วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
โซเชียลแชร์ว่อนคลิป ผู้ใหญ่บ้าน จ.บุรีรัมย์ เมาอาละวาดสั่งให้หยุดแข่งกีฬาหมู่บ้าน ชาวบ้าน ส.อบต.แฉซ้ำ มีพฤติกรรมแบบนี้มานานจนเอือมระอา วอนอำเภอจังหวัดตรวจสอบ ด้าน ผญบ.ปัดไม่ได้เมาแค่เป็นคนพูดเสียงดัง ยอมรับสั่งหยุดเล่นกีฬาจริง อ้างทำตามนโยบายอำเภอเพื่อป้องกันโควิดระบาด
17 มกราคม 2564 โลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิปวีดีโอ พฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า “เป็นผู้ใหญ่บ้านแต่ทำนิสัยแบบนี้ได้หรือเท็จจริงอย่างไรมาชี้แจงได้นะ ฝากสื่อตรวจสอบด้วย ชาวบ้านบางคนไม่กล้าร้องเรียน เหตุเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียน หาที่พึ่งครับ ชาวบ้านเดือดร้อนครับ ผู้ใหญ่บ้านอาละวาดปิดงานกีฬาหมู่บ้านครับ ชาวบ้านต้องการผู้ใหญ่ใหม่ครับ เกือบมีการชกต่อยกับผู้ใหญ่บ้าน ในคลิป 8 นาที เป็นผู้ใหญ่บ้านหนองตะครอง ม.8 ต.โคกว่าน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ครับ ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนค่อนข้างอันธพาลครับ ปีใหม่ชาวบ้านจัดงานกีฬากันเอง มีหลายเรื่องครับแต่บางเรื่องไม่มีหลักฐานก็เลยไม่พูดครับ....ปล.น้องโดนข่มขู่ให้ลบคลิป

โดยในคลิปดังกล่าว จะเห็นว่าชายเสื้อดำซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน มีท่าทางคล้ายคนเมาเพราะเดินเซไปเซมา โดยผู้ใหญ่ได้เดินไปบริเวณเต็นท์ที่ประธานและกรรมการจัดงานนั่งอยู่ แล้วแสดงอาการโวยวายเสียงดังลั่น พร้อมตะโกนบอกให้หยุดแข่งกีฬา สร้างความงุนงงและตกใจให้กับกรรมการและชาวบ้านที่กำลังร่วมงานกีฬาอยู่ บางช่วงก็ตะโกนว่า “กูจะลาออก กูไม่เป็นผู้ใหญ่บ้านกูก็มีกิน” ซึ่งขณะที่ตะโกนโวยวายก็มีชาวบ้านเข้าไปห้ามปรามและพยายามจะกันผู้ใหญ่บ้านออกไปข้างนอก แต่ผู้ใหญ่ก็ยังตะโกนโวยวายไม่หยุดเป็นเวลาเกือบ 10 นาที กระทั่งภรรยามาพาผู้ใหญ่บ้านออกไป
จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านหนองตะครอง ต.โคกว่าน อ.ละหานทราย ตามที่ปรากฎในคลิป ซึ่งเป็นลานใกล้กับวัด โดยนายไพรัตน์ วิชัยกุล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ม.8 บ้านหนองตะครอง ก็เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงบ่ายของวันที่ 31 ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา ซึ่งทางหมู่บ้านได้มีการจัดแข่งขันกีฬาผ้าป่าการกุศล เพื่อนำเงินรายได้เป็นค่าน้ำค่าไฟให้กับทางวัด ซึ่งก่อนจะจัดก็ได้มีการพูดคุยขอมติจากผู้นำชุมชนและชาวบ้านในหมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว แต่ช่วงระหว่างที่ชาวบ้านกำลังแข่งขันเตะฟุตบอลกันอยู่ จู่ๆ ผู้ใหญ่บ้านก็เดินเข้ามาบริเวณเต็นท์ที่ประธาน และกรรมการฯ นั่งอยู่ แล้วตะโกนโวยวายบอกให้หยุดการแข่งกีฬา จนกรรมการและชาวบ้านตกใจ เพราะไม่รู้ว่าผู้ใหญ่ไม่พอใจเรื่องอะไร แต่ลักษณะท่าทางผู้ใหญ่บ้านก็เหมือนกับคนเมาจึงไม่มีใครตอบโต้อะไร มีเพียงชาวบ้านที่พยายามห้ามปรามและดึงตัวผู้ใหญ่บ้านออก ส่วนตัวคิดว่าผู้ใหญ่บ้านอาจจะเข้าใจผิด เพราะก่อนจะแข่งกีฬาได้มีการตรวจคัดกรอง และให้ผู้มาร่วมงานลงชื่อตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ผู้ใหญ่อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าชาวบ้านล่ารายชื่อให้ปลดผู้ใหญ่บ้านหรือไม่ เพราะผู้ใหญ่บ้านเคยมีพฤติกรรมลักษณะนี้หลายครั้งทำให้ชาวบ้านเอือมระอา แต่ก็ไม่มีใครกล้าร้องเรียนแต่ส่วนใหญ่ก็อยากให้ผู้ใหญ่ลาออก จากพฤติกรรมดังกล่าวจึงอยากให้ทางจังหวัดและอำเภอเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง หากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็ควรจะให้ลาออก

ขณะที่ นายประนอม วัชระ ผู้ใหญ่บ้านที่ปรากฏในคลิป ก็ชี้แจงว่า วันที่ 31 ธ.ค.2563 ได้มีการจัดแข่งกีฬาหมู่บ้านจริง โดยมีกำหนดจะเริ่มแข่งขันบ่ายโมง แต่ขณะที่ตนเองกำลังจัดสถานที่บริเวณศาลากลางหมู่บ้านเพื่อให้คนในหมู่บ้านและลูกหลานจับสลากของขวัญปีใหม่ แต่ทางอำเภอมีนโยบายห้ามจัดเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโควิดเพราะมีคนมารวมตัวกันจำนวนมาก จึงได้งดการจับสลากและเมื่อตนเองทราบว่างานกีฬาซึ่งมีกำหนดจัดช่วงบ่ายโมง เพราะจะได้เตรียม อสม.ไปทำการตรวจคัดกรองก่อน แต่เวลาประมาณ 11.00 น. ซึ่งยังไม่ทันถึงเวลาที่พูดคุยกับ ก็ทำการแข่งขันกีฬากันแล้ว พอตนเองทราบเรื่องจึงได้ไปที่บริเวณจัดงานเพื่อบอกให้หยุดแข่งกีฬาก่อน เพราะไม่มีรู้ว่าได้มีการตรวจคัดกรองโควิดแล้วหรือยัง เพราะตามเวลาที่คุยกันไว้คือบ่ายโมง แต่ยืนยันว่าไม่ได้เมาแค่เป็นคนพูดจาเสียงดังและที่บอกให้หยุดแข่งกีฬา ก็แค่ทำตามนโยบายอำเภอในการป้องกันโควิดเท่านั้น แต่กลับมีคนถ่ายคลิปตัวเองไปเผยแพร่ทำให้เสียหาย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี