Logo วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
สู้ชีวิตช่วงโควิด! ชาวราชบุรีใช้ท่อพีวีซีทำ'ลัน'เครื่องมือโบราณดักปลาไหลตามทุ่งนา

สู้ชีวิตช่วงโควิด! ชาวราชบุรีใช้ท่อพีวีซีทำ'ลัน'เครื่องมือโบราณดักปลาไหลตามทุ่งนา

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 12.15 น.
Tag : เครื่องมือโบราณดักปลาไหล ลัน
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ยุคโควิดเศรษฐกิจฝืดเคือง ชาวบ้านใช้ท่อพีวีซีมาประดิษฐ์ทำเป็นลันสมัยโบราณดักปลาไหลตามทุ่งนา หมู่ที่ 4 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ส่งขายพ่อค้ามีรายได้เฉลี่ยครั้งละ 3 - 4 พันบาท

9 มิถุนายน 2563 วันนี้จะพาไปดูอาชีพหนึ่งที่เป็นที่พึ่งของคนหาเช้ากินค่ำในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองซ้ำจากสถานการณ์โรคโควิด -19 ทำให้ชาวบ้านพยายามหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวในยามลำบากเช่นนี้  อย่างครอบครัวหาปลาไหลที่ตระเวนไปทั่ว เพื่อหาหนองน้ำดักปลาไหลขาย  ได้นำท่อพลาสติกพีวีซี ความกว้างขนาด 2 นิ้ว นำมาตัดแปลงตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 1 เมตร แล้วใช้แกลลอนน้ำมันบางส่วนนำไปตัดเป็นฝากทำลิ้นในกระบอก เพื่อไม่ให้ปลาไหลที่ติดเข้าไปแล้วดันออกมาได้  ใช้ไฟลนปิดท้ายให้ก้นติดกัน


 

 

วัสดุนี้ในสมัยโบราณใช้ไม่ผ่าจะเรียกว่า “ลัน” ใช้เฉพาะดักปลาไหล ด้านบนบริเวณปากกระบอกใช้ไม้ไผ่สานทำเป็นปากก้นแหลมมีไม้เสียบขวางปากลันไว้กันปลาไหลดันออก ด้านข้างส่วนท้ายจะตัดให้เป็นช่องพออากาศหายใจได้ แต่ปัจจุบันได้ถูกพัฒนามาเป็นท่อพลาสติกพีวีซี เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบากว่าไม้ไผ่ สะดวกแก่การเคลื่อนย้ายง่าย โดยนำหอยเชอรี่ซึ่งเป็นศัตรูของนาข้าว นำไปทุบให้แตก แล้วนำไปใส่ในกระบอกลัน ช่วงบ่ายๆ จะนำลันไปวางตามน้ำขังตามทุ่งนาหรือพงหญ้าที่มีน้ำจะมีปลาไหลอาศัยอยู่   

โดยเอาด้านท้ายที่เจาะรูไว้ให้โผล่เหนือน้ำ เพื่อให้ปลาไหลได้กลิ่นหอยเชอรี่และมุดเข้าไปในกระบอกลันพลาสติกเพื่อกินหอยเชอรี่เป็นอาหาร และไม่สามารถดันลิ้นฝาลันที่ยึดติดกับปากท่อพีวีซีไว้ออกมาได้ โดยจะวางลันไว้ประมาณ 1 คืน พอเช้าวันรุ่งก็ไปเดินตรวจลันที่ดักไว้แต่ละจุด พอใช้มือจับยกขึ้นมาหากมีน้ำหนักแสดงว่ามีปลาไหลติดอยู่ด้านใน ก็จะยกเทใช้มือกดที่ปากฝาให้กว้าง พร้อมกับยกเทปลาไหลใส่กระสอบ บางลันติด 2 – 3 ตัว

 

 

นางศรีชา น้อยเจริญ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 987 หมู่ 6 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ยึดอาชีพหาปลาไหล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทำไร่สับปะรดและรับจ้างกรีดยาง แต่ด้วยเศรษฐกิจฝืดเคืองบวกกับช่วงนี้มีโรคโควิด-19 ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนมาก จึงตระเวนหาปลาไหลส่งขายอยู่กิโลกรัมละ 180 – 200 บาท จะดูพื้นที่บริเวณทุ่งนาร้าง ที่มีน้ำพงหญ้าค่อนข้างรก เพื่อนำลันช่วงท้ายค้ำกับต้นหญ้าไว้ไม่ให้จม เพราะถ้ามีปลาไหลติดลันด้านท้ายจมน้ำ ทำให้อากาศเข้าไม่ได้ เพราะหากติดปลาไหลก็จะทำให้ปลาตาย  ซึ่งในช่วงเกิดโควิด-19 ลำบากมาก ถ้าไม่ทำมาหากินแบบนี้มีหวังอดตาย เพราะไม่มีที่ทางเหมือนคนอื่น

“ส่วนเงินเยียวยา 5,000 บาท ที่รัฐบาลให้ประชาชนนั้น ตนเองไม่ได้รับเพราะไม่มีหลักฐานสำคัญไปยื่นแสดงต่อหน่วยงาน เช่น สมุดบัญชีธนาคาร เพราะไม่มีเงินที่จะเปิดบัญชีในช่วงนั้น ก็เลยไม่มีโอกาสเหมือนคนอื่นๆ ได้แต่หาปลาไหลขายกินมีเงินเลี้ยงครอบครัวไปแต่ละวัน ค่ำไหนนอนที่นั่น ส่วนรายได้นั้นไม่แน่นอน อยู่ที่แต่ละวันในการดักหาปลาไหล

 

 

ถ้าปลาติดเยอะก็ขายได้เงินเยอะหน่อย จะส่งขายที่ จ.นครปฐม ต่อครั้งเฉลี่ยเป็นเงินครั้งละ 3-4 พันบาท ประมาณ 3 วัน  จึงจะนำไปขาย 1 ครั้ง กิโลกรัมละ 180 บาท  ส่วนการสังเกตพื้นที่หาปลาไหลให้ดูลักษณะพื้นที่มีน้ำไหล ถ้าจุดไหนน้ำน้อยจะไม่ค่อยเจอ เพราะปลาจะลงอาศัยในรูหมด ถ้าน้ำเยอะประมาณหัวเข่าขึ้นไปให้ลงดักลันได้ แต่ก็ให้สังเกตว่ามีน้ำเสียหรือไม่ ถ้าน้ำเสียดำเหม็นลงไปก็ไม่ได้อะไร เพราะปลาไหลไม่อยู่อาศัยในน้ำเสียที่เป็นฟอง”

อยากฝากรัฐบาลผู้ที่เกี่ยวข้อง  ขอให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยได้เข้าถึงการช่วยเหลือจากภาครัฐบ้าง  ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองไม่มีแม้แต่โทรศัพท์มือถือจะใช้ในการสื่อสาร เพิ่งจะไปซื้อมาเมื่อไม่กี่วันมานี้ และเพิ่งไปเปิดสมุดบัญชีธนาคารมาแล้ว แต่รัฐปิดการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาไปแล้วไม่รู้จะทำอย่างไร  คงต้องรอให้รัฐเปิดโอกาสใหม่ให้กับคนยากจนอีกสักครั้ง 

 

 

สำหรับการหาปลาไหลของครอบครัวก็จะมีลูกสาว ลูกเขย นำกระบอกลันพลาสติกใส่กระสอบแบ่งใส่บ่าลงทุ่งนาไปวางตามจุดต่างๆ แบ่งการดักไปตามพื้นที่หลายจุด  บางคนโชคดีติดปลาไหลตัวโตน้ำหนักตัวละ 1 กิโลกรัม หากหลายกระบอกมาเทรวมกันจะได้แต่ละครั้งน้ำหนัก 4 - 6 กิโลกรัม รวมขังไว้ 3 วัน ถึงจะเอาไปขาย บางช่วงก็ได้น้อยแล้วแต่โอกาสของแต่ละพื้นที่  แต่ก็ต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร

เนื่องจากพื้นที่น้ำแฉะน้ำขังค่อนข้างรกจะมีสัตว์มีพิษ เช่น งูจงอาง งูเห่าดอกจัน อาศัยอยู่ และบางครั้งจะเข้าไปกินหอยในกระบอกลัน พอเปิดเจอก็ต้องรีบเปิดฝาให้มันออกไปโดยเร็ว ถือเป็นอาชีพในยุคโควิดที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

กบน.เคาะแล้ว ลดราคาดีเซล 1.50 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้

เครื่องกระดาษกงเต็กหลวง ถวายพระเกียรติพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จแทนพระองค์ บำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

ฟีฟ่า ย้ำอิหร่านลงแข่งตามเดิม หลังผู้แทนฯทรัมป์ดันทีมชาติอิตาลีเสียบแทน

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved