533.jpg
กรมวิชาการเกษตรเดินหน้ารณรงค์ หยุดเผาตอซัง ชูจุลินทรีย์ย่อยสลายฟางข้าว ลด PM2.5 ฟื้นดิน ลดต้นทุน สร้างต้นแบบเกษตรยั่งยืน

กรมวิชาการเกษตรเดินหน้ารณรงค์ หยุดเผาตอซัง ชูจุลินทรีย์ย่อยสลายฟางข้าว ลด PM2.5 ฟื้นดิน ลดต้นทุน สร้างต้นแบบเกษตรยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.56 น.
Tag :

อุตรดิตถ์ – กรมวิชาการเกษตรเดินหน้ารณรงค์ลดการเผาตอซังและฟางข้าวอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมการใช้หัวเชื้อ จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าวเป็นทางเลือกแทนการเผา เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดต้นทุนการผลิต และยกระดับการทำนาให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเผยเกษตรกรในหลายพื้นที่เริ่มเห็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดการบอกต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น

นางกุลธิดา ดอนอยู่ไพร นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 รับผิดชอบพื้นที่ 7 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ โดยปัจจุบันเกษตรกร


จำนวนมากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าวผ่านการบอกต่อระหว่างเกษตรกร รวมทั้งการเผยแพร่ของสื่อมวลชน จนเกิดความสนใจและติดต่อขอคำแนะนำจากกรมวิชาการเกษตรอย่างต่อเนื่องเกษตรกรหลายรายได้สั่งซื้อหัวเชื้อจุลินทรีย์จากกรมวิชาการเกษตรไปใช้ในพื้นที่ และพบว่าสามารถช่วยย่อยสลาย

ตอซังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหา "ข้าวเมาตอซัง" ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลผลิตลดลง รวมทั้งช่วยลดปัญหาข้าวดีดและข้าวเด้งที่พบมากในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยเกษตรกรส่วนใหญ่มีความเข้าใจตรงกันว่าการเผาตอซังไม่ใช่ทางออก

แต่ต้องการวิธีการที่ช่วยให้ฟางข้าวย่อยสลายได้รวดเร็ว ใช้ต้นทุนไม่สูง และสามารถเตรียมแปลงปลูกได้ทันฤดูกาลเพาะปลูก

นางกุลธิดา กล่าวว่า การใช้จุลินทรีย์จะให้ผลดีที่สุดเมื่อผสมกับปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 เพื่อเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ และควรหมักไว้ประมาณ 5–7 วัน หรือหากมีเวลามากอาจหมักนาน 7–15 วัน เพื่อให้การย่อยสลายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามแม้เกษตรกรบางรายจะนำไปใช้โดยไม่ผสมปุ๋ยตามคำแนะนำ ก็ยังให้ผลเป็นที่น่าพอใจ ทั้งในด้านการ

ลดปัญหาตอซัง ส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นข้าว และช่วยลดวัชพืชในนาข้าว

สำหรับพื้นที่นาขนาดใหญ่ กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้ประยุกต์ใช้โดรนในการหว่านจุลินทรีย์ร่วมกับปุ๋ย เพื่อช่วย

ลดค่าแรงงาน โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียงประมาณ 50–60 บาทต่อไร่ อีกทั้งยังช่วยให้การกระจายจุลินทรีย์ทำได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้ใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังในอัตรา 1–1.5 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยยูเรีย 3–5 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยหมักในอัตราที่เหมาะสมตามปริมาณฟางข้าวในแปลงนา เพื่อเร่งการย่อยสลาย หลังจากนั้นสามารถเตรียมแปลงปลูกได้ตามปกติ ซึ่งจะช่วยลดการไถพรวนซ้ำ ลดต้นทุนการเตรียมดิน และคืนธาตุอาหารสำคัญ เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม กลับคืนสู่ดิน ส่งผลให้ต้นข้าวแตกกอดี แข็งแรง และเพิ่มศักยภาพการให้ผลผลิตในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่ เช่น จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านสภาพพื้นที่และการบริหารจัดการน้ำ เกษตรกรต้องการให้การย่อยสลายเกิดขึ้นภายในเวลาประมาณ 3 วัน ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่กรมวิชาการเกษตรเตรียมศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง และตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่มากยิ่งขึ้น

ด้านนายมนัส ธูปเมฆ เกษตรกรบ้านต่อใต้ ตำบลเทิดศักดิ์ อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เดิมพื้นที่ทำนามีการใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่องจนดินเริ่มเสื่อมสภาพ ต่อมาได้รับคำแนะนำจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงปรับเปลี่ยนมาสู่การทำนาที่ลดการใช้สารเคมี พร้อมนำจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าวของกรมวิชาการเกษตรมาใช้ในแปลงนา

นายมนัส กล่าวว่า การใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าวช่วยลดต้นทุน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน และลดการใช้ปุ๋ยเคมี รวมถึงสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลผลิตดีขึ้น โดยพื้นที่นา 1 ไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 800–1,000 กิโลกรัม ขณะที่ก่อนนำจุลินทรีย์มาใช้ ให้ผลผลิตเพียง 600–700 กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้น พร้อมสะท้อนว่า ในอดีตเกษตรกรจำนวนมากนิยมเผาตอซังเพื่อเตรียมแปลงปลูก เพราะสะดวกและรวดเร็ว แต่กลับก่อให้เกิดควันพิษและฝุ่นละออง PM2.5

จึงขอเชิญชวนเกษตรกรทั่วประเทศร่วมกัน "หยุดเผา เปลี่ยนฟางเป็นปุ๋ย เปลี่ยนตอซังเป็นพลังของผืนดิน" ด้วยการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดฝุ่น PM2.5 ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และสร้างระบบเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกรและอากาศสะอาดเพื่อทุกคนอย่างยั่งยืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top