Logo วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
542.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
ไม่ขาดตลาด แต่หาซื้อยาก! ‘หน้ากากอนามัย’ ราคาพุ่งสูงเกิน10เท่า

ไม่ขาดตลาด แต่หาซื้อยาก! ‘หน้ากากอนามัย’ ราคาพุ่งสูงเกิน10เท่า

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2563, 16.00 น.
Tag : ไม่ขาดตลาด หน้ากากอนามัย #โคโรนา #โควิด-19 #แนวหน้าออนไลน์
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ที่ผ่านมา… “ประเทศไทย” ถูกเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) รุกราน และก่อนหน้านี้ก็ต้องต่อสู้กับฝุ่นร้ายตัวจิ๋ว “ฝุ่นPM 2.5” มาระยะหนึ่ง ทำให้ประชาชนตื่นตัวพากันหาซื้อหน้ากากอนามัย เพื่อใส่ป้องกันตัวเอง ทำให้หน้ากากอนามัยหาซื้อยาก และราคาแพงเกินกว่าราคาปกติกว่าหลายสิบเท่า แถมบางแห่งยังขายสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพบางจนมองทะลุไปอีกด้าน ลมพัดปลิว แถมราคาแพงอีกต่างหาก

และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ มีพวกฉวยโอกาสนำหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วนำมาซักและรีดบรรจุใส่ซอง นำกลับมาขายใหม่ ใช่แล้ว... “หน้ากากอนามัยมือสอง” ใครได้ฟังเป็นต้องสยอง หลายคนถามว่ามันต้องถึงขั้นนี้แล้วจริงหรือ? หน้ากากอนามัยขายตลาดหรือ? ทำไมหน้ากากอนามัยแพงขึ้นโดยไม่มีการควบคุมราคา? ข้อสรุปทั้งหมดนี้ใครจะเป็นคนให้คำตอบกับประชาชนได้


 

 

“ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” ลงพื้นที่สำรวจตลาดการซื้อขายหน้ากากอนามัยตามบริเวณห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อทั่วไป หรือแม้กระทั้งร้านค้าตามแผงลอยทั่วไป หรือในโลกออนไลน์ ปรากฏว่าราคาต่อ1ชิ้น หน้ากากอนามัย (สีเขียว) ราคา 10 บาท หน้ากากผ้า 13-65 บาท หน้ากาก PM 2.5 (กันฝุ่น) 80-100 บาท ส่วนในโลกออนไลน์หน้ากากอนามัย (สีเขียว) พุ่งสูงถึงชิ้นละ 17-20 บาท หรือกล่องละ 800-1,000 บาท ข้อสังเกตคือกลุ่มคนพวกนี้นำหน้ากากอนามัยมาจากไหน? กักตุนสิ้นค้าไว้เพื่อขายต่อหรือไม่? คำถามเริ่มพลั่งพลูออกมาอีกครั้ง

เมื่อความต้องการของประชาชนเพิ่มมากขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงตรวจกำลังการผลิตโรงงานหน้ากากอนามัยย่านปากเกร็ด  เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563 พร้อมย้ำกับประชาชนว่า “ไม่ต้องตื่นตระหนก หรือกักตุน มั่นใจมีเพียงพอ หากพบขาดแคลนหรือเกินราคา แจ้งสายด่วน 1569”

 

 

 

ก่อนหน้านี้ พระราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2563 เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการปันส่วนหรือจำหน่ายหน้ากากอนามัย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่า หน้ากากอนามัยทางการแพทย์  (Medical Mask ) และหรือที่มีส่วนประกอบของคาร์บอน (Carbon ) และหรือที่มีวาล์วปิด (Valve ) หน้ากากอนามัยชนิด N95,หน้ากากใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม (Disposable mask for Industry ), หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง (Disposable dust mask ) และหรือที่มีส่วนประกอบ ของคาร์บอน (Carbon ) และหรือที่มีวาล์วปิด (Valve ) หน้ากากชนิด N95 เพื่อป้องกันฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ หมอก ควัน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้าและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้  “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ

ให้ผู้ผลิตตัวแทนจำหน่าย ในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ปันส่วนหน้ากากอนามัย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของปริมาณการผลิต หรือปริมาณที่ครอบครอง แล้วแต่กรณี และจำหน่ายหน้ากากอนามัยจำนวนดังกล่าวให้แก่ศูนย์บริหารจัดการหน้ากากอนามัยของกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ ในราคาไม่เกินชิ้นละ 2 บาท เพื่อบริหารจัดการให้เพียงพอต่อความต้องการ ภายในประเทศ

 

 

ชาวบ้านรายหนึ่งเล่าให้ทีมข่าวฯ ฟังว่า ปกติจะซื้อหน้ากากอนามัยแบบสีเขียวใช้แล้วทิ้งที่ขายตรงองค์การเภสัช ตกแผ่นละ 1 บาท แต่หลังๆไปต่อคิวไม่ไหวรวมถึงสิ้นค้าหมด จึงลองแบบผ้าที่ซักได้ น่าจะคุ้มกว่า ไม่รู้ราคาปกติเลยไม่คิดว่ามันแพง แต่พอรู้ รู้สึกเสียดายเงินมาก แต่มันก็จำเป็นต้องใช้ ถ้าแพงขนาดนี้คนที่เขามีเงินไม่มาก เขาจะทำยังไง ตนรู้สึกไม่ดีเลย ไหนบอกว่าของไม่ขาดตลาด แต่ที่ผ่านมาหาซื้อยากมาก

“ตนเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ ซื้อหน้ากากแบบผ้าที่ห้างแห่งหนึ่ง รู้สึกตกใจกับราคามาก เพราะปกติชิ้นละ 1-5 บาท แต่ครั้งนี้เจอชิ้นละ 65 บาท สิ่งที่รัฐบาลต้องทำในขณะนี้ คือ ควรควบคุมราคา และควรจัดให้มีเพียงพอ ไม่ต้องเดินทางไปถึงกระทรวงสาธารณสุข หรือกระทรวงพาณิชย์ เพราะสินค้ามันควรกระจายอยู่ทุกพื้นที่ในราคาที่ประชาชนทุกคนเอื้อมถึง ตอนนี้ตามโรงพยาบาลบางแห่ง สถานีอนามัยแจกหน้ากากอนามัยฟรี สำหรับคนไม่มีกำลังซื้อ”

 

 

ด้าน ผศ.นพ.กำธร มาลาธรรมสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ว่า ผู้ที่ควรใส่หน้ากากอนามัยควรจะผู้ป่วยที่มีน้ำมูก ไอ หรือจาม และคนที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ เช่น ขับรถแท็กซี่ ทำงานในสนามบิน โรงพยาบาล หรืออยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนมากๆ หรือแออัด ผู้ที่ไม่มีความเสี่ยง ไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยโดยไม่จำเป็น เพราะทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรจนอาจเกิดปัญหาการขาดแคลนเมื่อถึงเวลาที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ

ทั้งนี้ กลุ่มโซเชียลได้ออกมาโพสต์และแชร์เกี่ยวกับความรับผิดชอบของกลุ่มคนที่มีอาการป่วยที่ไม่ยอมใส่หน้ากากอนามัย ก็เลยทำให้คนที่ไม่ป่วยต้องป้องกันตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัยแทน บางคนบางกลุ่มถึงขึ้นวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลถึงความไม่มั่นใจในการรับมือหรือมาตรการป้องกัน หรือแก้วิกฤติไวรัสโคโรนา (โควิด-19) จึงทำให้ประชาชนมีความต้องการหน้ากากอนามัยไว้เพื่อป้องกันตัวเอง และอาจจะนำไปสู่การฉวยโอกาสเพิ่มราคาสินค้าเกินกว่าหลายสิบเท่า

สำหรับ โทษทางกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรณีการขายสินค้าเกินราคาไปมาก มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ปฏิรูปเริ่มเห็นผล! รัฐบาลปลื้ม จัดอันดับ IMD ปี 69 ชี้การศึกษาไทยฟื้น

โชเฟอร์โอดเศรษฐกิจแย่ ซ้ำร้ายเจอผู้โดยสารอ้างโอนทีหลังแล้วชิ่ง

ราคาน้ำมันโลกพุ่ง-หุ้นร่วง หลังทรัมป์ขู่ยึดฮอร์มุซ หากเจรจาอิหร่านล้มเหลว

เอ็ดดี้ วิเคราะห์กระแส ชัชชาติ ทำไมคนยังเลือก ทั้งที่ล้มเหลวในการบริหาร กทม.

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved