วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
วันนี้...เมื่อย้อนกลับไปปีที่แล้ว 23 มิ.ย.61 ได้เกิดเหตุการณ์ “13 ทีมหมูป่าอะคาเดมี” ประสบภัยติดภายใน “ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน” ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย นานถึง 17 วัน ซึ่งหลายคนคงจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดีเพราะทุกคนต่างรวมใจเป็นหนึ่งเดียวในการเฝ้ารอการกลับมาของทั้ง 13 คนอย่างปลอดภัย แต่ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อหนึ่งในทีมช่วยเหลือหมูป่า...นาวาตรีสมาน กุนัน หรือ “จ่าแซม” ได้เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจรับอาสาวางขวดอากาศร่วมกับทีมดำน้ำต่างชาติ (ชมคลิปสุดท้ายของจ่าแซม : ย้อนความทรงจำปรากฏการณ์แห่งชีวิต! ดูคลิปสุดท้าย 'จ่าแซม-วีรบุรุษถ้ำหลวง')
ซึ่ง น.อ.อนันต์ สุราวรรณ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ได้เคยกล่าวในตอนหนึ่งของการแถลงข่าวปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) ถึงช่วงเวลาที่ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม (หน่วยซีล) นอกราชการ ที่อาสาลงมาช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลเยาวชนหมูป่า อะคาเดมี 13 คน และเสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจดำน้ำเพื่อวางขวดอากาศเมื่อวันที่ 11 ก.ค.61 ว่า.....
จ.อ.สมาน รับอาสาวางขวดอากาศร่วมกับทีมดำน้ำต่างชาติ 4 คน และคนไทย 1 คน เข้าไปวางขวดอากาศตามที่กำหนดไว้และกลับมา ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง พบว่า จ.อ.สมาน กับเพื่อนอีกคนยังไม่กลับ คำนวณเวลาว่าน่าจะไม่เกิน 5 ชั่วโมง แต่ 7 ชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่กลับทั้งสองคน ดูจากสถานการณ์ก็ยังคิดเข้าข้างตัวเอง เพราะดำจากโถงสามไปแล้วประมาณ 400 เมตร จะมีช่วงน้ำตื้นที่เดินได้ มีดำน้ำเป็นช่วงๆ ก็ยังมั่นใจว่าเหนื่อยและพัก

“จนเวลาประมาณ 01.00 น. คู่บัดดี้ของ จ.อ.สมาน ก็ดำมาที่โถงสามคนเดียว แจ้งว่าเกิดเหตุไม่ดีขึ้น ก็เป็นคืนที่เราสูญเสีย แต่สูญเสียหนึ่งชีวิต กับอีก 13 ชีวิตที่รอเราอยู่เราต้องเดินหน้าต่อ ทุกคนยอมรับในความเสี่ยง เพราะหน่วยเราฝึกให้รับภารกิจเสี่ยงอยู่แล้ว เรื่องของความสูญเสียเราต้องเตรียมใจอยู่แล้ว
สุดท้ายก็ถือว่างานนี้เป็นโอกาสดีของหน่วยงานของผมเองที่มีโอกาสร่วมมือกับนักดำน้ำระดับโลก ทำให้เห็นแนวทาง วิธีการ เทคนิคในการดำน้ำในถ้ำเพื่อพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อรองรับอุบัติภัยของเราในอนาคต” ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 ระบุ
.jpg)
โดยประวัติส่วนตัวของ น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตทหารประจำหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือกองเรือยุทธการ เกิดวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2523ที่อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นบุตรของนายวิชัย กับนางสำราญ กุนัน สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนชุมพลทหารเรือ และสำเร็จหลักสูตรนักเรียนทำลายใต้น้ำจู่โจม รุ่น 30 เข้ารับราชการที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการจนได้ครองชั้นยศ “จ่าเอก” ก่อนจะลาออกจากราชการมาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุฝ่ายรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ท่าอากาศสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อปี พ.ศ. 2549
.jpg)
ด้านชีวิตส่วนตัว สมรสกับ นางวลีพร กุนัน นอกจากนี้ เขายังเปิดฟาร์มไก่งวง ที่อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อจำหน่ายลูกไก่งวง และพันธุ์ไก่งวง นอกจากนี้ น.ต.สมาน กุนัน ยังเป็นนักไตรกีฬา นักวิ่งเทรลที่รู้จักกันดี และนักจักรยานสังกัดทีม Nich-100Plus ทีมจักรยานสมัครเล่นที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ผู้เข้าแข่งขันในหลายรายการ ซึ่งถือเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถสูง
โดยได้รับเหรียญรางวัลต่างๆ เป็นจำนวนมาก และยังเคยคว้าแชมป์โอเวอร์วอล หรือการแข่งขันกีฬาผจญภัย รายการ "ดิไอบิสเกาะสมุย โทรฟี่ 2010 " ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการแข่งขันวิ่ง ว่ายน้ำ พายเรือคายัค ระยะทาง 43.45 กิโลเมตร และปั่นจักรยาน จากผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 103 ทีม ไม่เพียงเท่านี้ “วีรบุรุษถ้ำหลวง” ยังเป็นผู้ฝึกสอนการปั่นจักรยาน กิจกรรมค่ายเสือปั่น 01 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยรวมถึงเคยสอนเทคนิคการใช้อุปกรณ์เทรลรันนิงผ่านรายการเสน่ห์กีฬา ที่ดำเนินรายการโดยเซลีน่า วีสมันน์
.jpg)
ซึ่งก่อนที่ “จ่าแซม” จะเสียชีวิตในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง สมาน กุนัน รับภารกิจเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ให้ลำเลียงขวดอากาศจากโถงสามไปวางตามจุดต่าง ๆ ณ บริเวณสามแยกในถ้ำ โดยเริ่มดำน้ำในถ้ำตั้งแต่เวลา 20:37 น. วันที่ 5 กรกฎาคม หลังเสร็จภารกิจได้ดำน้ำกลับแต่หมดสติในน้ำ
ระหว่างนั้นคู่ดำน้ำที่ไปด้วยกันได้ปฐมพยาบาล (CPR) แต่เขาไม่ได้สติ จึงนำกลับมายังโถงสาม เพื่อปฐมพยาบาลอีกครั้ง แต่ไม่ได้ผล สมาน กุนัน เสียชีวิต ณ เวลาประมาณ 01:00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 มีผู้คนยกย่องสมาน กุนัน เป็นจำนวนมาก และให้สมญานามเขาว่า "จ่าแซม วีรบุรุษถ้ำหลวง"
.jpg)
ในวันที่ไม่มี “จ่าแซม”
นายวิชัย กุนัน “พ่อจ่าแซม” บอกกับ “ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” ว่า ก่อนที่เค้าจะเสีย เค้าได้ทำ “ฟาร์มไก่งวง” เนื่องจากเป็นความฝันของจ่าแซมที่หวังจะมาอยู่ในบั้นปลายชีวิต ในวันที่จ่าแซมเสียพ่อยังไม่เชื่อด้วยซ้ำ เพราะเพิ่งจะคุยกันไม่นาน แต่ถึงอย่างไรฟาร์มไก่งวงก็ต้องดูแลต่อเพื่อสานต่อเจตนารมณ์และเอาไว้ดูต่างหน้ายามที่คิดถึงลูก นี่ก็ไก่รุ่นที่ 3 แล้ว
“ไก่งวงชุดแรกลูกชายลงไว้ประมาณ 370 ตัว ขายออกไปแล้ว 2 รุ่น พอรุ่นที่ 3 ลูกไม่มีโอกาสได้กลับมาดูแลพวกมันอีก เพราะบอกพ่อว่าจะไปช่วยทีมหมูป่าที่ จ.เชียงราย ทั้งที่เพิ่งคุยกันไปไม่นาน ต่อมาหลานได้โทมาถามว่าจ่าแซมชื่อ “อั๋น” ใช่ไหม ก็ตอบว่าใช่ หลานก็พูดประโยคที่ช็อคที่สุดออกมาว่า จ่าแซมตายแล้ว ตอนที่หลานบอกก็ยังไม่เชื่อ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงเมื่อมีคนมาบอกบวกกับข่าวที่ออกมา ถึงจะทำใจยากแต่ก็ต้องทำใจให้ได้”
.jpg)
นายวิชัย กุนัน กล่าวอีกว่า ทุกวันจะไปที่อนุสรณ์สถานจ่าแซม หรือ “อุทยานวีรบุรุษ” ที่ตั้งอยู่กลางสวนสาธารณะหมู่บ้าน โดยจะไปทำความสะอาดลดน้ำต้นไม้รอบๆทุกวัน หากวันไหนไม่ได้ไปจะรู้สึกไม่สบายใจ ตนเชื่อเสมอว่าลูกยังอยู่รอบๆตัวเราไม่ไปไหน และพ่อกับแม่ก็ยังคิดถึงลูกเสมอ
“หลังจากสูญเสียลูกชายไปเกือบ1 ปี พ่อยังคงคิดถึงจ่าแซมทุกวัน และยังเก็บภาพถ่าย เสื้อผ้า ถ้วยรางวัลของจ่าแซมไว้ทุกมุมของบ้าน นี่ก็ใกล้จะครบ 1 ปีที่ลูกเสียชีวิต ก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่แต่ก็ภูมิใจในเวลาเดียวกัน ซึ่งในวันครบรอบการจากไปของลูกนั้น ครอบครัวก็ได้เตรียมจัดทำบุญเล็กๆที่วัดหนองคู เป็นวัดใกล้บ้านและเป็นสถานที่พระราชทานเพลิงศพจ่าแซม ซึ่งภายในวัดบริเวณศาลาปฏิบัติธรรมรัตนมงคลยังมีนิทรรศการภาพถ่ายชีวิตของจ่าแซม ตั้งแต่ตอนแต่งงาน จนถึงวันที่ได้ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือหมูป่า
จึงอยากให้ทุกคนระลึกถึงสิ่งที่จ่าแซมได้ทำ พร้อมฝากถึงน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี ให้นำจ่าแซมเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ที่เสียสละเพื่อคนส่วนรวม” พ่อจ่าแซม ฝากทิ้งท้าย
ขอบคุณภาพจากเพจ "จ่าแซม วีรบุรุษถ้ําหลวงฯ sam the hero"
.jpg)
.jpg)
.jpg)

(1).jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี