546.jpg
‘ท่าวังผา’จังหวัดน่าน  ปรับวิถีเกษตร‘แก้จน-รักษ์โลก’

‘ท่าวังผา’จังหวัดน่าน ปรับวิถีเกษตร‘แก้จน-รักษ์โลก’

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หากยังจำกันได้ เมื่อหลายปีก่อนเคยมีกรณี “เขาหัวโล้น ณ เมืองน่าน” อันหมายถึงภูเขาหลายลูกในจังหวัดน่านที่เคยมีป่าไม้เขียวชอุ่ม ถูกแปรสภาพป่ากลายเป็นพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวสำหรับป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมเกษตร จึงมีความพยายามจากหลายภาคส่วนที่จะเข้าไปช่วยคนในพื้นที่ให้พ้นไปจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งรวมถึง มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ที่คณะสื่อมวลชนมีโอกาสติดตามลงพื้นที่ไปดูโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เมื่อเร็วๆ นี้

วรพล ไชยสลี อาสาพัฒนาอาสาสมัครพัฒนาหมู่บ้าน และหัวหน้าโครงการปิดทองหลังพระ พื้นที่ อ.ท่าวังผา จ.น่าน ยกตัวอย่าง ชุมชนบ้านห้วยม่วง..มีการนำ “ต้นแหย่ง-ไม้ไผ่” มาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่า 3 เท่า เช่น การนำไม้มาสานคันโต้งและได้รับการตอบรับจากตลาดค่อนข้างดี ทำให้มีแนวคิดที่จะดำเนินการก่อตั้งกองทุนเพื่อให้สมาชิกในชุมชนนำเงินไปลงทุนเพื่อสร้างอาชีพ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือชุมชนมีรายได้ต่อเนื่อง นอกจากเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้วยังมีเงินออมไว้สำหรับรองรับอนาคต


“ส่วนหนึ่งของการพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืนคือการพึ่งพาตัวเอง สำหรับในพื้นที่จังหวัดน่านมีผลิตภัณฑ์สบู่ฝักข้าว กล้วยทอด และโดยเฉพาะข้าวก่ำลืมผัวซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่เหมาะกับการเพาะปลูกในพื้นที่สูง โดยได้รับการส่งเสริมจากสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินท่าวังผา มีการสร้างกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เป็นกลไกหลักในการนำผลผลิตต่างๆ มาแปรรูป จนข้าวก่ำลืมผัวกลายเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ปัจจุบันผู้ปลูกข้าวพันธุ์ดังกล่าวยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP (เกษตรปลอดภัย) ถึง 39 รายอีกด้วย” วรพล กล่าว

หัวหน้าโครงการปิดทองหลังพระ พื้นที่ อ.ท่าวังผา จ.น่าน กล่าวต่อไปว่า แม้ว่าปัญหาความเดือดร้อนจะถูกแก้ไขแล้ว แต่ชุมชนยังมองไปถึงอนาคตว่าจะพัฒนาอย่างไรต่อไปให้ยั่งยืนใน 3 เรื่องคือ 1.กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ป่าต้องสมบูรณ์และสมดุลเพื่อการใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร 2.ด้านเศรษฐกิจในอนาคต 4-5 ปีข้างหน้าต้องเป็นพื้นที่ในการส่งออกผลไม้อย่างมีคุณภาพให้ได้ เช่น มะม่วงหิมพานต์ เงาะ มะม่วง และลำไย และ 3.ชุมชนต้องรักบ้านเกิดมีความสามัคคี และเป็นสังคมแห่งการแบ่งปันด้วย

“พริก” สินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดน่าน ก็เคยมีการเพาะปลูกในลักษณะ “พืชเชิงเดี่ยว” เช่นกันแม้ไม่ต้องไถป่าจนโล่งเตียน แต่ “เมื่อปลูกกันจนผลผลิตล้นตลาดราคาก็ดิ่งลง” ดังเรื่องเล่าของ พนมเทียน พินิจทะผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินท่าวังผา จำกัด ว่าสหกรณ์แห่งนี้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ ปี 2525 เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรเห็นตรงกันในการ “ลดพื้นที่ปลูกพริก” แล้วหันไปทำ “เกษตรผสมผสาน”มีการปลูกพืชอื่นๆ หลายชนิด อาทิ พริกสด ฟักทอง กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี มะเขือยาว มะเขือเทศ และฟักเขียว

“ฤดูการผลิตที่ผ่านมามีปริมาณการรวบรวมพืชผักจากสมาชิกกว่า 20 ตันต่อสัปดาห์ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 26,570,094.13 บาท ซึ่งยึดหลักเป็นสหกรณ์การเกษตรแบบ “การตลาดนำการผลิต” และเป็นศูนย์กลางในการหาสินค้าการเกษตรมาจำหน่ายให้แก่สมาชิกและให้บริการด้านการเงิน ตลอดจนการส่งเสริมให้สมาชิกมีการปลูกพืชหมุนเวียนและรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ปัจจุบันสหกรณ์มีสมาชิก จำนวน 1,209 ครัวเรือน มีทุนเรือนหุ้น 5,100,440 บาท และทุนหมุนเวียน 71,149,127.85 บาท” พนมเทียน ระบุ

ผจก.สหกรณ์ฯ ท่าวังผา กล่าวต่อไปว่า สหกรณ์ยึดหลัก “การตลาดนำการผลิต” ดำเนินธุรกิจรวบรวมพืชผักของสมาชิกมาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างโรงคัดแยกบรรจุหีบห่อผักผลไม้ หรือ “Packing House” จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อยกระดับการจัดการธุรกิจรวบรวมพืชผักปลอดภัยและการผลิตอย่างครบวงจร

โดยมีเป้าหมายคือ “ผลิตพืชผักน่านปลอดภัยสู่ผู้บริโภค” มีการส่งเสริมให้แปรรูปวัสดุเพาะเพื่อลดต้นทุนของสมาชิก การใช้ชีวภัณฑ์แทนสารเคมี ปัจจุบันมีสมาชิกและเครือข่ายสหกรณ์ ที่เข้าร่วมโครงการ 467 ราย ที่สามารถปรับเปลี่ยนระบบการผลิตเป็นการผลิตพืชผักปลอดภัย “ได้รับรองมาตรฐาน GAP ภายใต้โครงการผักปลอดภัยลุ่มน้ำย่าง” ซึ่งถือเป็นตราสินค้าที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง อาทิ ฟักทองลุ่มน้ำย่าง และข้าวโพดเหนียวม่วงแต้ม ซึ่งเป็นสินค้าขายดีของสหกรณ์

รูปแบบการดำเนินงานของสหกรณ์ จะเป็นแบบ “เกษตรพันธะสัญญา” (Contract Farming) โดยสหกรณ์เป็นผู้กำหนดส่งเสริมให้สมาชิกปลูกและรับซื้อ มีการจัดสรรโควตา และประกันราคา หาตลาดให้ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสหกรณ์จะรองรับความเสี่ยงระดับหนึ่งและรับซื้อเฉพาะสมาชิกที่มีสัญญาซื้อขายกับสหกรณ์เท่านั้น ทำให้ผลผลิตที่ได้สอดคล้องต่อความต้องการของตลาด แน่นอนว่าเกษตรพันธะสัญญากับสหกรณ์ตั้งอยู่บนการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม เพราะสหกรณ์ก็เป็นกิจการที่เกิดขึ้นโดยชุมชนและอยู่ใกล้ชิดชุมชน

“นอกจากผลิตภัณฑ์ผักปลอดภัยลุ่มน้ำย่างแล้ว ยังได้เดินหน้าโครงการแปรรูปผลผลิต เช่น พริกแห้ง พริกป่น สำหรับส่งออกตลาดยุโรปและอเมริกา และในอนาคตอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อแปรรูปผลผลิตฟักทอง เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างรายได้ เสริมความเข้มแข็งให้กับสมาชิก ผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา สิ้นสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 สหกรณ์ได้รวบรวมผลผลิตพืชผักปลอดภัยส่งจำหน่ายไป 1,718.76 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท” พนมเทียน กล่าว

ข้อมูลจาก สำนักงานจังหวัดน่าน ระบุว่า จากพื้นที่ทั้งหมด 7,170,045 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าไม้และภูเขา ร้อยละ 47.94 พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ร้อยละ 39.24 มีพื้นที่ทำการเกษตรเพียงร้อยละ 12.22 ดังนั้นเพื่อลดปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำการเกษตรเชิงเดี่ยวและการใช้สารเคมี ซึ่งสร้างปัญหาในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งถึงจะเพาะปลูกมากเพียงใดก็ไม่เคยหลุดพ้นความยากจน

จ.น่าน จึงถูกเลือกเป็นพื้นที่นำร่องในการแก้ปัญหาทั้งในแง่ฟื้นฟูพื้นที่ป่าและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนไปพร้อมกัน โดยแต่ละชุมชนเป็นผู้ริเริ่มแล้วมีภาคส่วนอื่นๆ เข้าไปให้การสนับสนุน อย่างไรก็ตามสิ่งที่พบยังเป็นการดำเนินการเป็นรายชุมชน แต่ถึงกระนั้นก็ถือเป็นก้าวแรกที่ดี และเชื่อว่าหากทุกภาคส่วนให้การสนับสนุนจนสามารถยกระดับสู่การขับเคลื่อนระดับทั้งจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

“ความยากจน” คงเบาบางจางหายไป..และ “ความเขียวชอุ่ม” อุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติต้องกลับคืนมาอย่างแน่นอน!!!

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top