วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
สกู๊ปแนวหน้า : ‘เรียกมอ’ไซค์ผ่านแอพฯ’  ‘ธุรกิจ4.0’ทำ‘ชาววิน’กระอัก

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เรียกมอ’ไซค์ผ่านแอพฯ’ ‘ธุรกิจ4.0’ทำ‘ชาววิน’กระอัก

วันอาทิตย์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2561, 02.00 น.
Tag : ชาววิน มอไซค์ผ่านแอพฯ สกู๊ปแนวหน้า ธุรกิจ4.0
  •  

Disruptive แปลตรงตัวตามศัพท์หมายถึง “ทำลาย, ทำให้กระจัดกระจาย, ทำให้ยุ่งเหยิง” แต่เมื่อนำมาใช้กับภาคธุรกิจจะหมายถึง “สินค้าและบริการที่ออกมาแล้วส่งผลกระทบต่อสินค้าและบริการแบบเดิมๆ อย่างรุนแรงทั้งระบบ” กล่าวคือ ในตลาดตลาดหนึ่ง มีสินค้าหรือบริการประเภทเดียวกันออกมา “ภายใต้กรอบอย่างใดอย่างหนึ่ง” แล้วผู้ประกอบการแต่ละเจ้าก็แข่งขันกันไปภายใต้กรอบเหล่านี้ กระทั่งเมื่อมีสินค้าหรือบริการที่ออกมาในลักษณะ “ท้าทายกรอบเดิมที่มีอยู่” เพราะสามารถดึงดูความชอบความสนใจจากลูกค้าได้มากกว่า

“ระบบขนส่งมวลชน” คือตัวอย่างหนึ่ง การมาถึงของ “อูเบอร์” (Uber) ผู้ให้บริการเรียกรถรับ-ส่งผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ “สะเทือนคนขับแท็กซี่ทั่วโลก” เพราะอาชีพขับแท็กซี่ในระบบเดิม “รัฐคือผู้วางกรอบ” เช่น คุณลักษณะของรถ ผู้ขับขี่ที่ต้องสอบใบอนุญาตขับขี่เป็นการเฉพาะ แต่อูเบอร์นั้น “ใครจะขับก็ได้” ใช้รถส่วนตัว คนขับมีใบขับขี่ธรรมดาก็ได้ แต่ลูกค้ากลับบอกว่า “ดีกว่าแท็กซี่ที่รัฐรับรอง” เสียอีก จนมี “ความขัดแย้ง” อยู่เนืองๆ ระหว่างคนขับแท็กซี่กับคนขับอูเบอร์ในหลายประเทศทั้งประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา


ส่วนประเทศไทย ไม่เฉพาะคนขับแท็กซี่ที่เป็นรถยนต์ 4 ล้อเท่านั้น “พี่วิน” หรือผู้ประกอบอาชีพ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ดังที่เมื่อ 8 มี.ค. 2561 เครือข่ายผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ รวมตัวกันที่ กรมการขนส่งทางบก เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการอย่างจริงจังกับแอพพลิเคชั่นเรียกรถรับ-ส่ง อาทิ แกร็บไบค์ (Grabbike) อูเบอร์โมโต (Ubermoto) และโกไบค์ (Gobike) หลังพบผู้ให้บริการแอพฯ ดังกล่าวให้บริการรับ-ส่งคน ซึ่งเป็นบริการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

กาจพล กุลเดช ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างประจำวินย่านปทุมวัน ตัวแทนของ “ชาววิน” กล่าวกับคณะสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวว่า คนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างตามกรอบกฎหมายของรัฐ ต้องผ่านการตรวจสอบหลายชั้น เช่น ตรวจประวัติอาชญากรรม อบรมการเป็นผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ รวมถึง “รถและคนขับต้องเป็นชื่อเดียวกัน” หลายคนแม้ไม่มีประวัติอาชญากรรมแต่ไม่สามารถมาขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างได้เพราะรถที่ขี่อยู่เป็นชื่อผู้อื่น ต่างจากผู้ที่รับทำงานกับแอพฯ เรียกรถรับ-ส่ง ที่ไม่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ นำรถอะไรมาวิ่งก็ได้ ยืมรถใครมาก็ได้

เช่นเดียวกับ ไพริน สิทธิแสง ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างประจำวินย่านสุขุมวิท 21 กล่าวเพิ่มเติมว่า หลายครั้งผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์สังกัดแอพฯเหล่านี้ มาแย่งรับผู้โดยสารถึงหน้าวิน เช่น มีวินตั้งอยู่หน้าคอนโดมิเนียม แต่กลับมีการเรียกให้เข้าไปรับในคอนโดฯ ตนมองว่าแบบนี้ทำไม่ถูกต้อง ถ้าจะให้บริการรับ-ส่งสินค้าหรือเอกสารต่างๆ ก็ทำไป แต่ไม่ควรมารับ-ส่งผู้โดยสารแบบนี้

เบื้องต้นดูแล้วปัญหาอาจคล้ายกับแท็กซี่ คือ “การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม” เพราะคนขับแท็กซี่ตามกฎหมายต้องมีใบขับขี่สาธารณะ รถที่นำมาทำแท็กซี่ก็ถูกระบุตั้งแต่ขนาดของเครื่องยนต์ไปจนถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องติดตั้ง เช่นเดียวกับมอเตอร์ไซค์ที่จะมารับ-ส่งผู้โดยสาร “เครื่องยนต์ต้องไม่เกิน 125 CC” ขณะที่แอพฯ เรียกรถรับ-ส่ง ไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดนั้น แต่สำหรับชาววินแล้ว “ปัญหาหนักกว่า” เพราะแท็กซี่นั้นสามารถวิ่งรับผู้โดยสารได้ทั่วไป แต่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง “ต้องวิ่งในเขตที่กำหนด” ไม่สามารถรับผู้โดยสารนอกพื้นที่หรือระหว่างทาง

ในวันเดียวกัน กมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าว “แนวหน้า” ชี้แจงว่าตามกฎหมายแล้วมอเตอร์ไซค์รับจ้างต้องวิ่งในพื้นที่ที่กำหนด ต้องมีเสื้อคลุมวิน ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ รถมอเตอร์ไซค์ที่นำมาวิ่งต้องจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ ดังนั้น การให้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกมอเตอร์ไซค์ในลักษณะรับ-ส่งผู้โดยสารและวิ่งทั่วไปจึงไม่สามารถกระทำได้ นอกจากนี้ หากอัตราค่าโดยสารไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดก็จะมีความผิดด้วยเช่นกัน

ต้องยอมรับว่าแอพพลิเคชั่นเรียกรถรับ-ส่ง ได้รับความนิยมมากในสังคมไทย ดังผลสำรวจของ “บ้านสมเด็จโพลล์” ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ที่เผยแพร่เมื่อ 4 พ.ย. 2560 ระบุว่า จากกลุ่มตัวอย่าง 2,053 คน “เกือบครึ่ง” หรือร้อยละ 44.8 ระบุว่าเคยใช้บริการแอพฯ ดังกล่าว ในจำนวนนี้เรียงลำดับแอพฯ ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ อันดับ 1 Grab Bike ร้อยละ 60.7 อันดับ 2 Go Bike ร้อยละ 20 อันดับ 3 Banana Bike ร้อยละ 17.1 และอันดับ 4 UberMoto ร้อยละ 13.6

โดยเมื่อดูสาเหตุ พบว่า “สะดวกเพราะไม่ต้องเดินหาวิน” เป็นเหตุผลอันดับ 1 ที่กลุ่มตัวอย่างเลือกใช้แอพพลิเคชั่นเรียกรถรับ-ส่ง นอกจากนี้ “ไม่จอดรับผู้โดยสาร/ปฏิเสธผู้โดยสาร” ยังเป็นอันดับ 2 ในประเด็นที่อยากให้แก้ไข ซึ่งเรื่องนี้มาจากธรรมเนียม “จะไม่รับผู้โดยสารระหว่างทาง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทะเลาะวิวาทเพราะแย่งผู้โดยสารกัน” และผู้ขับขี่เองก็เห็นว่าธรรมเนียมนี้ทำให้ชาววินไม่ค่อยมีเรื่องบาดหมางกันเมื่อเทียบกับแท็กซี่หรือรถเมล์เอกชนร่วมบริการ แต่ผู้ใช้บริการก็อยากให้ยกเลิกเพราะไม่สะดวกสบาย

อย่างไรก็ตาม ในครั้งนั้น ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้อธิบายไว้ว่า แรกเริ่มนั้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างถือกำเนิดขึ้นเพื่อ “รับ-ส่งผู้โดยสารในเส้นทางสายรอง” เช่น ตามตรอกซอกซอยต่างๆ ไม่ใช่วิ่งบนนถนนใหญ่สายหลัก ทำให้การให้บริการเป็นแบบ “แบ่งเขต” โดยมี “วิน” เป็นศูนย์กลาง สมาชิกในวินจะวิ่งรถไป-กลับไม่ห่างจากวินมากนัก

ดังนั้นหากมองในแง่ความปลอดภัย “หากปล่อยให้เรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างอย่างเสรีตรงไหนก็ได้ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหรือไม่?” ผู้โดยสารคงจะ “เอาสะดวกเข้าว่า” หากเกิดอุบัติเหตุถึงชดเชยขนาดไหนก็คงไม่คุ้มกับความสูญเสีย เพราะต้องยอมรับว่าถนนประเทศไทยจำนวนไม่น้อยไม่ได้สร้างมาเพื่อรองรับมอเตอร์ไซค์ (สกู๊ปแนวหน้า : สะดวกดีแต่ก็มีความเสี่ยง แอพฯเรียกมอ’ไซค์รับจ้าง : นสพ.แนวหน้า ฉบับวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย. 2560)

สำหรับการหารือเมื่อ 8 มี.ค. 2561 ระหว่างชาววินกับขนส่งฯ จะยังไม่ได้ข้อสรุป โดยคาดว่าน่าจะมีความชัดเจนในวันที่ 20 มี.ค. ส่วนผลจะเป็นอย่างไร? จะมีมาตรการอื่นๆ นอกเหนือจากการประกาศครั้งแล้วครั้งเล่าว่าการนำรถและคนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารเป็นการกระทำผิดกฎหมาย แต่ก็ยังพบการให้บริการอยู่ทั่วไปหรือไม่? คงต้องติดตามกันต่อไป!!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

มาดูโร อดีตผู้นำเวเนฯ โพสต์ X ครั้งแรก จากในเรือนจำสหรัฐฯ

เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี

ไทยคู่ฟ้า แจงยิบ เปิดความจริง ราคาน้ำมันไทย ทำไมต้องอิงสิงคโปร์

สุรเดช ฟันธง วิกฤตพลังงานประเทศ พีระพันธุ์ ช่วยได้ แนะ นายกฯ เชิญมาร่วมรัฐบาลคุม ก.พลังงาน

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved