ครูไทยในอุดรธานีน้ำตาตก หลงเชื่อคารมครูด้วยกันเอาโฉนดที่ดินไปค้ำประกันทำให้ได้รับความเดือดร้อนจนสามีที่เป็นครูเครียดจัดจนเส้นเลือดในสมองแตก วอนผู้ใหญ่เข้าใจปัญหาความเดือดร้อนของครูน้อยบ้าง พร้อมเตือนเป็นอุทาหรณ์นายประกัน อย่าเอาความสงสารเมตตามาช่วยเหลือคนทั้งๆ ที่เกิดกำลังตัวเอง

นี่ก็เป็นอุทาหรณ์อีกเรื่องนี้สำหรับนายประกันทั้งหลายที่ก่อนจะช่วยเหลือใครควรที่จะดูกำลังตัวเองก่อนว่าช่วยได้หรือไม่? และเมื่อช่วยแล้วจะมีผลร้ายแรงตามมาถึงตัวเองและครอบครัวหรือไม่? อย่างเช่นเรื่องนี้ซึ่งถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อวันที่ 16 ม.ค.63 ที่ผ่านมาหลังจากครูอ้อย อายุ 48 ปี (สงวนชื่อและนามสกุล) ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอหนองหาน จ.อุดรธานี ได้เดินทางไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หลังได้รับความเดือดร้อนกรณีถูกเพื่อนครูคนหนึ่ง (ขอสงวนชื่อนามสกุล) เข้ามาตีสนิทขอให้ช่วยหานายทุนปล่อยเงินกู้ให้ ตนหลงเชื่อจึงเอาโฉนดที่ดินจำนวน 30 ไร่ไปค้ำประกันให้และหลังจากนั้นก็ไม่มีการส่งเงินต้นและดอกทำให้ได้รับความเดือดร้อน
.jpg)
ครูอ้อย เปิดเผยว่า คู่กรณีซึ่งเป็นครูด้วยกัน แต่อยู่คนละอำเภอมาขอความช่วยเหลือ โดยอ้างว่าบ้านกำลังจะถูกบังคับคดียึด พูดจาหว่านล้อมให้หานายทุนเงินกู้ให้เพื่อนำเงินที่ได้ไปไถ่ถอนบ้าน ด้วยความใจอ่อนและอยากช่วยเหลือเนื่องจากรู้จักกันมาได้สักระยะหนึ่ง จึงช่วยเหลือโดยก่อนช่วยเหลือคู่กรณีได้เคยพาไปดูบ้านที่อำเภอบ้านผือ และพบว่าที่บ้านพ่อก็ป่วยเป็นความดัน แม่ก็ป่วยเป็นเบาหวาน มีเขาเป็นคนดูแลพ่อแม่ เมื่อเห็นแล้วก็มองว่าเขาเป็นคนกตัญญูประกอบกับตัวเองและสามีเป็นคนขี้สงสารมีความเมตตาที่จะช่วยเหลือจึงเข้าได้ช่วยเหลือ
จากนั้นจึงพาเขาไปหาเงินกับนายทุนทั้งในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านโดยใช้ใบที่นาของตัวเองค้ำประกันให้เราไปติดต่อขอกู้เงินกับนายทุน 2 รายรายแรกกู้เงินได้ 110,000 บาท ซึ่งใช้ที่นาซึ่งเป็นมรดกมาค้ำประกันหลังได้เงินมาคู่กรณีก็ทำการส่งดอกประมาณ 8-9 เดือนจากนั้นก็ไม่ทำการส่งอีก นอกจากนี้ยังพาไปกู้กับนายทุนอีกรายที่อำเภอหนองหาน โดยไปกู้เงินจำนวน 4 แสนกว่าบาทโดยหลักฐานการกู้ตอนนั้นเขาก็ไม่พร้อมเราจึงให้ยืมหลักฐานเป็นที่นาจำนวน 30 ไร่เพื่อไปค้ำนายทุนคนนี้ โดยคู่กรณีก็ทำการคืนดอกให้ประมาณ 50,000 บาทและหลังจากนั้นก็ไม่เคยคืนอะไรให้เลย ทั้งนี้ จากที่เคยสัญญาไว้ว่าจะกู้เงินจะหาเงินมาชดใช้ภายใน 2-3 เดือนเลื่อนมาจนถึงวันนี้ก็ผ่านไป 6 ปีแล้ว

ส่วนตัวแล้วตรวจอยากได้เอกสารหลักฐานคืนอยากให้คู่กรณีที่เป็นครูคนนี้มารับผิดชอบหนี้ที่ตัวเองก่อไว้เพราะขณะนี้สามีได้ล้มป่วยเพราะเครียดจากเรื่องดังกล่าว ยังไงก็ตามหากคู่กรณีรับรู้ก็อยากให้เข้ามาแก้ปัญหาเข้ามาเคลียร์ปัญหาที่ตัวเองสร้างไว้ ซึ่งตลอดเวลาระยะเวลา 6 ปี ตนพยายามติดต่อทางไปหาที่บ้านโทรศัพท์แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด
ครูอ้อย (นามสมมติ) บอกอีกว่า เคยพูดคุยกับเจ้าหนี้ ทางเจ้าหนี้ก็อยากจะให้เราร่วมรับผิดชอบเนื่องจากเราเป็นคนพามา แต่เราก็ได้ขอร้องไว้และปฏิเสธว่าเราไม่ได้ใช้เงินกับในส่วนนี้ซึ่งเจ้าหนี้ก็รับรู้และรู้ว่าเราไม่ได้ใช้เงิน ที่ผ่านมาเจ้าหนี้ได้มาพูดคุยขอให้ทางตนโอนที่เพื่อเป็นการชดใช้หนี้แทนให้ แต่เราก็ขอไว้ขอเวลาไว้และเราจะประสานคู่กรณีมาทำการชดใช้หนี้ในส่วนนั้นให้

"อยากขอฝากเหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนว่าอย่าเอาความสงสารเมตตามาช่วยเหลือคนทั้งๆ ที่เกิดกำลังตัวเอง เราไม่รู้อนาคตล่วงหน้าว่าคนที่เราช่วยเหลือนั้นเขาจะมีความซื่อสัตย์กับเราแค่ไหน มีสัจจะกับเราแค่ไหน ขอฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ทุกๆคนสุดท้ายไม่จำเป็นอย่าไปค้ำประกันภัยง่ายๆ"
ขณะที่สามีคือนายสุ่ม (ขอสงวนชื่อจริง-นามสกุล) ซึ่งเป็นครูด้วยกันเครียดจัดจนเส้นเลือดในสมองแตกต้องนอนรักษาตัวมานานเกือบ 2 เดือนแล้วตอนนี้ยอมรับว่าลำบากมากเพราะเงินเดือนครูทั้งสองคนโดนหักไม่เหลือของสามีโดนหักเหลือ 400 บาทต่อเดือน ตนเองก็เหลือ 7,000 บาทมาใช้จ่ายในครอบครัวก็หมดแล้ว ความรู้สึกของครอบครัวตนเหมือนเอ็นดูเขาเอ็นเราขาดอยากจะฝากถึงเพื่อนครูทุกคนด้วย ตอนนี้เดือดร้อนอยากได้ที่ดินคืนมาเพื่อมารักษาสามีที่ป่วยและส่งลูก 1 คนเรียนหนังสือชั้น ม.6 วอนผู้หลักผู้ใหญ่กระทรวงศึกษาธิการและผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีลงมาดูความเดือดร้อนของครูบ้านนอกบ้าง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี