วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน "สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์"เน้นหลักการทำงาน 5 ข้อ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน โดย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 ทั้งนี้ เป็นการโปรดเกล้าฯ แทนการดำรงตำแหน่งของ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ที่พ้นจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้
28 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 09.09 น.ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้จัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งในพิธี นางสาวคมขวัญ กาญจนกุญชร รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน รักษาการแทนเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เชิญพระบรมราชโองการวางหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ นายเมธี มั่นคง รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน อ่านประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง จากนั้น นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดกรวยดอกไม้ถวายราชสักการะ และถวายบังคมต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สำหรับประวัติ นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2504 ปัจจุบันอายุ 65 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาเอก สาขาภาวะผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ความเป็นเลิศ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และสำเร็จการศึกษาอบรมเพิ่มเติมหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 56 หลักสูตรนักบริหารการงบประมาณระดับสูง (นงส.) รุ่นที่ 1 หลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปธส.) รุ่นที่ 3 หลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ และหลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 47
โดยเริ่มรับราชการครั้งแรกในตำแหน่งปลัดอำเภอ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม จากนั้นดำรงตำแหน่งในสายงานการปกครองเรื่อยมา ทั้งนายอำเภอ ผู้ตรวจราชการ ปลัดจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หลังจากนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนกระทั่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้เน้นย้ำถึงหลักการทำงานในหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า
1.ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง : มุ่งเน้นการแก้ไขความเดือดร้อนและความไม่เป็นธรรมของประชาชนอย่างรวดเร็วและเข้าถึงง่าย โดยนำประสบการณ์จากการทำงานภาคสนามในต่างจังหวัดมาปรับใช้ เพื่อให้กลไกของพิสูจน์ความจริงและการเยียวยาตอบสนองต่อความเดือดร้อนที่แท้จริงของประชาชน
2.เที่ยงธรรม เป็นกลาง และโปร่งใส : ปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐด้วยความรอบคอบ ยึดถือข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เพื่อเป็นแกนกลางที่สร้างความสมดุลและความเข้าใจอันดีระหว่างหน่วยงานของรัฐกับประชาชน
3.ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ : ไม่เพียงแต่แก้ไขปัญหาเป็นรายกรณี แต่จะใช้แนวคิดเชิงยุทธศาสตร์เพื่อแสวงหาต้นตอของปัญหา นำไปสู่การเสนอแนะแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับที่ล้าสมัย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างมาตรฐานใหม่ในการบริหารราชการแผ่นดิน
4.ทำงานเชิงรุกและบูรณาการร่วมกัน : เน้นย้ำการทำงานเชิงรุกในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาที่อาจกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน
5.ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ : สนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนมีความรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี