Logo วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
มรสุม‘ทีวีดิจิตอล’  ต้นทุนสูง-คนเมิน-เดินต่อไม่ไหว

มรสุม‘ทีวีดิจิตอล’ ต้นทุนสูง-คนเมิน-เดินต่อไม่ไหว

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
Tag : ทีวีดิจิตอล
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

“ช็อก” กันไปทั้งวงการสื่อสารมวลชนเมื่อต้นเดือน พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา หลังมีข่าว“7 ช่องทีวีดิจิตอลขอยุติการออกอากาศ” โดยคืนใบอนุญาตประกอบกิจการให้กับทาง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เนื่องจากประสบภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินไม่สามารถไปต่อได้ “ส่งผลให้มีพนักงานถูกเลิกจ้างกว่าพันคน” ถึงขนาดที่ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ยังแสดงความเป็นห่วงและกำชับว่า ขอให้ชดเชยพนักงานมากกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนด

เป็นที่ทราบกันดีว่า “สื่อหลักมีผู้บริโภคลดลง” ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุรวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีทำให้ “ผู้คนหันไปรับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น” เกิดเนื้อหาและผู้ผลิตหน้าใหม่ที่ไม่ได้พึ่งพิงช่องทางเผยแพร่ดั้งเดิม จนมีคำพูดเชิงประชดประชันว่า “สื่อหลักกำลังจะตายแล้ว” เพราะเมื่อผู้บริโภคย้ายจากไป เม็ดเงินรายได้จากโฆษณาก็หายไปด้วย


ที่งานเสวนา “ปัญหาและทางออกของทีวีดิจิตอล” ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สุพจน์ เธียรวุฒิ ที่ปรึกษาอธิการบดี และผู้อำนวยการโครงการ CU Transformation กล่าวว่า เทคโนโลยีใหม่ๆในปัจจุบัน จนไปถึงยุคของ “5จี (5G)” ที่กำลังเข้ามา ทำให้ประชาชนเข้าถึงสื่อได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งกระทบต่อการรับชมสื่อโทรทัศน์ที่ผ่านผังรายการในรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน อีกทั้งการหลอมรวมสื่อทำให้การแบ่งแยกกำกับดูแลระหว่าง การแพร่ภาพและกระจายเสียง กับการโทรคมนาคม เป็นสิ่งที่ไปเสถียรในปัจจุบันและอนาคต

“คนรุ่นใหม่ดูโทรทัศน์น้อยลงเพราะมีเนื้อหาและรูปแบบที่ยืดหยุ่นมารองรับ แต่ผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ปรับตัวช้า โดยเฉพาะในมุมของทางธุรกิจ (Business model) และการกำกับดูแล ส่วนของ กสทช. ก็ไม่สามารถเอื้อต่อการปรับตัวครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อการอยู่รอดของทีวีดิจิตอลในปัจจุบัน”ที่ปรึกษาอธิการบดี และผู้อำนวยการโครงการCU Transformation กล่าว

สุพจน์ กล่าวต่อไปว่า เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำยังทำให้อำนาจในการผลิตสื่ออยู่ที่ประชาชนหรือผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น เช่น การประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอลในราคาสูงเมื่อเทียบกับต้นทุนการทำทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลทีวี อีกทั้ง 4-5 ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีใหม่เกิดสารพัด อาทิ เทคโนโลยี 4จี (4G)ที่เข้าถึงประชากรร้อยละ 90 ทำให้สามารถรับชมรายการต่างๆ ผ่านออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา

“การคืนใบอนุญาต 7 ช่อง อุตสาหกรรมทีวีดิจิตอลยังไม่หมดห่วง เพราะเทคโนโลยียังเป็นตัวแปรกระทบธุรกิจ เช่น ปัญญาประดิษฐ์(AI)ที่จะช่วยเก็บข้อมูล วิเคราะห์พฤติกรรมการรับชมของผู้บริโภค และหารายได้โฆษณา โดยไม่ต้องรอการสุ่มสำรวจเรตติ้ง (Rating) เทคโนโลยี 5G จะเอื้อให้ภาพมีความคมชัดมากขึ้น การส่งข้อมูลเร็วขึ้น นำเสนอเนื้อหาเป็นภาพเสมือนจริง (VR) มากขึ้น” สุพจน์ ระบุ

ขณะที่ พีระวัฒน์ โชติธรรมโม นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และรองกรรมการผู้จัดการช่องสปริง 26 ซึ่งเป็น 1 ในช่องที่ขอคืนใบอนุญาต กล่าวว่า ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอลแข่งขันลำบาก เนื่องจากต้นทุนคงที่จากค่าใบอนุญาตและค่าโครงข่าย (MUX) มีสัดส่วน
เกินร้อยละ 30 “เมื่อองค์กรลดต้นทุนไม่ได้ การหั่นต้นทุนแรกจึงเป็นด้านพนักงานและเนื้อหาซึ่งเป็นสินทรัพย์หลัก” ทำให้รายการที่นำเสนอไม่มีคุณภาพมากนัก

“เป็นไปไม่ได้ที่รายการคุณภาพดีจะมาจากต้นทุนที่ต่ำ และหากลดต้นทุนอะไรไม่ได้ก็ลดต้นทุนรายการข่าวก่อนเลย นี่คือสิ่งที่ธุรกิจสื่อเผชิญมาตลอด ซึ่งหลังทีวีดิจิตอล 7 ช่องคืนใบอนุญาต จำนวนช่องที่เหลือจะเดินต่อควรจะต้องพัฒนาช่องทางออนไลน์เพื่อมาเสริมทัพกับจอหลักอย่างทีวี และบริหารความพอดีของเนื้อหาเพื่อตรึงคนดู เพราะหากคนดูย้ายช่องแล้ว ยากที่จะดึงกลับมาคืนได้” พีระวัฒน์ กล่าว

นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ยังกล่าวอีกว่า “ผู้ประกอบการไม่ควรยึดติดกับสูตรสำเร็จเดิมๆ” เพราะพฤติกรรมคนดูเปลี่ยนเร็ว 
เห็นได้ชัดคือช่องหลักบางช่องเสนอละครที่เป็นภาค 2 แต่ผลตอบรับจากคนดูต่ำกว่าสมัยที่ออกอากาศภาคแรก สะท้อนว่าการพึ่งพาความสำเร็จเก่าๆ ใช้ไม่ได้อีกต่อไป และย้ำว่า “ทีวีดิจิตอลเพิ่งเจอสึนามิลูกแรก” และที่เหลืออีก 15 ช่องยังมีต้นทุนเดิมบวกการแข่งขันสูงต่อไป

ทางด้าน สุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการ กสทช. ให้ความเห็นว่า “ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมวิชาชีพสื่อได้ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งในต่างประเทศจะสนับสนุนบุคลากรในการทำงานด้านสื่อเป็นอย่างมาก ทั้งในรูปแบบการศึกษาดูงาน หรือการอบรมต่างๆ” ถ้าหากบุคลากรเหล่านี้ขาดการสนับสนุน อุตสาหกรรมด้านสื่อจะไม่เติบโต จนทำให้เกิดวิกฤติ เรื่องนี้ทาง กสทช. มีส่วนต้องรับผิดชอบเช่นกัน แต่
เมื่อมีคำสั่งมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาช่วยรับผิดชอบให้ จึงทำให้เกิดการเยียวยาและการคืนช่องอย่างในปัจจุบัน

แต่ถึงจะเยียวยาและคืนช่องไปแล้วใช่ว่าปัญหาจะคลี่คลาย อดีต กสทช. ผู้นี้ ชี้ว่า “การปฏิรูปสื่อในประเทศไทย จะไม่มีความก้าวหน้า
หากยังเอื้อประโยชน์ให้นายทุนมากกว่า” อาทิเงินที่ กสทช. เยียวยาผู้ประกอบการก็ไม่แน่ใจว่าจะถึงมือพนักงานมากน้อยเพียงใด เพราะการที่กสทช. อุ้มกิจการทีวีดิจิตอลครั้งนี้ไม่ได้มีข้อบังคับผู้ประกอบการ (TOR) ว่าจะเข้าเงื่อนไขที่จะได้รับการเยียวยาหรือไม่

ขณะเดียวกัน “กลุ่มทีวีดิจิตอลที่ดำเนินกิจการต่อ เมื่อมีการเปิดให้ซื้อขายเปลี่ยนมือก็ไม่มีข้อกำหนดว่าจะทำให้สาธารณประโยชน์ จึงเห็นการขายตรงบนทีวีในปัจจุบัน” นอกจากนี้ “เมื่อ คสช. ออก ม.44 มาอุ้ม คนทำสื่อโทรทัศน์จะมองว่าเป็นบุญคุณหรือไม่” เพราะว่า คสช.เป็นผู้ออกมาตรการเยียวยาขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือ “เมื่อเวลานำเสนอข่าวจะเกิดความเกรงใจขึ้นหรือเปล่า” เป็นต้น

“แนวทางการแก้ปัญหาคือ ปรับวิสัยทัศน์ขององค์กรทุกระดับที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รัฐบาล กสทช. รวมถึงกระทรวงวัฒนธรรม แล้วนำงบสนับสนุนด้านความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงการส่งเสริมผู้จัดรายการการในประเทศร่วมทุนผลิตรายการเพื่อขายในต่างประเทศ เพราะถ้าไม่ปรับตัวในเรื่องนี้ อนาคตของทีวีดิจิตอลก็จะไม่มีทางรอด”อดีต กสทช. ฝากทิ้งท้าย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved