วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
อีกเพียง 3 วัน ก็จะถึงวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แต่ในปีนี้นับเป็นปีแรกที่พระองค์ท่านมิได้ทรงอยู่เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสสำคัญของแผ่นดิน หลังจากที่ประเทศไทยกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติครั้งแรกเมื่อปี 2519
อันที่จริงประเทศไทยเคยกำหนดให้วันที่ 10 มีนาคม 2486 เป็นวันแม่มาก่อน แต่ต้องยุติไปเพราะผลของสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นวันที่ 15 เมษายน 2493 แต่เมื่อกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบลง ก็จึงยุติการจัดงานวันแม่แห่งชาติ จนกระทั่งมาถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2515 ได้หวนกลับมาจัดงานวันแม่แห่งชาติอีกครั้งโดยสมาคมครูแคทอลิกแห่งประเทศไทย แต่จัดได้เพียงปีเดียว แต่เมื่อถึงช่วงปี 2519 โดยยึดเอาวันที่ 12 สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็นวันจัดงาน โดยคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้จัดงานวันแม่แห่งชาติขึ้นอีกครั้ง แล้วจัดงานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และกำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้ประจำวันแม่แห่งชาติ เหตุผลสำคัญที่ดอกมะลิกลายเป็นสัญลักษณ์วันแม่ เพราะว่ากลิ่นหอมที่ติดตรึงเป็นเวลานานแม้ดอกจะแห้งไปแล้วก็ยังมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ส่วนสีขาวบริสุทธิ์ เปรียบเสมือนรักแท้ที่ไม่มีเงื่อนไขจากแม่ที่มีให้ลูกตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นรักบริสุทธิ์
ในโอกาสวันแม่แห่งชาติประจำปี 2569 คอลัมน์ตะลอนเที่ยวของอัญเชิญพระบรมฉายาสาทิศลักษณ์ และพระบรมฉายาลักษณ์ของพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินและจิตรกรผู้โด่งดังของไทยมาเป็นมิ่งขวัญแด่พสกนิกร และเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่านที่พระราชทานแด่พสกนิกรมายาวนานหลายทศวรรษ
โดยพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ และพระบรมฉายาลักษณ์ที่อัญเชิญมานี้เป็นผลงานของจักรพันธ์ุ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ. 2543 ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ. 2552 และถาวร โกอุดมวิทย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) พ.ศ. 2564 พิษณุ ศุภนิมิตร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) พ.ศ. 2565 และงานของญาณวิทย์ กุญแจทอง ทินกร กาษรสุวรรณ อภิชาติ ผลประเสริฐ และสนั่น รัตนะ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังเชิญภาพบรรยากาศการแสดงเรื่อง "พระผู้ให้" ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จัดแสดง ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครบ 109 ปี ซึ่งการแสดงเรื่อง "พระผู้ให้" จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ และถวายความอาลัยรักแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
แม้ในปีนี้ พสกนิกรไทยจะไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอีกต่อไป เพราะพระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่พสกนิกรไทยยังคงระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน ตราบนิจนิรันดร์
ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี