคลังเนื้อเยื่อ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย อธิบายถึงผลที่ตามมาหลังจากแผลไฟไหม้ที่อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อน

“ถ้าระดับ 1 และ 2 เมื่อสัมผัสจะยังมีความรู้สึกเจ็บบ้างหรือแสบบ้าง แต่ระดับ 3 ผิวหนังและเส้นประสาททั้งหมดถูกทำลาย จะไม่มีความรู้สึกอะไรเลย ผิวหนังบริเวณนั้นจะแข็งและแห้งอันนี้อันตรายมาก การปลูกถ่ายผิวหนังบริจาคจึงเป็นอีกทางเลือกที่แพทย์จะใช้ในการรักษาแผลไฟไหม้ในระดับนี้ เพราะคนไข้ไม่สามารถมีผิวหนังมาทดแทนในตำแหน่งนี้ได้ ตามมาด้วยการติดเชื้อแล้ว สักระยะหนึ่งอวัยวะต่าง ๆ ก็จะไม่ทำงาน ก็จะเป็นสาเหตุหลักที่ผู้ป่วยเสียชีวิต”

“อันดับแรกเราต้องปลูกถ่ายด้วยผิวหนังของเราเองก่อนครับ” ศ.นพ.อภิชัย กล่าวเป็นประโยคแรกเมื่อพูดถึงกระบวนการรักษาแผลไฟไหม้รุนแรงระดับ 3 “แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่พื้นที่ผิวหนังดีของคนไข้อาจเหลือไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายถูกไฟไหม้เป็นบริเวณกว้างผิวหนังจากผู้บริจาคจึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นผิวหนังทดแทนชั่วคราว ช่วยปิดบาดแผล ลดการสูญเสียน้ำและความร้อน รวมถึงลดโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกาย เพื่อประคองผู้ป่วยให้ผ่านช่วงวิกฤตและซื้อเวลาให้ร่างกายฟื้นตัว”

“สิ่งที่แพทย์ทำ คือ การตัดผิวหนังที่ถูกทำลายออก ซึ่งหลังจากตัดออก ปัญหาใหม่ก็คือ ร่างกายจะสูญเสียผิวหนังซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติ แม้จะใช้วัสดุปิดแผลชนิดอื่นได้ แต่ก็ยังไม่ดีเท่าการสมานด้วยผิวหนังจากมนุษย์ เพราะผิวหนังด้วยกันเองถือว่าเป็นวัสดุทำแผลที่ดี แต่ถ้าผิวหนังของคนไข้ไม่เพียงพอจริง ๆ คลังผิวหนัง ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ก็จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือ”

“การปลูกถ่ายผิวหนังจากผู้บริจาค ตัวผิวหนังจะอยู่กับผู้ป่วยเพียงชั่วคราว ประมาณ 2–3 สัปดาห์เท่านั้น หลังจากนั้นร่างกายจะเริ่มรับรู้ว่าผิวหนังนั้นไม่ใช่ของตัวเอง และค่อย ๆ ขับออกไปตามธรรมชาติ แต่ช่วงเวลา 2–3 สัปดาห์นั้นมีคุณค่ามหาศาล เพราะเป็นช่วงที่ช่วยให้ผู้ป่วยพร้อมสำหรับการปลูกถ่ายผิวหนังจริง และเป็นช่วงเวลาแห่งการรักษาชีวิต ที่ผู้บริจาคได้เป็นผู้ให้โดยแท้จริง”

“แล้วผิวหนังที่ใช้รักษาผู้ป่วยเหล่านี้มาจากไหน?” ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการรักษาผู้ป่วยแผลไฟไหม้รุนแรง คือ คลังผิวหนัง ภายใต้คลังเนื้อเยื่อ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ซึ่งทำหน้าที่รับผิวหนังจากผู้บริจาคเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง แปรสภาพ และจัดเก็บตามมาตรฐาน เพื่อให้พร้อมส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเมื่อมีผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ หลายคนอาจเข้าใจว่าผิวหนัง สามารถบริจาคได้ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ในความเป็นจริง การรับบริจาคผิวหนังจะดำเนินการจากผู้บริจาคหลังเสียชีวิต และเป็นเป็นผู้บริจาคกลุ่มเดียวกับผู้บริจาคอวัยวะ ปัจจุบันหากผู้บริจาคแสดงความจำนงไว้ เมื่อทีมผ่าตัดเข้าดำเนินการจัดเก็บอวัยวะ เช่น หัวใจ ปอด ตับ ไต หรือกระจกตา ก็จะสามารถจัดเก็บผิวหนังตามขั้นตอนได้เช่นกัน

“ก่อนรับผิวหนังเข้าสู่คลัง เราจะมีการคัดกรองหลายอย่าง เช่น หากผู้บริจาคมีโรคเกี่ยวกับผิวหนัง หรือมีรอยสักในตำแหน่งที่เราประเมินว่าอาจมีความเสี่ยง เราก็อาจไม่รับบริจาค แต่หากผ่านเกณฑ์แล้ว ผิวหนังทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการเตรียมก่อนนำไปใช้งาน คลังผิวหนังของเราเปิดดำเนินการมาแล้วประมาณ 7–8 ปี มีการนำผิวหนังไปใช้รักษาผู้ป่วยมากกว่า 1-2 แสนตารางเซนติเมตร ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราไม่เคยพบภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากผิวหนังที่จัดเก็บในคลัง ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อ ปฏิกิริยาต่อต้าน หรือความผิดปกติอื่นที่เกิดจากการปลูกถ่ายผิวหนัง”

“ช่วงเวลาทองของการปลูกถ่ายผิวหนัง ที่ผิวหนังผืนนั้นทำหน้าที่ปกป้องบาดแผลของผู้ป่วย เป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ามหาศาลสำหรับการช่วยชีวิต เพราะช่วงเวลานั้นเปิดโอกาสให้บาดแผลได้รับการปกป้อง แผลบางส่วนฟื้นตัวได้เอง และเมื่อถึงเวลาปลูกถ่ายผิวหนังของผู้ป่วยเอง ก็มีโอกาสที่ผิวหนังจะติดได้ดีมากขึ้น” ศ.นพ.อภิชัย กล่าวทิ้งท้ายถึงความสำคัญของผิวหนังบริจาคเพื่อการรักษาชีวิต

หากวันนี้มีคำถามอีกครั้งว่า อวัยวะใดที่สามารถบริจาคเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่นได้ จากคำตอบที่คุ้นเคยอย่าง หัวใจ ตับ ไต หรือดวงตา อาจมีคำว่า “ผิวหนัง” ผุดขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ไม่ถูกมองข้าม เพราะแม้ผิวหนังจะไม่ได้ทำหน้าที่อย่างชัดเจนแทนหัวใจหรือปอด แต่สำหรับผู้ป่วยแผลไฟไหม้รุนแรง ผิวหนังจากผู้บริจาคอาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤต และมีโอกาสมีชีวิตต่อได้อีกครั้ง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top