533.jpg
เที่ยวตรุษจีน! ชิม ‘หมูตากแดด’ อาหารห้าดาวบนดอยสูง ‘บ้านเฮโก’ เชียงราย

เที่ยวตรุษจีน! ชิม ‘หมูตากแดด’ อาหารห้าดาวบนดอยสูง ‘บ้านเฮโก’ เชียงราย

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2563, 17.17 น.

ณ บ้านเฮโก ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย สิ่งที่ทำให้ผู้ไปเยือนสนใจเป็นอย่างมาก ไม่แพ้กลิ่นอายและวัฒนธรรมการเป็นอยู่ของชาติพันธุ์ลีซูแล้ว ยังมีสิ่งที่เราไปเห็นแล้วรู้สึกแปลกตาและไม่ค่อยเห็นวิธีการดัดแปลงอาหารแบบนี้มากนัก เมื่อเราเงยหน้าขึ้นจะเห็น “หมูตากแดด” หรือ “หมูตากแห้ง” ตากไว้หลายจุดของพื้นที่โล่งนอกบ้าน ซึ่งชาวบ้านได้ทำไว้ เพื่อเตรียมต้อนรับเทศกาลตรุษจีนในวันที่ 25 มกราคมนี้ ถือเป็นอาหารห้าดาวบนดอยสูงเลยก็ว่าได้

 


 

วันก่อน... “ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดโครงการพัฒนาสุขภาวะผู้เฒ่าไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ในพื้นที่พรมแดนไทย-เมียนมา และไทย-ลาว หมูบ้านแถบพรมแดนเป็นแหล่งที่เที่ยวที่น่าสนมาก สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการท่องเที่ยวแบบไลฟ์สไตล์ เรียนรู้การดำรงชีวิตของผู้เฒ่าไร้รัฐไร้สัญชาติ เด็กๆ ที่วิ่งเล่นพร้อมรอยยิ้ม พร้อมกับสูดอากาศบริสุทธิ์

 

 

นางมาลี ประแส ชาติพันธุ์ลีซู ชาวบ้านเฮโก ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เราจะทำหมูตากแห้งไว้ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อเตรียมไว้ไหว้ศาลเจ้า สำหรับหมูที่ตากไว้ไหว้ศาลเจ้าเราจะใส่แค่เกลืออย่างเดียว ส่วนเนื้อหมูที่ทำไว้กินเองก็จะปรุงรสด้วยเครื่องปรุงไว้ โดยจะฆ่าหมูดอยตัวผู้แล้วตากไว้ ปกติจะทำกันแค่เทศกาลปีใหม่ไทย และตรุษจีน  เพราะเป็นช่วงฤดูหนาวมีแดดและลม ถ้าเป็นฤดูร้อนมีแดดอย่างเดียวจะทำไม่ได้  “หมูตากแห้ง” จะทำในช่วงเทศกาลปีใหม่ และตรุษจีน ถ้าจังหวะนั้นหมูบนดอยไม่มีก็จะต้องหาซื้อเพื่อเตรียมไว้ ตากไว้ประมาณ 10 กว่าวัน สามารถเก็บไว้ได้นาน 3-4 เดือน พอจะมาทำกินก็จะล้างน้ำเปล่าให้สะอาดก่อนจะนำมาปรุงอาหาร

 

 

“เราอยู่บนดอยของกินก็จะต้องทำเก็บไว้ ตากแดดเป็นวิธีที่ทำให้อาหารอยู่ได้นานที่สุด เพราะบางครั้งของสดเราก็กินไม่ทัน จึงคิดขึ้นมาว่าจะทำอย่างไรถึงจะเก็บอาหารไว้ได้นาน ซึ่งเห็นว่าการนำอาหารตากแดดดีที่สุดแล้ว” นางมาลี กล่าว

 

 

ความเป็นมา : ชาติพันธุ์ลีซู หมายถึง ผู้ใฝ่รู้แห่งชีวิต มีภาษาพูดในกลุ่มหยี (โลโล) ตระกูลธิเบต-พม่า 30% เป็นภาษาจีนฮ่อ ต้นกำเนิดของลีซูอยู่ที่ต้นน้ำสาละวิน และแม่น้ำโขงทางตอนเหนือของธิเบต และทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของมณฑลยูนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ชาวลีซูได้อพยพเข้าสู่เขตประเทศไทย เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2464 กลุ่มแรกมี 4 ครอบครัว มาตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนครั้งแรกอยู่ที่บ้านห้วยส้าน อ.เมือง จ.เชียงราย ต่อมามีอีก 15 ครอบครัวอพยพตามมาด้วยในปีเดียวกัน ลีซูไม่มีภาษาเขียนของตนเอง แต่สำหรับลีซูที่นับถือเป็นคริสเตียน กลุ่มมิชชั่นนารีได้ใช้อักษรโรมันมาดัดแปลงเป็นภาษาเขียนของชนเผ่าลีซู อยู่ได้โดยประมาณ 5-6 ปี ก็มีการแยกกลุ่มไปอยู่หมู่บ้านดอยช้าง ทำมาหากินอยู่แถบ ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top