533.jpg
ถล่มผู้ว่าฯฟ้องเด็กปิดปาก ปมภาพวาด‘3กษัตริย์’สวมหน้ากากรณรงค์แก้หมอกควันพิษ

ถล่มผู้ว่าฯฟ้องเด็กปิดปาก ปมภาพวาด‘3กษัตริย์’สวมหน้ากากรณรงค์แก้หมอกควันพิษ

วันเสาร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561, 14.23 น.

ถล่มผู้ว่าฯฟ้องเด็กปิดปาก ปมภาพวาด‘3กษัตริย์’สวมหน้ากากรณรงค์แก้หมอกควันพิษ

31 มี.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายศิริพงษ์ นำภา ป้องกันจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับมอบอำนาจจากนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัด(ผวจ.) เชียงใหม่ ให้นำหลักฐานเข้าดำเนินการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา กรณีที่ปรากฏภาพในสื่อโซเชียล ผู้ใช้ชื่อว่า “City Life Chiang Mai” ได้เผยแพร่ภาพวาด พญามังราย พญางำเมือง และพ่อขุนรามคำแหงมหาราช อดีตพระมหากษัตริย์ไทย 3 พระองค์ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ โดยมีหน้ากากสวมปิดพระพักตร์ทั้ง 3 พระองค์ และมีข้อความเป็นภาษาไทยว่า “มาร่วมกันเอาอากาศของเราคืนมา" และข้อความเป็นภาษาอังกฤษว่า “Powerful painting by student at Prem,Piyapan Thiamthakorn,who pained this as part of grade 12 IB Diploma” ลงในเฟซบุ๊ก


ทั้งนี้ เนื่องจากพิจารณาเห็นแล้วว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากอดีตพระมหากษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์ เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่ และทรงเป็นผู้ร่วมกันก่อตั้งเมืองเชียงใหม่จนถึงทุกวันนี้ การนำภาพที่มีหน้ากาก สวมปิดพระพักตร์ ทั้ง 3 พระองค์ จึงเป็นการกระทำที่ลบหลู่ ไม่เคารพ และส่งผลกระทบต่อจิตใจของประชาชนชาวเชียงใหม่เป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และเกิดความไม่มั่นคงในเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้ ยังอาจเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ. ศ. 2550 และจากข้อความ “Powerful painting by student at Prem, Piyapan Thiamthakorn, who pained this as part of grade 12 IB Diploma” จึงสันนิฐานว่า ภาพวาด ดังกล่าวเป็นฝีมือของ Piyapan Thiamthakorn การที่ผู้ใช้นามว่า City Life Chiang Mai ได้เผยแพร่ภาพ ซึ่งไม่ใช่ภาพของตน จึงอาจเป็นความผิดมาตรา 16 แห่งกฎหมายฉบับเดียวกันได้ จึงได้ดำเนินการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ทำการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป

สำหรับภาพดังกล่าวถูกวาดโดย ปิยพันธุ์ เทียมฐากร นักเรียนของ โรงเรียนนานาชาติเปรม ซึ่งเขียนภาพนี้ในการสอบสำหรับประกาศนียบัตรชั้นมัธยมปลาย

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊กเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” ที่ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็น ระบุว่า “เจ้าของแมกกาซีนและเด็กมัธยมศึกษาคนวาดงานเข้า ถูกตัวแทนผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เข้าแจ้งความเตรียมตัวฟ้องผู้วาดภาพสะท้อนปัญหาสังคม ทวงคืนแผ่นดินให้ไร้มลภาวะเช่นเดิม ทางตัวแทนแจ้งว่า เพราะภาพนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่เสียหาย และทำร้ายจิตใจประชน รวมถึงผิดมาตรา 14 และ 16 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ส่วนตัวมองว่าไม่สมควร ถ้ามีการเรียกมาตักเตือนเห็นด้วย แต่ถึงขั้นดำเนินคดีไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ บ้านเมืองเราจะพูดอะไร แตะต้องอะไรไม่ได้เลย ผู้มีอำนาจขู่ฟ้องดำเนินคดีหมด อย่าแปลกใจว่าทำไม เพจผี เพจเงาเยอะขึ้นทุกวัน เพราะการถูกปิดหู ปิดตา ปิดปาก ซึ่งเป็นเรื่องน่าเบื่อ จะไปหาเรื่องเด็ก เรื่องประชาชน สู้เอาเวลาไปแก้ไขปัญหาที่คาราคาซังเต็มจังหวัดจะดีกว่าหรือไม่ จึงขอฝากไว้ให้คิด”

ด้านเฟซบุ๊ก “Rungsrit Kanjanavanit” ของ นพ.รังสฤษดิ์ กาญจนวนิชย์ หรือ “หมอหม่อง” อาจารย์แพทย์แห่งโรงพยาบาลสวนดอก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ข้อความระบุว่า “ว่าจะอดทนยอมรับสภาพ ไม่โวยวายเรื่องนี้อีกแล้ว เพราะเห็นว่าที่ผ่านมาโวยวายไป ตนก็ไม่อาจช่วยหาทางออกที่มีประสิทธิภาพได้ ด้วยปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศนี้มีหลากหลายมิติจนมิอาจแก้ไขได้โดยง่ายเหมือนใจหวัง

การศึกษาที่ผ่านมา ชี้ชัดว่า มลพิษทางอากาศมีผลร้ายต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ เพิ่มอัตราเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็งปอด มีผลกระทบต่อพัฒนาการในเด็ก หรือแม้แต่ มีผลให้ทารกคลอดก่อนกำหนด

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือแม้ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเหล่านี้

มีหลายปัจจัย โดยบางปัจจัยนั้นสามารถหลีกเลี่ยงได้

แต่สำหรับ ผลกระทบที่เกิดจากมลพิษทางอากาศแล้ว ไม่มีใครที่หลีกเลี่ยงได้เพราะทุกคนต้องหายใจ ผลกระทบในระดับประชากรจึงรุนแรงนัก

แม้ผมยังไม่สามารถเสนอทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมได้ในขณะนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นมาตลอดว่าเป็นอุปสรรคใหญ่ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงคือ ความเข้าใจและตระหนักในระดับของความรุนแรงของปัญหาของประชาชนส่วนใหญ่ยังมีน้อย รวมถึงทัศนคติของหน่วยงานรัฐ ที่มีต่อปัญหาหมอกควันพิษ (apathy)

ผมเชื่อว่าประชาชนอีกมากที่ยังไม่เข้าใจลึกซึ้งถึงภยันตรายทั้งระยะสั้นและระยะยาวของมลพิษทางอากาศ มากพอจนให้เกิดแรงผลักดันเปลี่ยนแปลงทางสังคม

สิ่งที่ประชาชนผู้รับชะตากรรม ไม่สบายใจคือ

1.ประชาชนไม่อาจมีความ เชื่อมั่น ข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐที่รายงานสถานการณ์มลพิษทางอากาศจนต้องลุกขึ้นพึ่งพาตนเองสร้างเครือข่ายติดตามสภาวะสภาพอากาศด้วยตัวเอง

2.ผู้ที่เจตนาดี เสียสละลุกขึ้นช่วยรณรงค์สร้างความตระหนักให้ประชาชน ก็ถูกภาครัฐ มองเป็นศัตรู ให้งดกิจกรรมรณรงค์ไม่พอ ยังทำเรื่องกล่าวโทษฟ้องร้องว่าทำเสื่อมเสียภาพลักษณ์

3.จริงอยู่ว่า หลายคนอาจรู้สึกว่าการเผยแพร่ภาพ บรรพกษัตริย์ (แห่งอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ) สวมหน้ากากพิษเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ตามธรรมเนียม (แม้เป็นเรื่องปกติในสากล)

แต่หากมองเจตนา ของผู้เผยแพร่ นั้นที่สุดไม่ใช่การลบหลู่ แต่ต้องการสร้างความตระหนักให้กับสังคม เพื่อหวังให้เกิดการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ในทุกภาคส่วน

4.ผู้บริหารภาครัฐ โดยเฉพาะทางจังหวัด เป็นห่วงแต่ภาพพจน์ของตนเอง มากกว่า สุขภาพประชาชน

ประชาชนรู้สึกว่า เจ้าหน้าที่รัฐทำตัว เหมือนมีอำนาจล้นฟ้า ไม่ฟังเสียงประชาชน เอะอะก็บอกจะฟ้องร้อง มองประชาชนเป็นศัตรู

5.หลายคนเกรงว่าหากสร้างความตระหนัก จะเกิดความตระหนก ส่งผลลบในด้านผลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ

ผมกลับมองว่า ในฐานะเจ้าบ้านผู้มีความรับชอบ

เราควรแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนถึงสถานการณ์ความรุนแรงของสภาวะมลพิษทางอากาศอย่างตรงไปตรงมา

อยากให้เขาเห็นว่าเราคำนึงถึงความปลอดภัยสุขภาพของเขามากกว่าเงินในกระเป๋าของเขา

ผมเชื่อว่า โดยวิธีคิดแบบนี้แม้เราอาจสูญเสียรายได้ไปบ้างในระยะสั้น แต่ชื่อเสียงของเราในการเป็นเจ้าบ้านที่รับผิดชอบจะสร้างความเชื่อมั่น ความรู้สึกที่ดี ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจท้องถิ่นของเราในระยะยาว

6.ผมขอชื่นชม ผู้บริหารคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่จะแจกหน้ากากให้กับบุคลากรทุกคน ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เป็นตัวอย่างหน่วยงานทางสุขภาพ ที่ชี้นำสังคม ในทางที่ถูกต้อง อยากให้หน่วยงานราชการอื่นทำบ้าง

แม้แทบจะสิ้นหวัง

แต่ผมยังเชื่อว่า สังคมที่เจริญแล้ว คือสังคมที่ยอมรับความจริง ไม่หลีกเลี่ยงปัญหา ระดมสติปัญญาในการค้นหาต้นตอแท้จริง และวางแผนแก้ไขในระยะยาวอย่างเป็นระบบ โดยใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และขบวนทางสังคมที่มีส่วนร่วมจากทุกๆคน

ด้วยความรักและหวังดีจริงๆครับ”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top