542.jpg
ปฏิรูปเริ่มเห็นผล! รัฐบาลปลื้ม จัดอันดับ IMD ปี 69 ชี้การศึกษาไทยฟื้น

ปฏิรูปเริ่มเห็นผล! รัฐบาลปลื้ม จัดอันดับ IMD ปี 69 ชี้การศึกษาไทยฟื้น

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.14 น.

22 มิถุนายน 2569 รัฐบาลเผยผลจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันโลกของ IMD ปี 2569 พบการศึกษาไทยขยับขึ้น 3 อันดับ สู่อันดับ 52 ของโลก หลังอันดับลดลงต่อเนื่องหลายปี ขณะที่อัตราการรู้หนังสือพุ่งขึ้นถึง 9 อันดับ สะท้อนผลปฏิรูปเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม พร้อมเร่งแผนเชิงรุก 4 ด้าน ยกระดับภาษาอังกฤษ ทักษะแรงงาน และ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริม AI Literacy และการหารือกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดแนวทาง Screen Time ในสถานศึกษาอย่างสมดุล

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความยินดีต่อผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประจำปี 2569 โดย World Competitiveness Center (WCC) ภายใต้สถาบัน International Institute for Management Development (IMD) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งพบว่าปัจจัยด้านการศึกษาของไทยปรับตัวดีขึ้น 3 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 52 ของโลก ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญของภาคการศึกษาไทย หลังจากอันดับด้านการศึกษาปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า IMD เป็นสถาบันชั้นนำระดับโลกที่จัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยประเมินจากข้อมูลเชิงประจักษ์จากแหล่งสถิติระหว่างประเทศควบคู่กับการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารภาคเอกชนทั่วโลก ซึ่งผลการจัดอันดับปี 2569 พบว่าประเทศไทยขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 26 ของโลก จากเดิมอันดับ 30 โดยหนึ่งในปัจจัยที่มีพัฒนาการดีขึ้นอย่างน่าสนใจคือด้านการศึกษา ซึ่งอยู่ภายใต้การประเมินด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

เมื่อพิจารณารายละเอียดรายตัวชี้วัดด้านการศึกษา พบว่าหลายด้านปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยอัตราการรู้หนังสือของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ขยับขึ้นถึง 9 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 48 ของโลก สะท้อนความสำเร็จในการขยายโอกาสทางการศึกษาและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ขณะที่งบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษาต่อนักเรียนปรับดีขึ้น 5 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 50 ของโลก แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรด้านการศึกษา

นอกจากนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคธุรกิจยังสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อคุณภาพการศึกษาของไทยมากขึ้น โดยการศึกษาขั้นพื้นฐานปรับดีขึ้น 3 อันดับ และการศึกษาระดับอุดมศึกษาปรับดีขึ้น 2 อันดับ สะท้อนว่าระบบการศึกษาสามารถพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเศรษฐกิจและตลาดแรงงานได้ดียิ่งขึ้น

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า แม้ผลการจัดอันดับจะสะท้อนพัฒนาการที่ดีขึ้น แต่รัฐบาลยังคงตระหนักดีว่ายังมีประเด็นที่ต้องเร่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทักษะแรงงานระดับสูงที่ปรับลดลง 8 อันดับ และทักษะภาษาต่างประเทศที่ปรับลดลง 5 อันดับ ซึ่งสะท้อนว่าความต้องการของภาคธุรกิจในด้านกำลังคนคุณภาพสูงยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่ระบบการศึกษาไทยต้องยกระดับอย่างจริงจัง

กระทรวงศึกษาธิการจึงได้เร่งขับเคลื่อนแผนเชิงรุก 4 ด้าน ประกอบด้วย การยกระดับฐานข้อมูลการศึกษาให้เป็นปัจจุบันและเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลสากล การพัฒนาทักษะแห่งอนาคตในสาขา STEM เทคโนโลยี การบริหารจัดการข้อมูล และภาษาอังกฤษ และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม สำหรับด้านการนำ AI มาใช้ในสถานศึกษานั้น กระทรวงศึกษาธิการมุ่งเน้นการสร้าง “AI Literacy” ให้ผู้เรียนและครูสามารถใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันและมีวิจารณญาณ ควบคู่กับการกำหนดแนวทาง การใช้เครื่องมืออิเลกทรอนิกส์ในสถานศึกษา ที่เหมาะสมตามช่วงวัย เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีในชั้นเรียนส่งเสริมพัฒนาการของผู้เรียนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการนำอุปกรณ์ดิจิทัลเข้ามาทดแทนการเรียนรู้แบบเดิม

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top