วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.5 กอ.รมน.) นำคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางลงพื้นที่ชายแดนใต้ จัดกิจกรรม "เวทีสานเสวนาสื่อมวลชนสัญจรนำพาสันติสุข" ณ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มุ่งใช้มิติสื่อสารมวลชนเป็นสะพานเชื่อมสร้างความเข้าใจระหว่างรัฐและประชาชน โดยภายในกิจกรรมได้มีการบรรยายสรุปสถานการณ์ความมั่นคงและผลการปฏิบัติงานของ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 (ฉก.ร.5) ซึ่งเป็นหน่วยกำลังหลักในการปกป้องอธิปไตยแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย
พล.ท.ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ตัวแทนจาก ฉก.ร.5 ได้กล่าวต้อนรับคณะสื่อมวลชนและหัวหน้าส่วนราชการ โดยระบุว่า ฉก.ร.5 เป็นหน่วยขึ้นตรงของกองกำลังเทพสตรี รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนทางบกตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 1 จ.สตูล จนถึงหลักเขตแดนที่ 39 จ.สงขลา รวมระยะทาง 208 กิโลเมตร
กาง 4 ภัยคุกคามหลักแนวชายแดน
ด้าน ร.ท. ดุลยวัต โปณะทอง หัวหน้าฝ่ายยุทธการ ฉก.ร.5 ได้บรรยายเจาะลึกถึงสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งครอบคลุม 28 หมู่บ้าน 10 ตำบล ใน 5 อำเภอชายแดน (มีช่องทางผ่านแดนถูกกฎหมาย 5 แห่ง) โดยระบุว่าปัจจุบันเจ้าหน้าที่ต้องรับมือกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและภัยคุกคาม 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
ดึงมวลชนร่วมรัฐ ตั้งเครือข่าย "ตาสับปะรด"
เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว ร.ท.ดุลยวัต ระบุว่า ฉก.ร.5 ได้วางกำลังลาดตระเวนและติดตั้งเครื่องมือเฝ้าตรวจตลอดแนวชายแดน ยืนยันว่าที่ผ่านมา "ไม่มีการรุกล้ำอธิปไตย" ในพื้นที่รับผิดชอบ
นอกจากนี้ ยังเน้นยุทธศาสตร์สร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาชน โดยดึงเครือข่ายไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) ร่วมดูแลความปลอดภัยในพื้นที่เศรษฐกิจ พร้อมจัดตั้งกลุ่ม "ตาสับปะรด" เพื่อแจ้งเบาะแสข่าวสาร นำไปสู่การสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายก่อนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน รวมถึงการตั้งด่านตรวจซ้อนด่าน และเอ็กซเรย์หอพักที่ต้องสงสัยว่าเป็นแหล่งพักพิงของมิจฉาชีพ
ในมิติความร่วมมือระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-มาเลเซีย นำไปสู่การตั้งจุดตรวจร่วม 2 พื้นที่ ได้แก่ บ้านคลองช้างตาย และบ้านด่านไทรแจ้ จ.สงขลา มีการลาดตระเวนร่วมกัน (CFBP) แลกเปลี่ยนข่าวกรอง และจัดกิจกรรมหมู่บ้านคู่ขนาน เช่น การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่น
จัดทัพ 3 ชั้น รปภ.เมืองเศรษฐกิจสะเดา
สำหรับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉก.ร.5 ได้บูรณาการกำลังเพื่อดูแล "อำเภอสะเดา" ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญ โดยแบ่งการคุมเข้มออกเป็น 3 ระดับ:
ทั้งนี้ หน่วยได้จัดการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเทศกาล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและประชาชน
ในช่วงท้ายของการบรรยาย ฉก.ร.5 ยังได้เน้นย้ำถึงภารกิจด้านกิจการพลเรือน ผ่าน "โครงการคนไทยไม่ทิ้งกัน" ลงพื้นที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียง "โครงการจักรยานสานฝันปันสุข" มอบจักรยานและอุปกรณ์การศึกษาให้เด็กยากไร้แนวชายแดน รวมถึงการจัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์เข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อเกิดภัยพิบัติ สะท้อนบทบาทของกองทัพที่เป็นมากกว่าการจับกุม แต่ยังรวมถึงการพัฒนาและเคียงข้างประชาชนในทุกมิติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี