546.jpg
พูดลำบาก ปากตก ยกไม่ขึ้น...สัญญาณเตือน‘โรคสโตรค’ คร่าชีวิตคนไทยปีละ3หมื่นราย

พูดลำบาก ปากตก ยกไม่ขึ้น...สัญญาณเตือน‘โรคสโตรค’ คร่าชีวิตคนไทยปีละ3หมื่นราย

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 14.14 น.

โรค ‘สโตรค’ คร่าชีวิตคนไทยปีละ 3 หมื่นราย เร่งขยายเครือข่ายรักษา พัฒนานวัตกรรมการแพทย์  พร้อมร่วมรณรงค์ใน World Stroke Day  29 ต.ค.นี้

29 ตุลาคม 2563 ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ นายกสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย และหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคหลอดเลือดสมอง หรือ สโตรค (Stroke) ในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ที่สำคัญคือผู้เสียชีวิตมากกว่าปีละ 30,000 ราย โดยประเทศไทยร่วมกับทั่วโลกจัดกิจกรรมเนื่องในวันหลอดเลือดสมองโลก หรือ World Stroke Day วันที่ 29 ตุลาคม ของทุกปี เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักรู้


ศ.พญ.นิจศรี กล่าวอีกว่า โรคหลอดเลือดสมอง (สโตรค) เป็นภาวะที่สมองคนเราขาดเลือดไปเลี้ยง เนื่องจากหลอดเลือดทำงานผิดปกติใน 2 แบบ คือ โรคหลอดเลือดสมองตีบตันและโรคหลอดเลือดสมองแตก นับเป็นภาวะที่ใกล้ตัวคนไทยมาก เพราะ มีคนไข้ใหม่ประมาณ 2.5-3 แสนรายต่อปี ทำให้เสียชีวิต  3-5 หมื่นรายต่อปี และยังเป็นสาเหตุให้เกิดการพิการอีกจำนวนมาก

สำหรับอาการหลักที่พบก็คือ “พูดลำบาก ปากตก ยกไม่ขึ้น” โดยผู้ป่วยจะมีอาการชาที่ใบหน้า ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขน ขา ข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง เคลื่อนไหวไม่ได้หรือเคลื่อนไหวลำบาก โดยคนไข้ที่แพทย์พบส่วนใหญ่จะมีภาวะอ่อนแรงครึ่งซีก ที่เรียกอัมพฤกษ์อัมพาต ซึ่งถ้าพบอาการผิดปกอย่างใดอย่างหนึ่ง ขอให้ผู้ป่วยรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะโรคหลอดเลือดสมอง สามารถรักษาได้ ป้องกันได้  ยิ่งคนไข้มาถึงโรงพยาบาลเร็ว สมองยังไม่เสียหาย การรักษาจะมีประสิทธิภาพ

ศ.พญ.นิจศรี กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน เกิดจากลิ่มเลือดบริเวณอื่นไหลไปอุดตันหรือหลอดเลือดหนาตัวขึ้นจากการสะสมของไขมัน มีวิธีรักษาคือฉีดยาละลายลิ่มเลือด หรือ ยาสลายลิ่มเลือด แต่ผู้ป่วยควรมาถึงภายใน 4.30 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ และอีกวิธีคือการใช้สายสวนเข้าไปในหลอดเลือด ซึ่งเป็นอุปกรณ์พิเศษที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ และคนไข้ควรมาภายใน 24 ชั่วโมง  ซึ่งปัจจุบันการรักษาโรคหลอดเลือดสมองมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้โรคหลอดเลือดสมองไม่ค่อยมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ส่วนมากจะเป็นแบบฉับพลัน โรคเกิดได้ทุกช่วงวัย มีโอกาสสูงในวัย 55-60 ปี ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ภาวะโรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง ซึ่งการป้องกันสามารถเริ่มทำได้เองที่บ้าน เช่นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์  หลีกเลี่ยงรสเค็ม หวานจัด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดเหล้าบุหรี่ ตรวจสุขภาพประจำปี โดยปัจจุบันระบบสาธารณสุขดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองพัฒนาขึ้นมาก มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ 

ทั้งนี้ องค์กรโรคหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Organization :WSO) พบว่าในปี 2563 มีผู้ป่วยกว่า 80 ล้านคน เสียชีวิต 5.5 ล้านคน และยังพบผู้ป่วยใหม่ถึง 14.5 ล้านคนต่อปี โดยทุกๆ 4 คน จะป่วยด้วยโรคนี้ 1 คน และกำหนดให้ทุกวันที่ 29 ตุลาคม เป็นวันหลอดเลือดสมองโลก หรือ World Stroke Day นำหลักการ F.A.S.T. มาใช้ หากพบว่าใบหน้าอ่อนแรงหรือหน้าเบี้ยว (FACE) แขนอ่อนแรง (ARM) พูดผิดปกติ (SPEECH) ให้นึกถึงเวลา (TIME) ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top