533.jpg
ศจย.ชงภาษีสุขภาพ คุม ‘หวาน-เค็ม-เมา-ควัน’ สกัดสินค้าก่อโรคเรื้อรัง

ศจย.ชงภาษีสุขภาพ คุม ‘หวาน-เค็ม-เมา-ควัน’ สกัดสินค้าก่อโรคเรื้อรัง

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.42 น.
Tag :

7 สิงหาคม 2569  ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณ สุข ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายแพทยสภา   นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ดร.โอลิเวีย นีเวรัส (Dr.Olivia Nieveras) ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขอาวุโส ประจำองค์การอนาโลกประเทศไทย  และศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกันแถลงข่าว ภายใต้แนวคิดหลัก "หวาน เค็ม เมา ควัน : กับดักสินค้าทำลายสุขภาพเรื้อรัง" (Commercial Determinants of Health: CDoH) ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จังหวัดนนทบุรี  วันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงานประชุมวิชาการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 24  

นพ.โสภณ  กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเจอวิกฤติด้านสาธารณสุขจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีผลจากการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ กินหวาน มัน เค็ม และพฤติ กรรมการขาดการออกกำลังกาย  นำมาซึ่งการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือ 9.7% ของ GDP โดยสินค้าทั้ง 4 ประเภท คือ อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและเกลือสูง สุรา และยาสูบ เรียกง่ายๆ ว่า “หวาน เค็ม เมา ควัน” เป็นสินค้าอันตรายที่กำหนดสุขภาพ หรือ Commercial Determinants of Health (CDoH)  

“กระทรวงสาธารณสุขมีจุดยืนชัดเจนในการไม่สนับสนุนบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ จำกัดการ โฆษณาและกิจกรรมการส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ลดการ เข้าถึงอาหารหวาน มัน เค็ม และอาหารแปรรูปที่ไม่ดีต่อสุขภาพและเพิ่มเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพและ ปลอดภัย” 

ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี กล่าวถึงโรค NCDs คร่าชีวิตคนไทยไม่ต่ำกว่าปีละ  3-4 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรม การกิน หวาน มัน เค็ม  ขณะที่การดื่มสุราทำให้สมองเสีย การสูบบุหรี่มวนทำให้เกิดโรคถุงลมโปร่งพอง เกิดโรคมะเร็ง และล่าสุดบุหรี่ไฟฟ้า อันตรายจากนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า  ถือเป็นภาระที่หนักมากของสาธารณสุขไทย 

ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี  ได้มีข้อเสนอเร่งด่วน 1.ช่วยกันผลักดันบรรจุกให้นิโคตินอยู่ในบัญชีสารเสพติดของประเทศ  ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด ไม่ให้เป็นสินค้าถูกกฎหมาย และใช้มาตรการทางภาษีที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาพฤติกรรมสุขภาพของคนไทย

ดร.โอลิเวีย กล่าวสนับสนุนภาษีเพื่อสุขภาพ จะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณสุข เศรษฐกิจและสังคม ประชาชนจะบริโภคสินค้าทำลายสุขภาพน้อยลง เพราะสินค้า หวาน เค็ม เมา ควัน เหล่านี้จะมีราคาแพงขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน และโรค NCDs อื่นๆ ลดลงด้วยเช่นกัน

นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า แม้จะมีความพยายามในการสื่อสารเรื่องปัจจัยเสี่ยง ‘หวาน เค็ม เมา ควัน’ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ความสำเร็จยังคงจำกัดเนื่องจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ทำให้สินค้าและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำลายสุขภาพ มีความได้เปรียบในการเข้าถึงมากกว่าทางเลือกเพื่อสุขภาพ ดังนั้นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหา NCDs ให้เป็นวาระแห่งชาติ  ทั้งมาตรการภาษีเพื่อสุขภาพ    เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ปรับสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ที่ทำงาน และพื้นที่สาธารณะ ให้การเลือกสิ่งที่ดีต่อสุขภาพเป็นทางเลือกหลัก  สร้างระบบแรงจูงใจระดับประเทศ พัฒนาระบบคะแนนสะสมสุขภาพ (Health Point/CCC) จูงใจให้เกิดการปรับพฤติกรรมยั่งยืน  ลงทุนในพื้นที่สุขภาวะ ที่เอื้อต่อสุขภาพ หนุนเสริมให้ อปท. ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี และบูรณาการแบบองค์รวม  ยกระดับ NCDs Ecosystem เป็นวาระร่วม 

สุดท้าย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ภาคีสมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อแห่งประเทศไทย กล่าวถึงมาตรการลดโรค NCDs ที่ดีที่สุด นอกจากการรณรงค์ให้ความรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดจากสินค้าทำลายสุขภาพ และ แก่เด็ก/ครอบครัว โรงเรียน และการมีส่วนร่วมของชุมชนแล้ว รัฐบาลมีภาระหน้าที่ ที่จะต้องกำหนดนโยบายสาธารณะ  ซึ่งจะส่งผลถึงการควบคุม/การลดการเข้าถึงสินค้าทำลายสุขภาพ ด้วยการห้ามโฆษณาส่งเสริมการขาย การลดจำนวนจุดขายปลีก และการใช้มาตรการทางภาษีเพื่อให้สินค้าทำลายสุขภาพมีราคาแพงขึ้นเพื่อลดการบริโภค

“มาตรการควบคุมยาสูบ ที่ยังรอให้ดำเนินการมาเกือบ 8 ปี ทั้งปรับโครงสร้างบุหรี่มวนให้เหลืออัตราเดียว ขึ้นภาษียาเส้น ลดจำนวนร้านขายปลีกบุหรี่ ฯลฯ หากเราไม่จัดการนโยบายสาธารณะเหล่านี้ อัตราการสูบบุหรี่ของประเทศไทยจะไม่ลดลงไปกว่านี้อีกแล้ว กฎหมายเกี่ยวกับสาธารสุขออกมาหมดแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอ”

ศ.นพ.ประกิต กล่าวถึงจำนวนร้านขายปลีกบุหรี่ในประเทศไทย 4.8 แสนราย ขณะที่สหรัฐฯ มี 3.8 แสนราย งานวิจัยชี้ชัดยิ่งมีร้านขายบุหรี่มากเยาวชนยิ่งติดบุหรี่มาก ถามว่า เป็นไปได้อย่างไรไทยมีร้านฯ มากกว่าสหรัฐฯ  ฉะนั้น ปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศนี้ คือ  ผู้ใหญ่ในประเทศนี้คิดว่าการลดปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายเป็นหน้าที่ของประชาชน และสสส.ถือเป็นความผิดพลาดและอันตรายอย่างยิ่ง ทำให้นโยบายสาธารณะไม่ถูกขับเคลื่อน

ทั้งนี้ ภายหลังจบการแถลงข่าว 4 ภาคีเครือข่าย หวาน เค็ม เมา ควัน ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบาย ร่วมด้วยดังนี้ 

โดยผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ เสนอ 7 นโยบายสำคัญเพื่อควบคุมบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า โดยเน้นย้ำจุดยืนในการคงกฎหมายห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ,ผลักดันนโยบาย Nicotine-Free Generation เพื่อตัดวงจรการระบาดในกลุ่มเยาวชน พร้อมเสนอให้ปรับโครงสร้างภาษียาสูบเป็นอัตราเดียวเริ่มต้นที่ 30% เพื่อนำรายได้ไปจัดตั้งกองทุนเยียวยาชาวไร่ยาสูบ ปรับภาษียาเส้น ห้ามบุหรี่เมนทอล ตลอดจนนำเทคโนโลยี AI และภาคประชาชนมาช่วยแจ้งเบาะแสปราบปรามบุหรี่เถื่อน

นอกจากนี้ยังเน้นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกระทรวง DES, พม. และ ศธ. เพื่อควบคุมการเข้าถึงสื่อโซเชียลของเด็ก เสริมความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัว และเร่งขยายโครงการโรงเรียนปลอดบุหรี่ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เสนอปรับมาตรการภาษีให้การจัดเก็บเครื่องดื่มในกลุ่มที่ใช้สารทดแทนความหวาน และ การทำให้เกิดฉลากสัญลักษณ์ ที่แสดงให้เห็น ปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมัน  เพื่อสร้างความรอบรู้ที่ให้ประชาชนและสามารถตัดสินใจในการซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีสุขภาพมากขึ้นและซื้อกลุ่มที่เสี่ยงต่อสุขภาพน้อยลง

เครือข่ายลดบริโภคเกลือและโซเดียมของประเทศไทย เสนอให้ปรับเปลี่ยนจากการขอความร่วมมือ มาเป็นการใช้ มาตรการบังคับทางกฎหมายผ่านภาษีโซเดียม (Sodium Tax) ควบคู่กับการกำหนด เกณฑ์มาตรฐานปริมาณโซเดียม (Sodium Benchmark) สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภทต่างๆ ของประเทศ  และ

สุดท้าย ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา เสนอการปฏิรูประบบควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งระบบ ผ่านสนอ “นโยบาย 5 ป. ลดภัยแอลกอฮอล์”  ปลด (ล็อก) ให้ยาก, เป่าให้จริง, ประคองให้ถึง, ป้องให้ทัน และ ปรับให้แพง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top