แฉกันยับ! พ่อแท้ๆแจ้งเอาผิดพ่อเลี้ยงทุบลูกน่วมทั้งตัว ฝั่งแม่เด็กซัดกลับอีกมุม

แฉกันยับ! พ่อแท้ๆแจ้งเอาผิดพ่อเลี้ยงทุบลูกน่วมทั้งตัว ฝั่งแม่เด็กซัดกลับอีกมุม

วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 17.13 น.

แฉกันยับ! พ่อแท้ๆแจ้งเอาผิดพ่อเลี้ยงทุบลูกน่วมทั้งตัว ฝั่งแม่เด็กซัดกลับอีกมุม

7 กุมภาพันธ์ 2564 จากกรณีนางเอ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ส่งข้อความร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาฯ ว่าพ่อเลี้ยงของหลานชายวัย 7 ขวบ ทุบตีทำร้ายจนต้องเข้าโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งหลังเกิดเหตุพ่อแท้ๆของเด็กได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ธาตุพนม ตนซึ่งมีศักดิ์เป็นอาจึงร้องเรียนมูลนิธิปวีณาฯ ให้ติดตามเรื่องนี้ด้วย โดยร้องไปเมื่อวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา


ความคืบหน้า ร.ต.อ.ชยภัทร โพธิจีกร รองสารวัตรสอบสวน สภ.ธาตุพนม เจ้าของคดี เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ และรุ่งเช้าวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายบ๊อบบี้ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี พ่อของเด็กที่ถูกทำร้ายมาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยง คือ นายแมน (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี และ น.ส.หลิน (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ผู้เป็นแม่แท้ๆของเด็ก โดยกล่าวหาว่าทั้งสองร่วมกันทุบตี ด.ช.มีโอ(นามสมมุติ) ลูกชายที่เกิดกับตนกับ น.ส.หลิน ซึ่งหลังรับแจ้งความแล้วได้ไปดูร่องรอยการถูกทำร้ายที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชฯ โดยแพทย์วินิจฉัยว่าเด็กมีร่องรอยถูกทำร้ายจากของแข็งและการทุบตี

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้เรียกแม่เด็กมาสอบปากคำ ยอมรับว่า ตนเป็นผู้ลงมือทุบตีลูกชายเพียงคนเดียว โดยใช้ไม้แขวนผ้าพลาสติกตีตามร่างกาย และใช้เท้าเตะจนเกิดรอยเขียวช้ำทั่วทั้งตัว ยืนยันสามีใหม่ไม่ได้เป็นผู้ทุบตี ส่วนสาเหตุที่ต้องลงมือตีลูกชายจนน่วม เพราะชอบขโมยเงินไปให้พ่อแท้ๆ และขณะนี้เด็กชายอยู่ในความดูแลของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม รอให้มีสภาพจิตใจดีกว่านี้ก็จะไปสอบปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของนายบ๊อบบี้ ที่เปิดเป็นร้านขายของชำตั้งอยู่ด้านหลังวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร มีนางเสถียร (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ออกมาแฉพฤติกรรมของอดีตลูกสะใภ้ว่า หลังลูกชายคือนายบ๊อบบี้กลับมาจากไปทำงานขายแรงงานต่างประเทศ ได้พบรักกับ น.ส.หลิน และอยู่กินกันโดยไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ กระทั่งคลอดน้องมีโอ ตนก็เลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะ ตลอดเวลาที่อยู่กินฉันสามีภรรยานั้น น.ส.หลิน มีนิสัยก้าวร้าวดุด่าทุกคน จากนั้นไม่นานก็หายออกจากบ้านไป พบอีกทีว่าหนีมาอยู่กับนายแมน ซึ่งมีบ้านอยู่ไม่ไกลกันนัก ทั้งคู่จึงเลิกรากัน โดยนายบ๊อบบี้ ยึดอาชีพเป็นช่างภาพรับจ้างถ่ายรูปให้กับผู้มากราบนมัสการพระธาตุพนม ส่วน น.ส.หลิน กับนายแมน ก็ขายลอตเตอรี่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน

ระหว่างนั้นพ่อและแม่ของ น.ส.หลิน มาสมทบกับนางเสถียร โดยพ่อของ น.ส.หลิน เปิดเผยว่า ลูกสาวเป็นคนก้าวร้าว ด่ากราดทุกคนไม่เว้นแม้แต่ตนก็โดนด่าเป็นสารพัดสัตว์เลื้อยคลาน

ด้านนายบ๊อบบี้ เปิดเผยว่า หลังแยกย้ายกับ น.ส.หลิน แม่เด็กก็เอาลูกไปเลี้ยงโดยไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ หากพบเห็นลูกยืนคุยกับญาติพี่น้องฝั่งตนจะถูกตีบ่อยครั้ง เคยขอเอาลูกกลับมาดูแลก็ได้รับการปฏิเสธ ก่อนเกิดเรื่องสลดมีคนที่มีบ้านอยู่ละแวกเดียวกับอดีตภรรยา มาบอกให้ไปดูลูกชาย ซึ่งขณะนี้นั่งขายลอตเตอรี่อยู่หน้าวัดพระธาตุพนมฯ ตามลำตัวมีแต่รอยเขียวช้ำ พอบอกให้แม่เด็กพาไป รพ. ก็ถูกตะคอกกลับมาว่ายุ่งอะไรด้วย ตนจึงขับรถจักรยานยนต์ไปดูเห็นสภาพลูกชายแล้วรับไม่ได้กับเหตุการณ์เช่นนี้ จึงเรียกลูกขึ้นซ้อนท้ายรถพาไปพบแพทย์  โดยลูกบอกว่าถูกนายแมน ใช้คันเบ็ดและไม้แขวนผ้าตี บังคับให้ยอมรับว่าเป็นคนขโมยเงินมาให้ตน ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงตนไม่เคยสั่งสอนลูกไปลักเงินใครทั้งสิ้น จากนั้นก็ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยงโหดรายนี้

ส่วนนางเอ ที่ร้องเรียนไปยังมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะนายแมน มักใช้อาวุธปืนข่มขู่ จึงไม่มีใครกล้ายุ่ง เชื่อว่าหลานชายน่าจะถูกทำร้ายมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุด

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ติดต่อกับ น.ส.หลิน ซึ่งได้เปิดอกพูดอย่างหมดเปลือก ว่า ฝั่งตรงข้ามอย่าเอาดีใส่ตัว ยอมรับว่าลงมือทำร้ายลูกชายรุนแรงจริง รับไม่ได้ที่ขโมยเงินไปให้พ่อแท้ๆ ที่รู้เพราะลูกบอกเองว่าพ่อให้มาขโมยเงิน ส่วนที่ถูกพ่อของตนกล่าวหาในทางเสียหาย เพราะเกิดจากแม่เลี้ยงที่เคยขโมยสร้อยคอไปขาย เมื่อถูกจับได้ก็ยุให้พ่อมาหาเรื่อง ถึงขั้นตบหน้าลูกสาวโชว์แม่เลี้ยง และตัดขาดความเป็นพ่อลูกกัน ส่วนที่กล่าวหาว่าตนห้ามลูกไปหาฝ่ายอดีตสามีก็ไม่เป็นความจริง

“อยากจะถามทุกคนว่า ใครกันแน่ที่เอาลูกมาปล่อยไว้ที่หน้าบ้าน แล้วตะโกนบอกว่ามึงมาเอาลูกของมึงไป เด็กตอนนั้นอายุแค่ 3 ขวบ พ่อแท้ๆมาปล่อยทิ้งอยู่ริมถนนแล้วขับรถหนี หนูบอกสามีใหม่ว่าถ้ารักหนูก็ต้องรักลูกหนูด้วย เขาก็เลี้ยงดูมาตลอด ถึงตอนนี้อยากจะเอาลูกไปเลี้ยงเอง ตนจะไม่ยอมเด็ดขาดเป็นไงก็เป็นกัน” น.ส.หลิน พูดพร้อมกับหลั่งน้ำตาไปด้วย

ส่วนนายแมน ทาง น.ส.หลิน ระบุว่า ตอนนี้ป่วยเป็นโรคไตระยะที่ 5 ต้องเข้ารับการฟอกไต และมีความรักผูกพันกับน้องมีโอลูกชาย พร้อมกับโชว์รูปหน้าจอมือถือที่มีน้องมีโอกอดกับนายแมนสามีใหม่ และกล่าวว่าภาพแบบนี้กับพ่อแท้ๆเขาไม่เคยมีหรอก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top