6 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟสบุ๊ก “เรียกสิ’ เดียร์จ๋า” โพสต์ภาพลูกชายโดนตบที่แก้มมีรอยแดงเป็นรอยนิ้วมือจนแก้มบวม แล้วมีข้อความว่า “ลูกใครใครก้อรัก แค่รถบังคับพัง ต้องทำกันขนาดนี้เลยหรอ #โตแล้วทำเด็กเกินไปไหม” และได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า “พอดีน้องปั่นจักรยานเล่น พอดีถอยจักรยานไปเยียบรถบังคับของลูกสาวเขา พ่อเขาเลยตบเข้าค่ะ” ซึ่งคนที่มาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่จะแสดงออกไปในแนวทางว่าเป็น “การกระทำที่เกินไป เด็กตัวเล็กแค่นี้”เป็นต้น
.jpg)
ต่อมามีผู้ใช้ เฟสบุ๊ก “ภุมรินทร์ รอดทรัพย์” แสดงตนว่าเป็นภรรยาของชายที่เป็นผู้ตบหน้าเด็กชายในภาพ แสดงความคิดเห็นว่า “ถ้าไม่มีใครโทรก็จะตอบให้นะคะ คือว่าลูกสาวอยากได้รถบังคับ พ่อก็เลยซื้อให้เป็นของขวัญปีใหม่ให้ทั้งๆ ที่ลูกไม่เคยเรียกร้องขอของเล่นเลยเพิ่งขอเป็นชิ้นแรก พอซื้อมาลูกสาวก็เอามาเล่น แต่มีเด็กกลุ่มหนึ่งขี่จักรยานเพื่อที่จะไล่ทับรถบังคับที่ลูกสาวเล่นอยู่ พ่อมันเห็นเลยให้มาเล่นให้ห่างจากที่รถจักรยานพอถอยห่างมาแล้วก็ยังตามมาปั่นไล่เหยียบอีกจนพลาดปั่นไปเหยียบเข้าจริงๆ พ่อเด็กก็เลยดุเด็กคนนั้น แต่แทนที่จะสลดหรือหนีไปเล่นที่อื่นกลับแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พ่อเด็กในทำนองว่า ข้าไม่กลัวแกหรอกประมาณนี้ พ่อของเด็กก็เลยบันดาลโทสะลงไปแต่ก็ไปตกลงกันที่บ้านของเด็กที่โดนตบแล้วคุยกันเขาเรียกค่าเสียหายเราตกลงให้ แต่เราก็ขอต่อรอง เขาไม่ยอมจะไปแจ้งความ ถ้าใครรู้จักเด็กคนนี้หรือครอบครัวนี้ก็จะรู้ว่าเป็นไง”
.jpg)
ผู้สื่อข่าวเลยติดต่อโทรศัพท์สอบถามไปยัง นางสาว มัณฑนา คุ้มสังข์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ม.5 ต.จักรสีห์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เจ้าของเฟสบุ๊ก “เรียกสิ’ เดียร์จ๋า” ผู้โพสต์เรื่องดังกล่าว เล่าว่า ตนเป็นพี่สาวของเด็กชายที่โดนตบ น้องของตนชื่อ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 6 ขวบ เรียนอยู่ชั้น อนุบาล 3 โดยเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 เวลา ประมาณ 17.30 น. ที่ผ่านมา ด.ช.เอ (นามสมมติ) น้องของตนก็ได้ไปขี่จักรยานเล่นกับเพื่อนๆ ที่สวนสาธารณะของ อบต.แห่งหนึ่ง และมี ด.ญ.บี (นามสมมติ) เล่นรถบังคับอยู่ใกล้ๆ และน้องของตนขี่จักรยานถอยหลังมาทับรถวิทยุบังคับของ ด.ญ.บี จนพัง ด.ญ.บี ได้ไปฟ้องพ่อ ซึ่งทำงานอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง ในจังหวัด ชายคนดังกล่าวมาถึงก็ตบ ด.ช.เอ เข้าที่ศีรษะ 1 ครั้ง และที่แก้ม 1 ครั้ง อย่างแรงจนร่วงจากรถจักรยาน จนมีรอยผื่นเป็นรอยนิ้วมือจนแก้มบวมไปข้าง
.jpg)
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้เดินทางไปสอบถาม นายแดง อายุ 52 ปี ผู้เป็นพ่อของ ด.ช.เอ เล่าว่า ในวันดังกล่าวที่ลูกโดนตบลูกร้องไห้กลับมาที่บ้าน ตนสอบถามครั้งแรกลูกไม่กล้าบอกว่าโดนตบ บอกว่า รถจักรยานล้ม แต่ก็มีคนมาบอกว่าลูกตนโดนอบต.คนดังกล่าวตบจนร่วงจากจักรยาน ตนโมโห ลูกใครๆก็รัก ทำไมทำรุนแรงขนาดนี้ เพราะมันเป็นเด็กอายุแค่ 6 ขวบเอง จะตีก้นตีอะไรก็จะไม่เป็นอะไรเลย นี่ตบหัว ตบหน้าอย่างแรงจนแก้มบวมโย้เลย ตนจึงพาลูกไปโรงพยาบาล แต่ด้วยความที่เป็นว่าเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันไม่อยากมีเรื่องอะไรต่อ ก็เลยบอกว่าขอค่ารักษาพยาบาลไปเพียง 1,000 บาท ด้วยความตั้งใจว่าจะเอาเงินไปซื้อรถบังคับวิทยุใช้คืนจะได้จบๆ กันไป
แต่ทางอบต.คนดังกล่าวให้เพียง 500 บาท เท่านั้น ตนจึงไม่ขอรับและรอทางมาพูดคุยใหม่ แต่ไร้วี่แวว ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสิงห์บุรี อีกอย่างคือภรรยาของ อบต.คนดังกล่าว มีตำแหน่งเป็นสารวัตรกำนัน ได้มาแสดงความคิดเห็นในเฟสบุ๊กของลูกสาว ในข้อความที่บอกว่า “ถ้าใครรู้จักเด็กคนนี้หรือครอบครัวนี้ก็จะรู้ว่าเป็นไง” ตนมีความรู้สึกว่าเหมือนเป็นการดูถูกครอบครัวของตน จึงต้องการดำเนินคดี เพื่อต้องการให้อบต.คนดังกล่าว กับภรรยามาคุยกัน และขอโทษต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งหนึ่ง
.jpg)
สอบถาม ด.ช.เอ และเพื่อนๆ ด.ช.เอ เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ตนและเพื่อนๆ ไปขี่รถจักรยานเล่นที่สวนสาธารณะของ อบต. และขี่รถไล่กันเล่นตำรวจจับขโมย และตอนนั้นมี ด.ญ.บี ซึ่งเป็นลูกสาวอบต.คนดังกล่าว เล่นรถบังคับอยู่ในบริเวณนั้น และเห็นรถบังคับวิ่งมาชนท้ายล้อรถของ ด.ช.เอ แต่ ด.ช.เอ ไม่เห็น และได้ถอยรถมาจนทับรถบังคับพัง และ ด.ญ.บี วิ่งกลับบ้าน สักพักผู้เป็นพ่อก็เดินมาตบ ศีรษะ ด.ช.เอ และตบหน้า ด.ช.เอ จนร่วงรถจักรยานแล้ว ด.ช.เอ ก็ร้องไห้กลับบ้านไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี