538.jpg
เตือนพ่อแม่เช็กด่วน หากลูกวัย 3 ขวบยังไม่พูดเป็นประโยค อาจเข้าข่ายภาวะพูดช้ากว่าวัย

เตือนพ่อแม่เช็กด่วน หากลูกวัย 3 ขวบยังไม่พูดเป็นประโยค อาจเข้าข่ายภาวะพูดช้ากว่าวัย

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 22.05 น.

สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ มุ่งเน้นพัฒนา งานบริการฟื้นฟูในผู้ป่วยทุกช่วงวัยที่มีปัญหาด้านภาษาและการพูดโดยเฉพาะในผู้ป่วยเด็กที่พูดช้ากว่าวัย

นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ความสำคัญของการกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาและการพูดในเด็กให้เป็นไปตามวัย โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีแรกของชีวิต ซึ่งเป็นระยะเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสาร นอกจากนี้ ช่วงอายุ 3–7 ปี ถือเป็นช่วงเวลาทอง (Golden period) ที่เด็กมีพัฒนาการด้านความคิดและภาษาที่ซับซ้อนมากขึ้น อาทิ การคิดเชื่อมโยง การทำความเข้าใจแนวคิดเชิงนามธรรม และการรับรู้อารมณ์ และการพูดล่าช้าไม่สมวัย ควรได้รับการประเมินและการกระตุ้นอย่างเหมาะสมโดยเร็วที่สุด เพื่อส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้สูงสุดของเด็กในอนาคต เด็กพูดช้า (Delayed speech and language development) หมายถึง เด็กที่มีพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารล่าช้ากว่าเกณฑ์ปกติตามวัย


โดยภาวะดังกล่าวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ ความบกพร่องทางการได้ยิน ความผิดปกติทางพันธุกรรม ภาวะบกพร่องทางสติปัญญา ภาวะออทิสติก ความผิดปกติทางกายภาพของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการพูด ตลอดจนการขาดการกระตุ้นที่เหมาะสม การสังเกตว่าเด็กมีพัฒนาการทางภาษาและการพูดล่าช้านั้น สามารถคัดกรองเบื้องต้นได้ ดังต่อไปนี้การสังเกตว่าเด็กมีพัฒนาการทางภาษาและการพูดล่าช้านั้นสามารถคัดกรองเบื้องต้นได้ ดังต่อไปนี้ อายุ 12 เดือน เด็กยังไม่เล่นเสียง อายุ 18 เดือน เด็กยังไม่พูดเป็นคำที่มีความหมาย ไม่เข้าใจหรือทำตามคำสั่งง่าย ๆ ไม่ได้ อายุ 24 เดือน เด็กยังไม่พูดเป็นคำที่มีความหมายหรือพูดคำที่มีความหมายได้น้อยกว่า 10 คำ อายุ 30 เดือน เด็กยังไม่พูด 2 คำติดกัน หรือยังไม่พูดเป็นวลี หรืออายุ 36 เดือน เด็กยังไม่พูดเป็นประโยค

นายแพทย์เฉลิมพล ไชยรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า งานแก้ไขการพูด สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ มีการให้บริการกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาและการพูดในเด็กที่มีพัฒนาการทางภาษาและการพูดล่าช้า จากข้อมูลผู้มารับบริการ 3 ปีย้อนหลัง พบว่าเด็กที่มีพัฒนาการทางภาษาและการพูดล่าช้าที่มีสาเหตุจากการขาดการกระตุ้นที่เหมาะสมเป็นผู้ป่วยที่มารับบริการมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 โดยในปี 2566 มีจำนวน 241 ราย 2,115 ครั้ง ในปี 2567 มีจำนวน 256 ราย 2,007 ครั้ง และในปี 2568 มีจำนวน 478 คน 3,445 ครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มปัญหาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พัฒนาการทางภาษาและการพูดมีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้ในอนาคต หากเด็กมีพื้นฐานที่ดีและมั่นคงจะสามารถต่อยอดไปสู่ทักษะการเรียนรู้ที่ซับซ้อนและหลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางตรงกันข้าม หากพื้นฐานดังกล่าวไม่มั่นคง อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้ในระยะยาว หากพบความล่าช้าดังกล่าว ควรพาเด็กเข้ารับการประเมินโดยแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ควรได้รับการตรวจการได้ยินโดยนักแก้ไขการได้ยิน (Audiologist) และหากพบความบกพร่องควรได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม เช่น การใส่เครื่องช่วยฟังหรือการผ่าตัดใส่อุปกรณ์รับเสียงฝังหูชั้นใน (Cochlear implant) นอกจากนี้ ควรเข้ารับการประเมินและกระตุ้นพัฒนาการโดยนักแก้ไขการพูด (Speech-Language Pathologist) อย่างต่อเนื่อง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top