546.jpg
ชาวศรีสะเกษร่วมนุ่งผ้าไทยใส่บาตรสร้างเอกลักษณ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว

ชาวศรีสะเกษร่วมนุ่งผ้าไทยใส่บาตรสร้างเอกลักษณ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว

วันอังคาร ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2563, 13.00 น.

เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 22 ก.ย. 63 ที่ลานโคปุระ เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ถนนเลี่ยงเมือง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยนายสำรวย เกษกุล และนายสมชัย คล้ายทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ต.สันติ เหล่าประทาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) ศรีสะเกษ นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน พุทธศาสนิกชนชาวศรีสะเกษ พร้อมใจนุ่งผ้าไทยใส่บาตร ทำความดีวิถีพอเพียง ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษ ได้จัดขึ้นทุกวันอังคาร เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม และช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนา เผยแพร่ผ้าไทยและผลิตภัณฑ์โอท็อปของศรีสะเกษให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนพุทธศาสนิกชนชาวศรีสะเกษ ร่วมในพิธีคับคั่ง ภายในงานครั้งนี้ ได้มีการเดินแบบผ้าไทย การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ผ้าพื้นเมืองและอาหารพื้นเมืองศรีสะเกษด้วย

นายวัฒนา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมนุ่งผ้าไทยใส่บาตรทุกวันอังคารนั้น มีการจำหน่ายสินค้าโอท็อป ส่งเสริมการท่องเที่ยว จังหวัดก็ได้ปรับรูปแบบเรื่อยมา เพื่อให้เกิดความสนใจ ในครั้งนี้ ก็ได้เน้นในเรื่องของการอนุรักษ์สืบสานผ้าพื้นเมือง เพื่อที่จะได้ต่อยอดสิ่งที่ดีงามของคนไทยและของชาวศรีสะเกษ ก็ได้จัดให้ลูกๆ นักเรียนจากโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัยมาเล่นดนตรีไทย และมาเดินแบบด้วยการแต่งกายผ้าไทย โดยมีนายแบบนางแบบกิตติมศักดิ์มาร่วมเดินแบบด้วย ซึ่งจากนี้ไปก็จะมีการสลับหมุนเวียนการจัดกิจกรรมกันไปในแต่ละสัปดาห์ เพื่อที่จะกระตุ้นในเรื่องของผ้าไทย ซึ่งในช่วงที่มีการระบาดของโรคไวรัสโควิด 19 ที่ทางจังหวัดได้ส่งเสริมมาโดยตลอดก็อาจจะเงียบลงไปบ้าง หลังจากที่สถานการของโรคโควิดคลี่คลายลงไปบ้างแล้วจังหวัดเราก็จะกระตุ้นอีกเพื่อให้สินค้าโอท็อปได้ออกสู่ตลาด ได้จำหน่ายเพื่อให้เศรษฐกิจของจังหวัดดีขึ้น ผ่านการจัดงานในลักษณะอย่างนี้ ซึ่งจังหวัดได้จัดทุกวันอังคาร


"ทั้งนี้ ก็เพื่อที่จะบอกให้นักท่องเที่ยวทั่วประเทศได้รับทราบคุณค่าของความเป็นไทยคุณค่าของผ้าไทย เสน่ห์ของผ้าไทยศรีสะเกษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของผ้าอัตลักษณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้าเบญจสีก็คือ สีลาวา, สีลำดวน, สีกุลา, สีลำดวนหรือแม้กระทั่งสีมะเกลือ ซึ่งจังหวัดเราเรียกว่าผ้าเบญจสี และที่สำคัญในเรื่องของภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นเรื่องของการแส่ว ซึ่งจังหวัดได้ปักธงของจังหวัดว่าเราจะเป็นธานีผ้าสีแส่ว ซึ่งสิ่งนี้เป็นการเพิ่มมูลค่าในเรื่องของผ้าขึ้นมาอีก จะเป็นการกระจายรายได้ไปให้กับพี่น้องประชาชนผ่านกิจกรรมโครงการนุ่งผ้าไทยใส่บาตรเป็นการอนุรักษ์และรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น" นายวัฒนา กล่าว 
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top