546.jpg
ทหารเร่งซ่อมบ้านเหยื่อปะทะเดือดปัตตานี เจ้าของบ้านเล่านาทีระทึกเสียงปืนชุดแรกดังขึ้น

ทหารเร่งซ่อมบ้านเหยื่อปะทะเดือดปัตตานี เจ้าของบ้านเล่านาทีระทึกเสียงปืนชุดแรกดังขึ้น

วันเสาร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 16.35 น.

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านปูนชั้นเดียว เลขที่ 124/1 หมู่ 1 ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ของนางซะตียาเราะ แวซู อายุ 62 ปี ซึ่งยังมีร่องรอยกระสุนปืนเป็นรูพรุนทั้งหลัง ภายในตัวบ้านพบมีหลุมลึกคล้ายรอยระเบิด จำนวน 2 จุด พบร่องรอยคล้ายสะเก็ดระเบิดตามผนังรอบบริเวณหลุม หลังเกิดเหตุปะทะในระหว่างสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ ติดตามไล่ล่าคนร้ายตามหมายจับคดีความมั่นคง บริเวณพื้นบ้านยังพบขวดชิ้นส่วนของแก๊สน้ำตาด้วย

 


 

ขณะเดียวกัน ร.อ.นพ พรหมยา หัวหน้าชุดทหารช่างหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 43 ได้นำกำลังทหารช่างร่วมกับกำลังพลในพื้นที่ และฝ่ายปกตรองช่วยกันรื้อซากปรักหักพังที่ได้รับความเสียหายเพื่อซ่อมแซมให้กลับสภาพเหมือนเดิม ซึ่งวันนี้ทหารช่างได้มีการรี้อกระเบื้องหลังคา เพื่อเปลี่ยนกระเบื้องใหม่ให้แล้วเสร็จก่อนที่จะดำเนินการซ่อมแซมส่วนอื่นของบ้าน เนื่องจากในพื้นที่ช่วงนี้กำลังเข้าฤดูหน้าฝน

ส่วนนางซะตียาเราะ แวซู วัย 62 ปี เจ้าของบ้านได้อาศัยบ้านของแม่พักอาศัยชั่วคราว โดยวันนี้ได้พาญาติมาช่วยเก็บขวาดบ้าน เก็บข้าวของ เครื่องครัว ที่นอนที่เหลืออยู่ภายในบ้านและห้องนอนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทหารที่เข้ามาซ่อมแซมบ้าน

 

 

นางซะตียาเราะ แวซู ได้เล่าเรื่องราวให้กับทีมสื่อฟังว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันพุธที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00 น. ลูกชาย (นายอับดุลเลาะ) ได้เข้ามาปลุกแม่ที่กำลังหลับอยู่ในห้องนอนส่วนตัว พร้อมกล่าวว่าจะมีคน 2 คน มาขอพักอาศัยด้วย แม่จึงบอกลูกว่า ช่วงนี้แม่กำลังอยู่ในระหว่างปฏิบัติกฎเก็บสงวนตัวตามศาสนาบัญญัติไว้ หลังจากสามีเสียชีวิตให้ครบ 4 เดือนอีก 10 วัน ซึ่งขณะนี้สามีจากไปเพิ่งจะครบ 3 เดือน จึงบอกปฏิเสธไป จากนั้นลูกชายก็ได้บอกปฏิเสธตามเหตุผลที่แม่ได้อ้างถึง แต่ทั้ง 2 คนก็ตื๊อจะขออยู่พักแรมแค่คืนเดียว พรุ่งนี้จะให้เขามารับ ทำให้แม่กับลูกก็ไม่รู้จะทำการอย่างไร

จากนั้นลูกชายได้กระซิบบอกแม่ว่า ลองย่องไปดูว่าเขาเป็นใครเผื่อแม่จะเคยเห็น แต่บอกว่าแม่ไม่อยากยุ่งกับคนแปลกหน้า เพราะแม่ยังอยู่ในระหว่างปฏิบัติกฎสามีเสียชีวิต มันจะบาปได้ และแม่เองไม่ได้ไปยุ่งหาข้าวอาหารแต่อย่างใด จึงไม่รู้ว่าเขาหาอะไรทานไปบ้าง น่าสงสารลูกชายทั้งวันไม่ได้อยู่บ้าน เพราะกลัวคนแปลกหน้ามาขออาศัยที่บ้าน กลับทำให้ลูกชายไปพักอยู่บริเวณสำนักงาน อบต.กับเพื่อนในหมู่บ้านแทน

 

 

จนตกค่ำก็ได้เกิดเหตุเจ้าหน้าที่เข้ามาปิดล้อมบ้าน แล้วมีเสียงปืนชุดแรกดังขึ้น ขณะนั้นแม่อยู่กับหลานโดยลำพัง จึงรีบคว้าหลานให้หมอบชิดกับพื้นห้องนอน ขณะนั้นแม่ตกใจหวาดผวาใจสั่นหมดแล้ว จากนั้นโชคดีลูกชายที่กำลังซ่อมรถจักรยานยนต์หน้าบ้าน รีบขึ้นไปคว้าแม่พร้อมหลานลงจากบ้านออกมาข้างนอกบ้าน เมื่อออกมาถึงถนนก็มีน้องทหารพรานหญิงวิ่งมารับตัวตามที่ปรากฏในภาพข่าว

"จึงอยากขอความเป็นธรรมกับแม่และลูกชายของแม่ด้วย แม่ไม่ได้รู้เห็นกับบุคคลที่ขอมาพักอาศัยแต่อย่างใด และเราก็ได้ปฏิเสธแล้ว แต่เขาไม่ยอมไป บอกจะไปพรุ่งนี้ แม่เองก็กลัวความปลอดภัยจึงได้แต่เก็บเงียบ" นางซาตีเยาะ กล่าวทิ้งท้าย
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top