19 มี.ค.62 หลังจาก ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อดีตรองสารวัตรกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ถูกยิงเสียชีวิต ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เข้าไปตรวจสอบในเฟซบุ๊กส่วนตัวพบข้อความที่ ร.ต.อ.วัชรินทร์ โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว "วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ" โพสต์สุดท้ายคือ เรื่อง คดีเสือดำ ก่อนที่จะถูกยิงที่หน้าบ้านพักเลขที่ 154/39 หมู่บ้านประสานมิตร ต.เขารูปช้าง อ.เมืองสงขลา ขณะกำลังขับรถเก๋งมาจอดหน้าบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาลสงขลา ซึ่งในเฟซบุ๊กของเขา มีผู้คนเข้ามาโพสต์ร่วมแสดงความเสียใจและไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก
ส่วนข้อความที่ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ โพสต์มีข้อความว่า "ชั้นต้น 16 เดือน ต่อไปอุทธรณ์เตรียม #หนีออกนอกประเทศ สิครับ!!"
สำหรับ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อดีตรองสารวัตรกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เป็นนักเรียนพลตำรวจ ยะลา รุ่น 46 กองร้อยที่ 6 รับราชการครั้งแรกปี 2539 ที่ สภ.กรงปินัง จ.ยะลา จนปี 2547 สร้างวีรกรรมในการปะทะสู้รบ และได้ความดีความชอบเลื่อนขั้นมาเรื่อย ๆ จนเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยศ ร.ต.ต.ในปี 2554 จากการพิจารณาของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ขณะเป็น ผบช.ภ.9 และดำรงตำแหน่งที่กองกำกับสืบสวน จ.สงขลา มีผลงานการจับกุมหลายคดี ทั้งคดีอาญาและเหตุระเบิดเมืองสงขลา 11 จุด เมื่อประมาณปี 2552 และทำเรื่องร้องเรียน ป.ป.ช.สงขลา กรณีผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลาเรียกรับเงินในโครงการกองทุนพัฒนาห้องผ่าตัดคลอดเวลาพิเศษ จนมีผลต้องยุติโครงการ และมีการสอบวินัยขั้นร้ายแรงผู้อำนวยการคนดังกล่าว และ ป.ป.ช.ชี้มูลตามมา

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2557 ร.ต.อ.วัชรินทร์ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย หลังจับกุมตัวนายอุทัย คงจันทร์ และนายรุ่งรัตน์ พงศ์หนองโน ผู้เสียหาย แล้วเอามือไพล่หลัง ก่อนมัดด้วยเชือกมัดสายเคเบิ้ลไทส์ โดย ร.ต.อ.วัชรินทร์ แอบอ้างที่ดินสาธารณะว่าเป็นของตนเอง และให้ผู้เสียหายออกจากที่ดินสาธารณะ เบ่งว่าตนเองเป็นตำรวจชั้นสูง
ในชั้นศาล ร.ต.อ.วัชรินทร์ รับสารภาพว่ากระทำผิดจริง ศาลแขวงจังหวัดสงขลามีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท แต่ ร.ต.อ.วัชรินทร์ ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
จากนั้น พล.ต.ต.กฤษกร ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ร.ต.อ.วัชรินทร์ กรณีต้องคดีอาญา มีพฤติการแสดงตนเป็นนายตำรวจ เป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงเกียรติของข้าราชการ กระทำผิดแบบธรรมเนียมของข้าราชการที่ดี เป็นการเสื่อมเสียภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คณะกรรมการกลั่นกรองการลงโทษมีความเห็นว่า พฤติการณ์ของ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง รังแกประชาชน โดยมีคำสั่งปลดออกจากราชการ เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2560 ทำให้ ร.ต.อ.วัชรินทร์ จึงมีหนังสือขอให้ ก.ตร.ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และยกเลิกคำสั่งปลดออกจากราชการ แต่ ก.ตร.มติว่า ร.ต.อ.วัชรินทร์ ถือได้ว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วร้ายแรง การที่มีคำสั่งปลดออกจากราชการถูกต้องเหมาะสมแล้ว ร.ต.อ.วัชรินทร์ จึงโจทย์ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.กฤษกร กับพวก ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีเจตนากลั่นแกล้ง

นอกจากนี้ ยังร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.สงขลาและสำนักตรวจเงินแผ่นดิน เอาผิด พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ อดีตผู้บังคับการ จ.สงขลา และ พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา พร้อมพวก กรณี ถูกตรวจสอบจาก ป.ป.ช.และ สตง.เรื่อง การทุจริตเบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัยและเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่นายตำรวจหญิงคนสนิท และพวก รวมถึง เงิน พสร.และเงิน สปพ.ในพื้นที่เสี่ยงภัยของ 4 อำเภอใน จ.สงขลา โยงถึงเส้นทางการเงินจากการแต่งตั้งฉาวที่มากมายและซุกบัญชีคนอื่นถือครองแทนอีกด้วย
กระทั่งวันที่ 19 ม.ค.2561 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิจารณาแล้วเห็นว่า พล.ต.ต.กฤษกร ลงลายมือชื่อในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ร.ต.อ.วัชรินทร์ ชอบด้วยกฎหมาย และ พล.ต.ต.กฤษกร ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยความสุจริตและไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง คำร้องโจทก์จึงไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง
หลังจากออกจากราชการ ร.ต.อ.วัชรินทร์ได้เคลื่อนไหวช่วยเหลือสังคม แฉพฤติกรรมทุจริตของตำรวจ อาทิ ช่วยเหลือผู้นำทางศาสนาที่ถูกยัดข้อหาในคดียาเสพติด, นำกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสินค้าลงพื้นที่ภาคใต้แจงความดำเนินคดีกรณีมีผู้แอบอ้างเป็นตำรวจข่มขู่กรรโชกทรัพย์, ช่วยเหลือนักธุรกิจ ถูกตำรวจเป็นชู้กับเมียแล้วยังใช้อำนาจรังแก ก่อนจะถูกยิงเสียชีวิตในวันนี้ (19 มี.ค.)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี