546.jpg
นักประดาน้ำภาค7 'เฉลิมพนธ์' เล่านาทีเอาชีวิตรอดจากใต้น้ำ แต่ต้องสูญเสียลูกน้อง

นักประดาน้ำภาค7 'เฉลิมพนธ์' เล่านาทีเอาชีวิตรอดจากใต้น้ำ แต่ต้องสูญเสียลูกน้อง

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 21.50 น.

นี่เป็นอีกเดสหนึ่งที่นายเฉลิมพนธ์ ใหญ่ หงษ์ยนต์ ประธานชมรมกู้ภัยทางน้ำ ภาค 7​ ได้โพสต์​เฟซบุ๊กเล่าถึงการสูญเสียลูกน้องนักประดาน้ำเมื่อหลายปีก่อน พร้อมกับฝากเตือนเพื่อนนักดำน้ำกู้ภัยด้วยว่า "สิ่งจำเป็นของนักดำน้ำกู้ภัยที่ขาดไม่ได้เลยคือ มีด กับไฟฉายใต้น้ำและเชือกสำคัญมาก ถ้าประมาทเมื่อไหร่หมายถึงชีวิต" ซึ่งเคสนี้นายเฉลิมพนธ์ ยอมรับว่าเป็นเคสที่สะเทือนใจตน้องมาก

โดยนายเฉลิมพนธ์ ใหญ่ หงษ์ยนต์ ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเขาไว้ดังนี้ "...เคสนี้เป็นที่สะเทือนใจผมมากครับ...เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวันที่ 3 ม.ค.หลายปีแล้วเวลาตี 5 ได้รับแจ้งว่ามีรถตกคลองที่ อ.ท่าม่วง มีคนติดอยู่ในรถ 2 ราย จึงรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุโดยเดินทางไปคนเดียว แต่เอาชุดดำน้ำติดไปสองชุดเผื่อมีลูกน้องมาช่วย มาถึงที่เกิดเหตุก็เจอลูกน้องชื่อศักดิ์ เขาบอกว่าโก๊เดี๋ยวผมช่วยดำ ผมก็ถามไปว่าเมื่อคืนได้นอนปล่าว ศักดิ์บอกว่านอนน้อยฉลองปีใหม่อยู่ครับ ผมถามไหวหรอ ศักดิ์บอกไหว ถ้าไม่ไหวจะบอกโก๊ ตกลงกันว่าถ้าไม่ไหวก็พักนะ 


ที่เกิดเหตุเป็นคลองส่งน้ำขนาดใหญ่ น้ำเต็มคลอง กระแสน้ำแรงมาก ก่อนลงสอบถามที่เกิดเหตุว่ารถเก๋งตกน้ำมีแม่กับลูกตกลงไป ส่วนแม่มีคนลงไปช่วยขึ้นมาได้ ตัวลูกฃึ่งเป็นเด็กผู้ชายยังไม่ทราบชะตากรรม เมื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้วก็ลงค้นหาเลยครับ น้ำแรงมากเป็นอุปสรรคในการค้นหาอย่างมาก แต่ก็ค้นหาจนเจอ สภาพรถจมอยู่ใต้น้ำลักษณะหงายท้อง กระจกหน้าแตก ผมกับศักดิ์ก็เข้าไปค้นภายในรถ ปรากฎว่าไม่พบเด็ก ก็เลยกู้รถขึ้นมาก่อน พอเอารถขึ้นมาได้ผมก็บอกให้ศักดิ์พักก่อนเดี๋ยวให้คนอื่นลง 

 

 

ศักดิ์บอกไม่เป็นไรเดี๋ยวผมช่วยโก๊ค้นหาอีกรอบนึงก่อน ผมบอกงั้นลงก่อนเลยผมจะได้ดำตามไป ศักดิ์บอกว่า ขอดูดบุหรี่มวนนึงก่อนเดี๋ยวผมตามไป 

โอเครกระแสน้ำแรงแต่ไม่น่าเป็นอันตรายเพราะเป็นคลองปูน ผมก็เลยลงไปค้นหาเด็กก่อน ดำไปได้ประมาณ 100 ม. สิ่งที่ไม่น่ามีอยู่ใต้น้ำก็มี เป็นตาข่ายอวนดักปลาทะเล ขึงขวางคลองอยู่ใต้น้ำเต็มคลองเลย แล้วกระแสน้ำที่ไหลแรงก็พัดผมไปติดกับมัน ติดเลยครับ ผมตั้งสติได้ตัดสินใจดึงมีดที่พกมาด้วยตัดตาข่ายตัดตาข่ายออก ใช้เวลาพักนึงกว่าจะออกมาได้ พอออกมาได้กระแสน้ำก็พัดผมมาไกลห่างออกมาประมาณ 70 ม.อากาศก็หมด ผมก็รีบขึ้นเลยเพราะเป็นห่วงลูกน้องที่ตามมาต้องติดเหมือนผมแน่ 

พอขึ้นมาแล้วก็มองพรายน้ำของศักดิ์ที่ดำตามผมมา พรายน้ำไม่เคลื่อนที่ แสดงว่าศักดิ์ติดตาข่ายแน่เลย ผมรีบวิ่งไปที่ศักดิ์ติดอยู่ ฃึ่งห่างกัน 70 ม.วิ่งไปทั้งชุดดำน้ำอากาศก็หมด ระหว่างวิ่งไปก็ตะโกนให้ตัดตาข่ายออกข้างนึง แต่เจ้าของตาข่ายไม่ให้ตัด (มารู้ทีหลัง) ผมวิ่งมาที่ตาข่ายเห็นพรายน้ำแล้วเลยโดดลงไปดึงศักดิ์ขึ้นมา แต่ได้แต่ชุดดำน้ำที่ศักดิ์ถอดออก เพื่อเอาตัวปล่าวขึ้น แต่ขาไปติดกับตาข่าย 

 

 

ช่วงนั้นเป็นอะไรที่เลวร้ายมาก ช่วยศักดิ์ขึ้นมา แต่....ศักดิ์หมดลมหายใจแล้วครับ น้ำตาไหลเลยทำอะไรไม่ถูก ผมเสียใจมากที่ช่วยลูกน้องไม่ได้เสียชีวิตต่อหน้าต่อตา สอบถามว่าศักดิ์ได้เอามีดลงไปด้วยปล่าว เขาตอบว่าไม่ได้เอาลงไปครับ ถ้าศักดิ์มีมีดคงตัดออกมาได้...

เตือนน้องๆ นักดำน้ำกู้ภัยด้วยน่ะครับ สิ่งจำเป็นของนักดำน้ำกู้ภัยที่ขาดไม่ได้เลยคือ มีด ไฟฉายใต้น้ำและเชือกสำคัญมาก จึงเตือนน้องว่าอย่าประมาท ถ้าประมาทเมื่อไหร่หมายถึงชีวิต 

ปล.นายสมศักดิ์ ประเทศนิคม บ้านอยู่ อ.แกลง จ.ระยอง เป็นคนดีชอบช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ช่วยจนตัวเองต้องเสียชีวิต ผมและทีมงานทุกคนขอยกย่อง...ชื่อนี้อยู่ในใจผมตลอดไม่มีวันลืม...ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีน่ะ ลาก่อน..น้ำตาไหลเลยครับ..."
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top