24 กรกฎาคม 2562 สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงลดแห้งอย่างฉับพลัน นอกจากจะทำให้สัตว์น้ำขนาดเล็กเช่น กุ้ง หอย และลูกปลา ตายเป็นจำนวนมากแล้ว ยังสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศในระยะยาวอีกด้วย ผลมาจากประเทศจีนแผ่นใหญ่ เริ่มตั้งแต่มณฑลยูนนาน ได้สร้างเขื่อนขวางลำน้ำโขงถึง 10 แห่ง ขณะที่ประเทศลาวก็สร้างถึง 10 แห่งเช่นเดียวกัน และยังไม่นับรวมเขื่อนในประเทศกัมพูชาอีก 3 แห่ง
แม่น้ำโขง มีความยาวรวมทั้งสิ้น 4,880 กม. เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยเฉพาะพันธุ์ปลาอย่างน้อย 1,100 ชนิด ส่งผลให้เป็นแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่ซึ่งมีปริมาณการจับปลามากกว่า 2.6 ล้านตันต่อปี ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 25 ของปริมาณการจับปลาน้ำจืดทั่วโลก นอกจากนี้ลุ่มน้ำโขงยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่า 430 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกกว่า 800 ชนิด นก 1,200 ชนิดพันธุ์ และพันธุ์พืชอีกกว่า 20,000 ชนิด

ปี 2562 เกิดวิกฤตภัยแล้งสาหัสกว่าหลายปีผ่านมา จีนแผ่นดินใหญ่จึงกักเก็บน้ำไว้ในเขื่อนทั้ง 10 แห่ง จึงทำให้ประเทศที่อยู่ปลายน้ำได้รับผลกระทบ ประกอบกับเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาว หลังสร้างเสร็จจึงได้กักน้ำไว้เพื่อเตรียมทดสอบผลิตไฟฟ้า ยิ่งเพิ่มวิกฤตในลำน้ำโขงหนักขึ้นไปอีก
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม บริเวณลำน้ำสงครามไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ชาวบ้านเรียกบริเวณดังกล่าวว่าปากน้ำไชยบุรี โดยเฉพาะแม่น้ำสงครามกำลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น แรมซาร์ไซต์ (Ramsar Site) หรือพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ แห่งที่ 15 ของประเทศไทย เริ่มจากปากน้ำไชยบุรี ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน ไปถึงบ้านปากยาม ต.สามผง อ.ศรีสงคราม รวมระยะทาง 92 กม.

และเป็นลำน้ำสาขาเพียงแห่งเดียวที่ทุกๆปี ปลาจากลุ่มน้ำโขงจะอพยพขึ้นไปวางไข่ เพราะตลอดสองฟากฝั่งแม่น้ำสงครามมีป่าบุ่งป่าทาม เสมือนกำแพงที่เป็นแหล่งอาศัยหลบภัย ขยายพันธุ์ และเลี้ยงลูกอ่อนของสัตว์น้ำ ที่เมื่อโตขึ้นก็จะว่ายออกมายังแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วไป เป็นระบบนิเวศที่ดีที่สุดในลุ่มน้ำโขง ปรากฏว่าบริเวณปากน้ำดังกล่าว มีชาวประมงพื้นบ้านได้วางข่ายดักปลาขวางการอพยพของปลาที่จะว่ายขึ้นไปวางไข่ในลุ่มน้ำสงคราม

จากการเปิดเผยของนายสมฤทธิ์ ศรีตระกูล อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 3/1 หมู่ 1 ต.ไชยบุรี นอกจากจะเป็นเกษตรกรทำนาแล้ว ก็ยังเป็นนักจับปลาในลุ่มน้ำโขงอีกด้วย โดยกล่าวว่าที่เห็นชาวบ้านนำลอบมาวางไว้ที่ริมแม่น้ำสงคราม เพราะทุกปีเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก ปลาจะเข้ามาในลอบจำนวนมาก แต่ปีนี้แล้งหนัก ลอบที่วางไว้นับสิบอันจึงเหมือนแม่สายบัวรอเก้อ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กรณีวางข่ายดักปลาขวางลำน้ำ เป็นการทำลายระบบนิเวศน์ในการวางไข่ของปลาหรือไม่ ซึ่งนายสมฤทธิ์ ตอบว่ามีส่วนแต่ไม่ทั้งหมด เพราะปลายังหาช่องทางหลบขึ้นไปวางไข่ได้
ขณะเดียวกัน นายยรรยง ศรีเจริญ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำจืด WWF-Thailand เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า โครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี อาจทำให้กว่าหลายล้านชีวิตต้องเผชิญกับปัญหามากมาย ไม่ใช่เฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย ซึ่งปลาจำเป็นต้องวางไข่ในป่าบุ่งป่าทาม เมื่อปริมาณน้ำไม่ถึงป่าบุ่งป่าทาม ปลาก็จะต้องว่ายน้ำหาแหล่งวางไข่ใหม่ แต่ก็ต้องไปไกลกว่าปกติ โชคดีตรงที่ป่าบุ่งป่าทามบริเวณบ้านท่าบ่อสงคราม บ้านศรีเวินชัย และบ้านปากยาม อ.ศรีสงคราม มีน้ำท่วมขังอยู่ ถ้าไม่โดนดักจับกลางทาง ปลาก็จะมีที่วางไข่

“ลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (Lower Mekong Basin) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ใน 4 ประเทศ คือ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เป็นทั้งแหล่งน้ำ แหล่งโปรตีน แหล่งพันธุ์ปลา พันธุ์พืช และสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งหล่อเลี้ยงผู้คนมากกว่า 60 ล้านคน เป็นแหล่งโปรตีนของผู้คนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมากถึงร้อยละ 47-80 โดยมีมูลค่าการทำประมงต่อปีอยู่ที่ 127,000 – 231,000 ล้านบาท” นายยรรยง กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี