546.jpg
'Bandar Abbas, Iran' ใช่....กูโดนต่อยที่นั่น!!

'Bandar Abbas, Iran' ใช่....กูโดนต่อยที่นั่น!!

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561, 23.33 น.

 “ เมื่อโลกได้มอบรถมอเตอร์ไซค์ 2 ล้อ

........................................ให้กับมวลมนุษยชาติ


ก็เท่ากับโลกได้ยัดเยียด ความเร็ว ความบ้า และ ความฝัน

.........................................ให้มาด้วยเช่นกัน "

                                                       Shai Don King

...................

............

“ Bandar Abbas  ใช่ กูโดนต่อยที่นั่น !!! ”

.

กูไม่เจ็บหรอก กูสนุก !!! 55555 ”

.

เรื่องเล่าที่คุ้นเคยหูของคนขี้โม้ ราคาคุย อย่าง ใช้ ดอน คิง เป็นที่ปกติ ปนระอาของเพื่อน ๆ ต่างรู้ดี

.

.................................................

.

Bandar Abbas เมืองท่าทางใต้สุดของประเทศอิหร่าน (Iran)

อยู่ติด อ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf)

.

ยากนักที่จะมีนักท่องเที่ยวใดไปเยี่ยมเยือน

ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวไทย หรือ นักท่องเที่ยวเทศ

.

เพราะมันไม่มีแหล่งท่องเที่ยวอะไรสำคัญเหมือนนิยามในความหมายทั่วไป

.

แต่ถ้าคุณอยากไปที่นั่น

เพื่อมองเห็นหญิงสาว (ที่ไม่อาจถ่ายรูปได้) สวมหน้ากาก

แปลกออกไปจากขนบธรรมเนียมทั่วไปของชาวอิหร่าน แล้วล่ะก็

.

ที่นี่ มีให้คุณได้เห็น และ ได้สัมผัสอย่างแท้จริง !

 

ฮิญาบ"

.

คือ เครื่องแต่กายของหญิงสาวชาวอิหร่าน

.

ซึ่งโดยส่วนใหญ่เราจะเห็นเป็นผ้าแพรพรรณสีดำ  คลุมศรีษะ ยันปลายเท้า

พบเห็นโดยทั่วไป บ้างคลุมปิดบังใบหน้า

.

หากแต่มีร่วมสมัยอยู่บ้างที่เปิดเผยเฉพาะส่วนใบหน้า ดูงดงาม และ มีมนต์ขลัง

ตามแบบของ "ชาวเปอร์เซีย"

.

แต่สำหรับ เมือง Bandar Abbas นั้น....ต่างกันออกไป !!

.

ใบหน้าของหญิงสาวชาวถิ่นที่นี่

กลับถูกปกคลุมด้วยหน้ากากหลากสีสรรพ หลากลวดลาย

.

เปิดเผยเพียงดวงตาที่แข็งกร้าว ทรนง

แต่ทว่า สิ่งที่เห็นกลับบ่งบอกคุณค่าของกาลเวลาที่ได้รักษาประเพณีนี้ไว้อย่างมั่นคง

.

หลงมองแล้วตื่นตา

มีความสุขกับการที่ได้มีโอกาสมาเห็นอย่างช่วยไม่ได้

.

แต่การถ่ายรูปหญิงสาวสำหรับที่นี่ ดูจะไม่เหมาะสม !!

.

เป็นคำเตือนง่าย ๆ ที่ได้รับคำบอกมาจากคู่สนทนาท้องถิ่น

.

ดังนั้น จึงขอปฏิบัติตามด้วยความเคารพ

.

"วิธีการเดินทางของเรา จะบอกในสิ่งที่เราเป็น

.

เราจะเป็นนักเดินทางที่ฉกฉวยกับสิ่งรอบข้าง แล้วเดินจากมา

โดยไม่เหลียวมองว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น

.

หรือ เราจะเป็นคนที่ให้ความเคารพ ให้เกียรติ กับสิ่งที่เค้าเป็น"

 

“มอระกู่”

.

ผู้คนชาวอิหร่าน เป็นมุสลิมผู้เคร่งครัด

ดังนั้น สิ่งรื่นรมย์อาจไม่ได้มีความหมายเหมือนอย่างผู้คนในชาติศาสนาอื่นๆ

.

ในยามค่ำเย็น หากมีโอกาสมาเดินทอดน่องตามริมชายหาดของที่นี่

.

จะเห็นร้านรวง จัดเรียงหินเป็นแนวใช้สำหรับเป็นที่นั่ง

.

มีเตาถ่านเล็ก ๆ พอให้ได้ปรุงถ่านสำหรับวางเป็นเชื้อไฟ

ให้กลิ่นตัวยาที่ถูกห่อหุ้มด้วยชั้นกระดาษฟลอยด์ได้รานไปทั่ว

.

เมื่อออกแรงดึงลมหายใจ

.

ทุกแผ่วควันจะน้ำกลิ่นสุมนไพรผ่านน้ำ

เพื่อกรองความสุกงอมให้พอดีกับความรื่นรมย์ที่ปลายโพรงจมูก

.

อื้ม....ความสุขก็ได้เสพสุนทรีย์โอบรัดกับอารมรมณ์

จนกล่อมกลมเป็นรอยยิ้ม เจืออยู่บนใบหน้า

.

ว้าว !!

.

(ฮา !!)

 

ทุกคนที่นั่งอยู่จะ "ซาลาม" ทักทายกับผู้มาใหม่เสมอทุกคนไป

เป็นไมตรีเล็ก ๆ ที่วัฒนธรรมแบบชาวบ้านที่นี่มอบให้

.

ไม่เว้นแม้แต่ผู้มาใหม่ ที่หน้าตาเด๋อ ๆ ด๋า ๆ

แต่มีรอยยิ้มและความนอบน้อมในแบบคนไทย

.

ด้วยความใจกว้าง ซื่งเป็นแบบอย่างที่แท้จริงของชาวอิหร่าน

ทำให้เราผ่านการพบปะไมตรีในค่ำคืนนี้ร่วมไปด้วยกัน

.

ช่างเป็นช่วงอารมณ์ที่มีความหมาย

สำหรับคนไทยคนหนึ่งที่ขี่มอเตอร์ไซค์ท่องโลกอย่างไม่รู้ประสาเช่นนี้

ในรุ่งสายของอีกวัน

.

ออกจากที่พัก เดินเรื่อยเปื่อย ดูอาคารร้านค้า ดูอริยาบถผู้คนบนบาทวิถี 

บางคนกุลีกุจอ แต่บางคนเดินทอดน่อง หรือ นั่งยอง ๆ หยุดคิดว่าวันนี้จะทำอะไร

.

เหมือนคนทั่วไปบนโลกใบนี้ แม้ท่าทางจะมีมากมายหลายแบบ

แต่เมื่อจัดการดูแล้ว ก็พอจะจำแนกได้ตามช่วงอารมณ์ของตาเราที่อยากจะมอง

.

วันนี้ ตั้งใจจะไปเดินหาซื้อของในย่านตลาดที่วางขายอยู่ตามถนนคนเดิน

.

ด้วยความปลอดภัย

.

จึงได้ใส่ข้าวของจำเป็นติดตัวไว้ในกระเป๋าคาดเอว

.

แม้จะง่ายต่อการหยิบใช้ แต่ก็ง่ายต่อการตกเป็นเป้าสายตาเช่นเดียวกัน

.

ขณะเดินอยู่ มีสายตาคู่หนึ่งเหลียวมองมา

สลับกับมองมาที่กระเป๋าคาดเอว...แบบไม่ละสายตา !

.

ดูเป็นพ่อค้าโกโรโกโสวางของขายกระจุกกระจิกแบกะดิน

.

เมื่อเดินผ่าน

ได้เหลียวตาดู เพื่อสังเกตการจับจ้องของเจ้าของแววตาคู่นั้น

.

ปรากฏ พ่อค้าที่ว่าได้ทิ้งร้านเดินตามมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

.

ความคิดไม่ซื่อ

ได้ผลักให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดแสดงออกมา

.

"กูเดินเร็วขึ้น!”

.

แต่ไอ้คนๆ นั้น ก็ไม่ละความพยายามที่จะเดินตาม

.

สุดท้าย กูเบี่ยงตัวกระโดดลงให้พ้นจากฟุตบาท ไปอยู่บนพื้นถนน

.

แต่ไม่สิ...นึกว่าจะพ้นมือ !!

.

มันกลับได้เหวี่ยงกำปั้นตรงมาที่กู

.

ปลั่ก !!

.

ใช่ มันต่อยมาโดนที่หัวไหล่ด้านซ้าย แต่โชคดีที่เป็นปลายหมัด “

.

ไม่ง่ายเลยในความคิด !!

.

" กูเบี่ยงตัวกลับมา จ้องไปที่หน้ามัน

.

พร้อมจะกางเท้าและเหวี่ยงหมัดกลับไปบ้าง "

.

.....................................................................

.

ความคิดวูบหนึ่งที่เหลียวหลังกลับมามองในวันนี้

.

ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น !!

.

เราเหวี่ยงหมัดโต้กลับไป...เต็มแรง ด้วยความสะใจ

ด้วยความกล้าหาญทั้งหมดที่เรามี

.

" แน่นอนมันต้องเจ็บ!!

.

... มันต้องล้มลงไปกองซะบ้าง "

 

.........................................................

แล้วผลพวงที่จะตามมาล่ะ....ความคิด !

.

เราจะหยุดการเดินทางทั้งหมด เพื่อลดค่าตัวเองไปสนกับเรื่องแบบนั้นทำไม ?

....ใช้ ดอนคิง ...

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top