วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569
“ดร.ณัฏฐ์” รับว่า คดีบัตรเลือกตั้ง กกต.ทาบทามให้เป็นพยานจริง เพื่อประโยชน์สาธารณะ แนะ “สมชัย” อดีต กกต.กับพวก หยุดปั่นป่วนสังคมได้แล้ว
วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ สนง.กกต. มีรายงานว่า กกต.ได้ทาบทามพยานในคดีเลือกตั้งหลายปาก โดยพยานสำคัญได้ทาบเชิญก่อนหน้านี้ ศ.ดร.ไชยยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีรายงานกระแสข่าวว่า ฝ่าย กกต.ได้ทาบเชิญมือกฎหมายมหาชนระดับพญาครุฑรายหนึ่ง มาเป็นพยานฝ่าย กกต.ด้วยนั้น
ล่าสุด วันนี้ (13.00 น.) มีความเคลื่อนไหวที่ กกต. ได้มีพยานอีกปากหนึ่งฝ่ายของ กกต. คือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฎฐ์” นักกฎหมายมหาชน ได้เดินทางมาที่ กกต.เพื่อเข้าพบร้อยตำรวจเอกชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.ตามกระแสข่าวจริง ได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า เดินมาให้ถ้อยคำเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเลือกตั้งในคดีเลือกตั้งที่กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีสำคัญ และเป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผลคดีมีผลต่อทิศทางการเมืองของประเทศ
ผู้สื่อข่าวจึงได้สัมภาษณ์ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” ว่า ได้รับเชิญเป็นพยานจริงหรือไม่ อย่างไร จะให้ข้อมูลต่อ กกต.ในประเด็นใดบ้างนั้น
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้รับประสานจากร้อยตำรวจเอกชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เพื่อขอให้ข้อมูลและเป็นพยานเพิ่มเติมในคดีบัตรเลือกตั้งให้แก่ฝ่าย กกต.จริง โดยกำหนดนัดให้ข้อมูลสำคัญในวันนี้ โดยตนเห็นว่า ประเด็นที่ขอให้ถ้อยคำเป็นพยานเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เป็นแง่มุมกฎหมายเลือกตั้ง ตนไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด เพราะเป็น “พยานคนกลาง” ไม่ได้เป็น พยานประเภทที่เรียกว่า “พยานสั่งการ” เอนเอียงไปฝ่ายใคร ยึดหลักกฎหมายและยึดหลักความถูกต้อง เป็นหลัก เพื่อประโยชน์สาธารณะและเพื่อประโยชน์แก่บ้านเมือง
แม้ตนเอง เคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อหลายช่องก่อนหน้านี้ ไม่ได้เอนเอียงฝ่ายใดและไม่ได้ชี้นำประชาชน แต่เป็นการให้ความรู้แง่มุมกฎหมายมหาชน อีกแง่มุมหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อประโยชน์สาธารณะ
ส่วนวันนี้ ตนจะให้ข้อมูลแก่ร้อยตำรวจเอกชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.อย่างไรนั้น ตนไม่อาจเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะได้ เพราะถือเป็นความลับในสำนวนคดี เพราะฝ่าย กกต.จะต้องนำถ้อยคำพยานไปยื่นในบัญชีฝ่ายผู้ถูกร้องทั้งสอง โดยข้อมูลที่ตนได้ให้ไปกับ กกต.นั้น ไปเพิ่มน้ำหนักสนับสนุนพยานหลักฐานอื่นของฝ่าย กกต. พลิกเกมต่อสู้คดีได้ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ
ส่วนการเลือกตั้งเป็นความลับหรือไม่ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นข้อสำคัญแห่งคดี เมื่อคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พี่น้องประชาชนต้องอดใจรอ เพราะมีกระบวนการและขั้นตอนไต่สวนของศาล หากข้อมูลที่ตนให้ถ้อยคำไป และยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หากข้อเท็จจริงยังไม่ชัดแจ้ง ศาลอาจเรียกตนไปไต่สวนเพิ่มเติมได้ เป็นไปตาม พรป.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561
ส่วนที่ถามว่า รหัสบาร์โค้ดหรือรหัสคิวอาร์โค้ด ในเชิงระบบเทคโนโลยี สามารถล้วงข้อมูลประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ได้หรือไม่ ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า กรณีบัตรเลือกตั้งสองรูปแบบที่มีรหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด สามารถพิสูจน์ได้ โดยใช้พยานนิติวิทยาศาสตร์โดยใช้เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยสูงมาตรวจสอบได้ โดยจุดชี้ขาดของคดี อยู่ที่ “บัตรเลือกตั้ง” “ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง” และ “บัญชีรายชื่อของประชาชนผู้ใช้สิทธิ” ประกอบกันเท่านั้น โดยระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 ข้อ 129 วรรคสอง ข้อ 132 ให้อำนาจ กกต.ในการจัดพิมพ์โดยใช้รหัสพิเศษโดยกำหนดให้มี เล่มที่... เลขที่.. ลำดับที่...ด้านบนของต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และมีที่ลงลายมือชื่อของ กปน. หากตรวจสอบเฉพาะบัตรเลือกตั้ง ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งขณะหย่อนบัตร ยืนยันว่า ไม่อาจตรวจสอบได้ว่า เลือกพรรคการเมืองใด หรือผู้สมัครรายใด ถือเป็นความลับ ไม่ชัดรัฐธรรมนูญมาตรา 83 วรรคสอง ประกอบมาตรา 85 วรรคหนึ่ง
ส่วนประเด็นที่ตรวจสอบวันเลือกตั้งซ่อมแห่งหนึ่ง โดยกลุ่มบุคคล ใช้วิธีบันทึกภาพวีดีโอของประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง ทุกคนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นการละเมิดสิทธิตามกฎหมาย PDPA โดยเทคนิคที่ใช้ ให้คนแรก จำรหัส 3 ตัวท้าย และถ่ายซูม
รหัสบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เป็นวิธีที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทราบว่า กกต.ได้มอบให้ฝ่ายกฎหมาย กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินีคดีอาญากับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.กับพวก ในหลายข้อหา
ทั้งวิธีแก้เกม โดย การจัดจำลองการเลือกตั้ง ของนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร กมธ.พัฒนาการเมือง วุฒิสภา โดยมีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร เป็นวิทยากร หากเป็นเชิงวิชาการ สามารถทำได้ หากนำมาหักล้างว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ไม่มีกฎหมายรองรับ และพยานหลักฐานที่จัดจำลองขึ้น ไม่สามารถนำมาเป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้ เป็นเพียงสภาโจ๊ก ตลก บริโภค เป็นเพียง “ละครลิง”ฉากหนึ่ง เท่านั้น ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ
ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.กับพวก ถูก อธิบดีกรมการปกครอง มอบอำนาจให้ฝ่ายกฎหมายไปกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.บางพลัด ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและ พรบ.คอมพิวเตอร์ ในปมปั่นกระแสรายชื่อหลุดในตลาดมืดนั้น ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า การปล่อยกระแสว่ารายชื่อประชาชน หลุดถึง 52 ล้านราย ในตลาดมืด เพื่อให้เป็นประเด็นชี้นำการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ แต่เมื่อปั่นกระแสและกรมการปกครองตรวจสอบแล้วว่า เป็นข้อมูลเท็จ นายสมชัยฯกับพวก ต้องรับผิดชอบในผลกรรม เพราะทำตนเอง ไม่มีใครไปกลั่นแกล้ง นายสมชัยฯ จะปั่นจักรยานไปเลี้ยงหลานหรือจะปั่นไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหน ก็ไม่มีใครว่า แต่อย่าหาทำอีก ทำให้ตนเองเดือดร้อนเพราะถูกดำเนินคดีอาญา ทั้งยังให้พี่น้องประชาชนตื่นตระหนกตกใจและสับสนอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากเจาะลึกความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเลือกตั้ง พบว่า ดร.ณัฐวุมิ วงศ์เนียม สำเร็จการศึกษาในระดับเนติบัณฑิตไทย (นบท.) สมัยที่ 57 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา โดยพบว่า สำเร็จปริญญาเอกหลายสาขา โดยพบฐานข้อมูลดุษฎีนิพนธ์ด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์ เชิงประจักษ์ ดังนี้
ปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาการเมือง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เขียนวิจัยดุษฎีนิพนธ์เรื่อง “บทบาทคณะกรรมการการเลือกตั้งในการสร้างความเป็นธรรมต่อกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทย” (2556) โดยมี ศ.ดร.ชัยอนันท์ สมุทวาณิช,รศ.ดร.ชัยชนะ อิงควัต และ รศ.ดร.สุรพล ราชภัณฑารักษ์ อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก/ร่วม โดยมี ศ.พิเศษ นรนิติ เศรฐบุตร ประธานกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์ ศ.ดร.สมบูรณ์ สุขสำราญ เป็นกรรมการ
ปริญญาเอกทางด้านกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนวิจัยดุษฎีนิพนธ์เรื่อง “บทบาทคณะกรรมการการเลือกตั้งในการอำนวยความยุติธรรมกระบวนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” (2564) โดยมี ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต , ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก/ร่วม โดยมี ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ประธานกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์ ศ.ณรงค์ ใจหาญ และ ดร.เชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ(ขณะนั้น) เป็นกรรมการ
ปริญญาเอกรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตสาขารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย เขียนวิจัยดุษฎีนิพนธ์เรื่อง “การพัฒนาการตรวจสอบพยานหลักฐานการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามหลักอริยสัจ 4 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง”(2566) โดยมี รศ.ดร.ธัชชนันท์ อิศรเดช ,ผศ.ดร.เกษฎา ผาทอง อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก/ร่วม โดยมี ศ.ดร.พระมหาบุญเลิศ อินทปัญโญ (ขณะนั้น) ประธานกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์ รศ.ดร.สุกิจ ชัยมุกสิก ผศ.ดร.สมภพ ระงับทุกข์ เป็นกรรมการ เหล่านี้เป็นต้น
ทั้งพบข้อมูลระหว่างศึกษาปริญญาเอกด้านกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาดูงานพื้นที่จริงและเก็บตัวอย่างงานวิจัย รวมถึงได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเลือกตั้งในต่างประเทศ ภาคพื้นยุโรป อาทิ อังกฤษ สกอตแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม และเยอรมัน เป็นต้น
ด้านวิชาการ เป็น อาจารย์พิเศษ บรรยายพิเศษด้านกฎหมายมหาชนและรัฐศาสตร์การเมืองการปกครอง โดยเฉพาะวิชากฎหมายมหาชนระดับสูง อาทิ รัฐธรรมนูญ ปกครอง พรรคการเมือง และกฎหมายเลือกตั้ง เป็นต้น รวมถึงภาควิชารัฐศาสตร์สาขาการเมืองการปกครอง ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก สถาบันของรัฐและเอกชน นับตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา อย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ส่วนในหลักสูตรนักบริหารระดับสูง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิจัยส่วนบุคคล หลักสูตรพัฒนาการเลือกตั้งระดับสูง(พตส.) นับตั้งแต่รุ่น 5 ถึงรุ่น 9 รวมถึงหลักสูตรของสถานันอื่นด้วย
ด้านภาคปฏิบัติ เป็นมือกฎหมายระดับพญาครุฑ ที่มีประสบการณ์สูงในชั้นศาลทำหน้าที่ทั้งว่าต่างและแก้ต่างในคดีสำคัญระดับประเทศจำนวนมาก อย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยพบว่า มีประสบการณ์ทำงานมานาน ไม่น้อยกว่า 30 ปี รวมถึงผ่านประสบการณ์เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้ระดับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการหลายกระทรวง ทั้งยังเคยทำหน้าที่กลั่นกรองคดีเลือกตั้ง เป็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ ชุดที่ 12 ระหว่าง 2562-2564 ของ กกต.อีกด้วย
#รัฐธรรมนูญ #กฎหมายมหาชน #คดีรัฐธรรมนูญ #คดีเลือกตั้ง สส.69 #พยานคนกลาง #พยานสั่งการ #พยานผู้เชี่ยวชาญในคดีเลือกตั้ง #พยานฝ่าย กกต. #ผู้ตรวจการแผ่นดิน #กกต. #ศาลรัฐธรรมนูญ #ดร.ณัฎฐ์ #ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม #ชนินทร์ น้อยเล็ก #แสวงบุญมี #สมชัย ศรีสุทธิยากร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี