546.jpg
โชคดียังไม่เผา! รพ.ส่งศพผิดบ้าน ญาติเอะใจเผยลางสังหรณ์เทียนหน้าโลงล้ม

โชคดียังไม่เผา! รพ.ส่งศพผิดบ้าน ญาติเอะใจเผยลางสังหรณ์เทียนหน้าโลงล้ม

วันอาทิตย์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 12.22 น.

13 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านโนนมาลัย หมู่ 4 ต.หินเหล็กไฟ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ว่ามีเหตุการณ์ศพสลับกัน โดยที่ญาติผู้เสียชีวิตไม่รู้ จนเกือบเผาผิดศพ เพราะเจ้าหน้าที่ที่ดูแลจัดการเรื่องศพของทางโรงพยาบาลไมได้ติดชื่อไว้ที่ศพ 

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 202 บ้านโนนมาลัย ก็พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวมาก่อน จากการสอบถามชาวบ้านบอกว่าผู้เสียชีวิต คือ น.ส.อุ้ม เตาตีทอง อายุ 47 ปี เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา และญาติได้ไปรับศพที่โรงพยาบาลมาตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเลขที่ 202 ดังกล่าว แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าศพที่อยู่ในโลงนั้นไม่ใช่ศพของ น.ส.อุ้ม


จนกระทั่งมีรถของหน่วยกู้ชีพ อบต.วังเหนือ อ.บ้านด่าน วิ่งมาที่งานและขอแลกเปลี่ยนศพ น.ส.อุ้ม ที่อยู่ในโลงกับศพที่อยู่ในรถกู้ชีพคันดังกล่าว ทำให้ทั้งญาติและชาวบ้านที่มาร่วมงานต่างตกใจและงงไปตามๆกัน เพราะไม่คิดว่าศพที่ตั้งทำพิธีจะเป็นศพคนอื่น เพราะไม่มีใครเปิดดูศพเลยหลังจากรับศพที่โรงพยาบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่จัดการให้เรียบร้อยแล้ว ก็นำศพใส่ในโรงศพเลย

กระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ชีพที่นำศพมาขอเปลี่ยนอธิบายให้ฟังว่า ขณะที่ญาติไปติดต่อรับศพผู้ตายที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ มีการรับศพสลับกับศพของนางละม่อม อินสำราญ อายุ 75 ปี ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคชราในเวลาใกล้เคียงกัน จากนั้นญาติๆของ น.ส.อุ้ม จึงได้ขอดูศพที่อยู่ในรถ จึงพบว่าเป็นศพของ น.ส.อุ้มจริงๆ และเมื่อไปเปิดดูศพที่อยู่ในโลงก็พบว่าเป็นศพของหญิงชรา ที่สลับกันมาจริง จึงได้ทำการเปลี่ยนศพกันคืน

 นายศักดิ์ดา เตาตีทอง อายุ 58 ปี พี่ขายของ น.ส.อุ้ม เล่าว่า หลังจากน้องสาวเสียชีวิต ทางญาติก็ได้เดินทางไปรับศพที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เวลาประมาณ 5 โมงเย็นของวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ดูแลจัดการเรื่องศพแจ้งว่าดำเนินการแต่งศพให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ญาติรับกลับไปได้เลย ซึ่งตอนนั้นศพอยู่ในสภาพห่อผ้าขาวมิดชิด ญาติจึงไม่ได้เอะใจเปิดดูหน้าศพ จากนั้นก็เอาเข้าโลงเย็นทันที และเมื่อมาถึงบ้านก็ตั้งศพเพื่อไว้ประกอบพิธีสวดอภิธรรมตามประเพณี ซึ่งก็ญาติและเพื่อนบ้านมากราบไหว้ศพตามปกติ กระทั่งตอน 1 ทุ่มเศษๆ มีรถเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ อบต.วังเหนือ ขับมาจอดหน้าบ้านแล้วบอกว่าศพสลับกันมาขอเปลี่ยนศพ ก็รู้สึกตกใจจึงได้ไปเปิดดูศพที่อยู่ในโลงก็พบว่าไม่ใช่ศพของน้องสาวตนเอง แต่เมื่อดูศพที่รถกู้ชีพปรากฏว่าเป็นศพของน้องสาวจริง จึงได้เปลี่ยนศพกัน  

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางญาติไม่ได้ติดใจจะเอาเรื่องอะไร แต่อยากให้ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องศพ ได้รอบคอบมากขึ้นมากกว่านี้ และอยากให้มีการติดชื่อศพให้ชัดเจนเพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก และหากเป็นไปได้ญาติที่ไปรับศพควรจะเปิดดูศพก่อนด้วย  เพราะถ้าหากเผาศพไปแล้วก็ไม่รู้จะแก้ไขยังไง

ด้านนายสุวิทย์ สีทา อายุ 39 ปี หลาน น.ส.อุ้ม ผู้เสียชีวิต เล่าว่า หลังเอาศพมาถึงบ้านก็เอาเข้าโลงเย็นทันที มีการตั้งศพเพื่อเตรียมทำพิธีสวดอภิธรรมตามประเพณี มีญาติพี่น้องมาจุดธูปไหว้ศพอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าในโลงนั้นไม่ใช่ศพของป้า แต่เป็นศพของคนอื่น กระทั่งรถกู้ชีพมาขอเปลี่ยนรู้ว่าศพสลับกัน พอมาคิดย้อนหลังก็มีเหตุการณ์ที่น่าจะเป็นรางสังหรณ์หรือสัญญาณที่ป้าอาจจะบ่งบอกอะไรสักอย่าง เพราะเทียนเล่มใหญ่ที่จุดไว้หน้าโลงล้มลงถึง 2 ครั้ง ทั้งที่ไม่มีลมพัด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็อยากให้ทางโรงพยาบาลรอบคอบมากขึ้นกว่านี้ เพื่อจะได้ไม่ผิดพลาดขึ้นอีก

ขณะที่นายพิสิทธิ์  อินสำราญ อายุ 37 ปี ลูกชายของนางละม่อม ที่ศพสลับกัน เล่าว่า หลังจากแม่เสียชีวิตวันที่ 10 ต.ค. เวลาประมาณ 5 โมงเย็น ทางครอบครัวได้ติดต่อรถกู้ชีพ อบต.วังเหนือ เพื่อไปรับศพที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ซึ่งวันนั้นมีศพออกมาไล่เลี่ยกัน 3 ศพ ซึ่งแต่ละศพก็ถูกห่อด้วยผ้าขาวมิดชิด แต่ไม่มีชื่อติดไว้ที่ศพเพียงเจ้าหน้าที่แจ้งว่าดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถรับศพไปได้เลย จากนั้นก็ทยอยนำศพขึ้นรถ ซึ่งแม่ของตนเป็นศพที่ 3 ที่นำขึ้นรถก็ไม่ได้เอะใจอะไร

กระทั่งเมื่อนำศพไปถึงวัดปลัดปุ๊ก ต.วังเหนือ อ.บ้านด่าน เพื่อจะประกอบพิธีรดน้ำ สัปเหร่อที่วัดก็ได้เปิดศพออกดูก็แจ้งกับญาติว่าไม่ใช่ศพของแม่เป็นศพของคนอื่น ต่างก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ จึงได้กลับไปสอบถามที่ รพ.จึงทราบว่าศพสลับกันกับศพของหญิงวัย 47 ปี ที่บ้านโนนมาลัยจึงได้ไปขอเปลี่ยนศพคืน 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นความผิดพลาดของ จนท.ที่ดูแลเรื่องศพที่ รพ. เพราะไม่ติดชื่อให้เรียบร้อยโชคดีศพที่สลับกันอยู่ไม่ไกลมากนักไม่เช่นนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก และโชคดีที่สัปเหร่อเปิดดูศพไม่งั้นหากเผาไปแล้วก็ไม่รู้จะทำยังไง ซึ่งศพของผู้เสียชีวิตทั้งสองรายที่ศพสลับกัน ทางญาติได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพไปแล้วเมื่อวานนี้ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top