เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ที่โรงแรมเดอะเซส บางแสน จ.ชลบุรี สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ร่วมกับมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา จัดเสวนาวิชาการ และ บรรยายพิเศษโดย ศ.ดร.คณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด ในหัวข้อ "สายพานกระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหาอะไร จึงไม่สามารถคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้จริง?"
.jpg)
ศ.ดร.คณิต กล่าวว่า สิ่งที่ก่อให้เกิดการเบี่ยงเบนกระบวนการยุติธรรมไทย คือ “ระบบตรวจสอบการพิสูจน์ความจริง” โดยเฉพาะ อัยการ และ ตำรวจไม่ได้ทำงานสืบสวนสอบสวนร่วมกัน กล่าวคือก่อนคดีจะขึ้นสู่ศาล ทางอัยการ และ ตำรวจ ต้องทำงานร่วมกัน เพื่ออำนวยความยุติธรรม ไม่ใช่ปล่อยให้ โจทย์ หรือ จำเลยต่อสู้กันเอง แต่ที่ผ่านมา ตำรวจ อัยการ หรือ ศาล ไม่เคยจะออกมาพิสูจน์ความจริง หรือ อำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน กลับปล่อยให้ประชาชนต่อสู้คดีกันเองระหว่างโจทย์ และ จำเลย นี่คือปัญหาสำคัญในกระบวนการยุติธรรมไทย
.jpg)
ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า บทบาทหน้าที่สำคัญของอัยการ คือ ต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐาน ต้องปกป้องความเท่าเทียมกันในการต่อสู้คดีระหว่างโจทย์และจำเลย เพราะทั้งอัยการมิใช่ทนายรัฐเท่านั้น แต่อัยการ ต้องอยู่ฝ่ายประชาชนที่มีฐานยากจนด้วย เพราะหน้าที่สำคัญอัยการ คือ การสร้างความไม่เท่าเทียมทั้งสองฝ่าย ด้วยการ “ค้นหาความจริง” กับ “การต่อสู้คดี” ในความเป็นจริงทั้งสองอย่างไม่ใช่เฉพาะแค่คดีอาญาหรือแพ่ง แนวคิดดังกล่าว ไม่ใช่การแข่งขันแพ้ หรือ ชนะ แต่คือการให้ความยุติธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย แต่ประเทศไทยการพิสูจน์ความจริงตกอยู่กับประชาชนที่ต้องแบกรับภาระ
.jpg)
ดร.น้ำแท้ กล่าวอีกว่า ปัญหากฎหมายไทยที่เห็นชัด คือ การจับผู้ต้องหา พยานหลักฐานต่างๆทางตำรวจไทย จับก่อน ขังก่อน แจ้งข้อหาก่อน และ ฟ้องที่หลัง แต่หากอัยการสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาก็ติดคุกฟรี ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่ต้องแจ้งข้อหาก่อน พยานหลักฐานต้องพร้อมจึงสั่งฟ้อง เช่น ญี่ปุ่น หรือ สหรัฐอเมริกา ภายใน 10 วัน ต้องสั่งฟ้อง ไม่ใช่จับเข้าคุกก่อน เช่นเดียวกับ การขอหมายค้น หรือ หมายจับ ต้องมีเหตุและผลที่จะนำไปสู่การพิสูจน์ความจริงได้ นี่คือข้อบกพร่องสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย
ดร.น้ำแท้ กล่าวอีกว่า สังคมไทยมีทัศนะที่น่าเป็นห่วง คือ สังคมเร่งรัดให้มีการฟ้องโดยปราศจากการพินิจพิเคราะห์ ว่าหากฟ้องไปแล้วจะสามารถดำเนินการเอาผิด พยานหลักฐานพร้อมมูลหรือไม่ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกดำเนินคดี จนนำไปสู่ความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นแนวทางการปฏิรูปไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มโทษให้หนัก แต่ต้องทำให้ระบบกฎหมาย ผู้ปฏิบัติละเว้นไม่ได้ เจ้าหน้าที่ชั่วๆทำเลวไม่ได้ คือ อัยการ ฝ่ายปกครอง และ ตำรวจ มาร่วมกันเก็บพยานหลักฐาน ความยุติธรรมที่ดีที่สุด เก็บโดยสมบูรณ์ และ รับรู้ร่วมกันหลายๆหน่วยงาน
ด้าน พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) กล่าวว่าปัญหาสายพานกระบวนการยุติธรรมไทย คือ คดีอาญา ถูกผูกขาดโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ทั้งการสืบสวนสวนสอบสวน สั่งจับออกหมายเรียก หรือ ออกหมายค้น หรือ การสั่งฟ้อง รวมถึงการกล่าวหาจับคุมคนไทยทั้งประเทศ ตกอยู่ในอำนาจตำรวจ เท่านั้นยังไม่พอ ตำรวจ ยังควบคุมการจัดเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่ ผ่าศพ จนไปถึงเก็บลายนิ้วมือ หรือ ดีเอ็นเอ
อย่างไรก็ตามกระบวนการสอบสวนทั้งผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้อย่างมาก เพราะหากพยานหลักฐานถูกผิดเบือน ถามว่าพี่น้องประชาชนจะไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อใครเพื่อดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ แม้ประชาชนจะร้องทุกข์กล่าวโทษต่อตำรวจ เพื่อขอให้นำสำนวนมาตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานกลับมาทำใหม่ ในทางกฎหมายของตำรวจไม่อาจทำได้ ซึ่งขัดต่อหลักนิติรัฐ หรือ นิติธรรม ในแง่ของความเป็นธรรมและการตรวจสอบการทำงาน ดังนั้นจึงควรให้กระบวนการสอบสวนแยกออกจากตำรวจ นี่คือข้อเสนอของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม คือ แยกอำนาจสอบสวนออกจากตำรวจ
พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวอีกว่า คำฟ้องที่ศาลอ่านในปัจจุบันนี้ คือ “นิยาย”ที่ตำรวจแต่งขึ้น ยิ่งปัจจุบันพนักงานสอบหมดความน่าเชื่อถือศรัทธา เพราะใช้วิจารณญาณส่วนตัวและทำตามใบสั่ง ที่มีใครบางคนกดรีโมท จากผู้มีอำนาจรัฐและอำนาจเงิน ที่สามารถพลิกคดีจาก “แพะเป็นแกะ” หรือ จาก “แกะเป็นแพะ” ทั้งหมดล้วนโยนภาระให้คนจนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส นี่คือที่มาของคำพูด ปล่อยคนชั่วสิบคนดีกว่าลงโทษผู้บริสุทธิ์เพียงคนเดียว ดังนั้นเมื่อใดที่ศาลยกฟ้องดำเนินคดีใด คือ ความเสียหายในกระบวนการยุติธรรม จึงก่อให้เกิดคำถามและข้อกังขาต่อสายพานกระบวนการยุติธรรมไทย เพราะกระบวนการยุติธรรมตำรวจ และ อัยการ ไม่อาจพิสูจน์ได้ แต่กลับไม่คืนความเป็นธรรมแก่ประชาชนตั้งแต่ในชั้นสอบสวนแต่กลับสั่งสอบแบบเลื่อนลอย
ขณะที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าประสบการณ์ตัวเองกับประชาชน คดีพนัน ที่ไม่ให้ประกันตัวภายใน 3 วัน โทษปรับไม่เท่าไร แต่ตำรวจตัดสินจำคุกไปแล้ว 5 วัน เหตุใดเป็นเช่นนี้ เมื่อถามว่าทำไมไม่ปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องประกันตัวเพราะไม่ใช่คดีร้ายแรง แต่เมื่อมาเป็นผู้ต้องคดีในศาลทหาร เมื่อ 5 ปีก่อน ถือว่าเป็นการดำเนินคดีผิดศาล เหตุใดตำรวจจึงพาไปขึ้นศาลทหาร โดยอ้างว่า สอบไม่เสร็จ และ ถูกตั้งข้อหาโดยใช่เหตุ ที่สำคัญผู้ต้องหาไม่มีสิทธิ์คัดค้านคำสั่งของศาลว่าไม่ควรสั่งขัง จนต่อมาเมื่อได้ประสบการณ์ในคดีความมั่นคงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานได้เพียงคืนเดียว พร้อมตั้งข้อหามาตรา 116 โดยอ้างคำสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.) กล่าวคือ ตั้งข้อหาเกินความจริง สั่งฟ้องไปก่อนแม้จะไม่มีพยานหลักฐาน นี่คือระบบกฎหมายไทยจะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาการตั้งข้อตามใจชอบแบบนี้ได้ เพราะผู้มีอำนาจบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ตัวเองอยู่ได้ เพราะไม่ต้องการรับฟังความคิดเห็นต่างทางการเมือง โดยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ หรือ ฎีกา
“ความยุติธรรม กับ ความยากจน เพราะคนจนเจอปัญหาจากกระบวนการยุติธรรมหนักกกว่าคนรวยเยอะมาก พูดกันไปถึงกันว่าแม้การลงโทษที่เท่ากัน แต่ในความจริงแล้วไม่ยุติธรรมเท่ากับคนจน เช่น ปรับ 5 พันบาทต่อคนจน กับคนรวยต่างกัน เพราะคนรวยมีเงินจ่ายแต่คนจนติดคุกแทนค่าปรับ นี่คือความยุติธรรมในแงเศรษฐศาสตร์รวมกับกระบวนการยุติธรรมไทยแล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้” นายจาตุรนต์ กล่าว
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า คุกทั้งหลายในประเทศไทย “ขังผิดคน” ไม่ใช่ “ขังคนผิด” เช่น คดียาเสพติดส่วนใหญ่ เกิน 70% ในคดีเหล่านี้ผิดคนเพราะส่วนใหญ่เป็นผู้เสพยาเสพติดไม่ใช่ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ กลับกลายเป็นว่าเมื่อออกจากคุกมาแล้วทำให้คนเหล่านี้บ่มเพาะอาชีพอาชญากรรมกลับมาด้วย เช่น ลักทรัพย์ นี่คือปัญหาที่สะสมและหมักหม่นมานาน เพราะผู้มีอำนาจบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมเพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง จึงเป็นอุปสรรคที่ยากลำบากในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม หรือ การปฏิรูปตำรวจ แต่มีความจำเป็นต้องเริ่มในการปฏิรูปเพราะยังไม่สาย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี