นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยความคืบหน้าการปรับอัตราขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่ว่า อยู่ระหว่างพิจารณาปรับอัตราค่าเสียเวลากรณีที่รถจอดนิ่งหรือรถติดไม่เกิน 6 กม.ต่อชั่วโมงน่าจะปรับขึ้นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5% ซึ่งเดิมพิจารณาให้ปรับอัตราเริ่มต้น กม.แรกจาก 35 บาท เป็น 40 บาท อย่างไรก็ตาม ขบ. เห็นว่าการใช้แนวทางดังกล่าวนั้นจะทำให้สามารถคงค่ากดมิเตอร์ไว้ที่ 35 บาทได้ หลังจากนี้คงต้องใช้เวลาหาข้อสรุปอีกสักพัก ก่อนจะเสนอกระทรวงคมนาคมให้พิจารณาต่อไป คาดว่าจะทันภายในปี 62
นายกมล กล่าวต่อว่า ตามที่ผู้ประกอบการแท็กซี่ที่ให้บริการภายในสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ที่เรียกร้องเรื่องขอปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารพิเศษกรณีที่ผู้โดยสารมีสัมภาระจำนวนมาก หรือค่าบริการกระเป๋าขนาดใหญ่โดยเฉพาะแท็กซี่ที่สามารถรับสัมภาระได้จำนวนมาก เนื่องจากจะมีแท็กซี่รุ่นอินโนว่าคล้ายรถยนต์รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ที่ช่วงท้ายรถจะสามารถรับสัมภาระกระเป๋าได้จำนวนมาก ซึ่งกลุ่มที่ขับแท็กซี่อินโนว่าจะมองว่ามีขนาดเท่ากันแต่ไม่ได้ประโยชน์ค่าสัมภาระ
นายกมล กล่าวอีกว่า เรื่องดังกล่าว ขบ.ได้มีการประชุมหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ที่ดูแลจัดระเบียบรถแท็กซี่ ผู้ประกอบการแท็กซี่ ทั้งแท็กซี่ส่วนบุคคล แท็กซี่นิติบุคคล ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และสถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมฯ พยายามเสนอโมเดลที่สามารถยอมรับร่วมกันได้ และไม่เป็นภาระกับผู้บริโภคมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณ อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ ทอท.พิจารณาข้อมูลที่เหมาะสมของขนาดกระเป๋าเท่าไหร่ถึงจะเป็นอัตราที่ทางผู้ใช้บริการต้องจ่ายค่าสัมภาระส่วนนี้ สำหรับค่าสัมภาระแท็กซี่นั้น กระเป๋า 2 ชิ้นแรกฟรี ซึ่งต้องเป็นไปตามขนาดที่ทาง ทอท. กำหนด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี