วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
สื่อนอกตีข่าว‘ฟูลมูนปาร์ตี้’กับอนาคต‘เกาะพะงัน’หลังโควิดคลี่คลาย
28 มีนาคม 2564 สำนักข่าว CNN สหรัฐอเมริกา เสนอรายงานพิเศษ “Is Thailand's Full Moon Party over for good?” ว่าด้วยเรื่องราวของ “เกาะพะงัน (Koh Phangan)” ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ประเทศไทย สถานที่ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกในด้านการจัดงาน “ฟูลมูนปาร์ตี้ (Full Moon Party)” มานานหลายสิบปี กระทั่งทุกอย่างหยุดชะงักลงจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 นำมาสู่การสนทนากันอย่างจริงจังว่าอนาคตของเกาะแห่งนี้ควรจะเป็นอย่างไร ในวันที่วิกฤติโรคระบาดคลี่คลายลงจนสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อีกครั้ง
ฟูลมูนปาร์ตี้ เป็นการจัดงานทุกๆ คืนวันพระจันทร์เต็มดวงของแต่ละเดือน ในวันดังกล่าวริมชายหาดจะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนตั้งแต่ช่วงเย็นเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดิน ในยามค่ำคืนนั้นพวกเขาจะสนุกสนานไปกับดนตรีและเครื่องดื่มประเภทค็อกเทล ข้อมูลจากสมาคมธุรกิจหาดริ้น (Haad Rin Business Association) ซึ่งรับผิดชอบการจัดงานดังกล่าว ระบุว่า มันเริ่มต้นขึ้นในทศวรรษ 1980s (ปี 2523-2532) เวลานั้นชายหาดยังมีผู้คนไม่มาก กระทั่งต่อมาได้กลายเป็นงานที่มีผู้เข้าร่วมเฉลี่ย 3 หมื่นคนในแต่ละเดือน
แต่การเติบโตนี้อีกด้านหนึ่งก็นำมาซึ่งปัญหา มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้ยาเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาชญากรรมที่เกิดจากการฉวยโอกาสและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของบรรดานักเที่ยวแบบสำมะเลเทเมา ดังนั้นในช่วงที่โรคระบาดทำให้การท่องเที่ยวบนเกาะพะงันต้องหยุดนิ่ง ผู้เกี่ยวข้องก็เริ่มพูดคุยกัน ชาวเกาะบางรายสนับสนุนการควบคุมที่ดีขึ้น ลดผลกระทบเชิงลบลงเพื่อให้เทศกาลมีความยั่งยืน บ้างก็เห็นว่าอาจต้องยอมละทิ้งแหล่งรายได้นี้เพื่อปูทางไปสู่การท่องเที่ยวรูปแบบอื่นๆ บนเกาะ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาแล้ว อวสานของฟูลมูนปาร์ตี้คงเป็นไปได้ยาก เพราะเมื่อดูจากจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ยประมาณ 1 ล้านคนที่เดินทางมาเกาะพะงันในแต่ละปี มากกว่าครึ่งหนึ่งพบว่าต้องการมาร่วมงานฟูลมูนปาร์ตี้ เทศกาลนี้รอบรับการจ้างงานและธุรกิจขนาดเล็กอีกหลายพัน อาทิ Tommy Resort ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มสะพายเป้ (Backpacker) ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2523 คนในพื้นที่กลุ่มหนึ่งดื่มให้กับข่าวการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชากรทั่วโลก และพวกเขาหวังว่าฟูลมูนปาร์ตี้จะกลับมาอีกครั้งในเร็วๆ นี้
พี่น้อย (P Noi) เจ้าของ Tommy Resort ย่านหาดริ้น กล่าวว่า เมื่อการท่องเที่ยวหยุดลงมันได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อผู้คนบนเกาะพะงัน หากย้อนไปในเดือน ก.พ. 2563 ซึ่งเป็นการจัดงานฟูลมูนปาร์ตี้ครั้งสุดท้ายก่อนเกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในวันนั้นมีนักท่องเที่ยวมาร่วมงานถึง 2 หมื่นคน การไม่มีลูกค้าส่งผลกระทบตั้งแต่เจ้าของกิจการ ไปจนถึงคนขายอาหาร แรงงานข้ามชาติและคนขับรถแท็กซี่ ดังนั้นแม้จะยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ แต่ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่มีการจัดงานฟูลมูนปาร์ตี้อีกเมื่อนักท่องเที่ยวกลับมา
รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า ผู้ประกอบการกลุ่มนี้รับได้กับมาตรการลดความเสี่ยงการระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่น การสวมหน้ากากปิดปาก-จมูก หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม อย่างน้อยก็จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าสถานการณ์โรคระบาดจะกลายเป็นเพียงภาพในอดีต นอกจากนี้ พวกเขายังต้องการดึงดูดธุรกิจมูลค่าสูงมาตั้งที่หาดริ้น แทนที่ร้านนวด ร้านสัก และร้านขายของที่ระลึกแบบไร้รสนิยม ที่หลายแห่งน่าจะปิดตัวลงอย่างถาวร
เกรแฮม โกลด์ (Graham Gold) ดีเจชาวอังกฤษซึ่งลงหลักปักฐานระยะยาวบนเกาะพะงัน เล่าว่า ตนต้องการเห็นการยกเครื่องครั้งใหญ่สำหรับเทศกาลฟูลมูนปาร์ตี้ จึงทำงานร่วมกับดีเจอีกคนหนึ่งคือ อารอน เฟวาห์ (Aaron Fevah) ใช้เวลา 3 เดือนเก็บข้อมูลเกี่ยวกับฟูลมูนปาร์ตี้ โดยหวังจะปรับปรุงให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น ตลอดจนระบบเสียงที่เทียบเท่าเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง ทูมอร์โรว์แลนด์ (Tomorrowland) หรือ ครีมฟิลด์ (Creamfields)
หลังจากค้นคว้าแล้วสามารถสรุปเป็นรายงานความยาว 35 หน้า เสนอต่อกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่ แผนนี้ต้องการการลงทุนอย่างจริงจัง แต่อุปสรรคนั้นอยู่ที่ความเคยชิน เพราะงานฟูลมูนปาร์ตี้เกิดขึ้นจากชายหาดที่มีกีตาร์และกองไฟไม่กี่กอง หลายคนในท้องถิ่นร่ำรวยขึ้นมาได้โดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แล้วเหตุใดพวกเขาถึงต้องมาเริ่มในวันนี้ และน่าจะถูกต้องที่ผู้คนจะยังคงเดินทางมาเสมอเพื่อร่วมปาร์ตี้
ถึงกระนั้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หาดริ้นหรือเกาะพะงันดูจะมีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จากเดิมที่เกาะแห่งนี้ถูกให้นิยามว่าเหมือนกับเด็กที่คึกคะนอง เมื่อเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวของไทยที่ใกล้เคียงกับอย่าง เกาะสมุย (Koh Samui) หรือ จ.ภูเก็ต (Phuket) นอกจากต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มสะพายเป้ เกาะพะงันยังมีหมู่บ้าน Sri Thanu รองรับผู้แสวงหาความสงบ เช่น กลุ่มผู้ประกอบการดิจิทัล หรือชาวกรุงเทพฯ ที่หลีกหนีความวุ่นวายในเมือง
ไบรอัน กรูเบอร์ (Brian Gruber) หนึ่งในแอดมินกลุ่มเฟซบุ๊ก Koh Phangan Conscious Community ชุมชนออนไลน์ของผู้สนใจกิจกรรมต่างๆ บนเกาะพะงัน ซึ่งมีสมาชิกกว่า 5 หมื่นคน กล่าวว่า ภาพลักษณ์ของเกาะที่ถูกนำเสนอผ่านงานฟูลมูนปาร์ตี้นั้นมีศักยภาพ แต่ตนคิดว่าข้อความที่ว่าเกาะพะงันมีอะไรมากกว่าปาร์ตี้นั้นได้รับการกลั่นกรองมาสักระยะหนึ่งแล้ว
ความเจ็บปวดที่เกิดจากสถานการณ์โรคระบาดเกิดขึ้นอย่างฉับพลันสำหรับใครหลายคน แต่ในบางส่วนไม่เพียงแต่อยู่รอด พวกเขายังดูจะเจริญรุ่งเรืองขึ้น อาทิ ร้านอาหารเปอร์เซียอย่าง Sati Pot หรือพื้นที่สำหรับการทำงาน (Co-Working Space) อย่าง Indigo มีลูกค้าจำนวนมากทุกวัน กิจกรรมที่น่าสนใจมีตั้งแต่การเปิดการศิลปะ แสดงบทกวีประกอบดนตรีแจ๊ส ไปจนถึงการเต้นรำ ยังมีสถานที่อย่าง Eden, Guy's Bar และ Lost Paradise ที่ได้ต้อนรับทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่นๆ ของไทย จากพลบค่ำถึงรุ่งเช้า
Forward Phangan กลุ่มอาสาสมัครของชาวเกาะพะงัน ผู้ประกอบการในพื้นที่และองค์กรอื่นๆ กำลังทำงานร่วมกันเพื่อปรับปรุงเกาะให้น่าอยู่ทั้งกับชาวเกาะเองและผุ้มาเยือน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฟูลมูนปาร์ตี้จะกลายเป็นหัวข้อสำคัญในการสนทนาเมื่อเร็วๆ นี้ จักรา แบรนด์ (Jakkra Brande) หนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม มองว่า อนาคตที่ยั่งยืนของฟูลมูนปาร์ตี้และเกาะพะงัน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนโฉมขายส่ง แต่เป็นการชื่นชมสิ่งที่ทำให้เกาะแห่งนี้มีความพิเศษ
แบรนด์ ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของร้าน Nira's Bakery ในย่านท้องศาลา เล่าว่า เดิมตนมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ และเดินทางมาเกาะพะงันตั้งแต่ปี 2527 ซึ่งในเวลานั้นตนมีอายุเพียง 7 ขวบ แต่วันนี้เขาก็ยังจำได้ถึงบรรยากาศที่งดงามของธรรมชาติบนเกาะและการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคนในพื้นที่ จึงเห็นว่า การเปลี่ยนตัวเองไม่ใช่เรื่องผิด เราจำเป็นต้องปรับปรุงสิ่งที่เรามีอยู่แล้วที่นี่ แน่นอนว่าหาดริ้นสามารถทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเรียนรู้ที่จะชื่นชมสิ่งที่มีไม่ว่าสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์และความเป็นมิตร ต้องรักษาไว้ก่อนที่มันจะหายไป
รายงานข่าวทิ้งท้ายด้วยการกลับไปยังหาดริ้น การตั้งวงดื่มกินยังคงดำนินต่อไป ผู้คนยกแก้วขึ้นพร้อมกับมีขนมปังปิ้งอีกชิ้น วางไว้เพื่ออุทิศให้กับเพื่อนอีกคนที่ไม่อยู่ที่นั่น และพวกเขาหวังว่าจะได้พบกันอีกในไม่ช้า ส่วน พี่น้อย ก็บอกว่า มีคนพยายามสร้างฟูลมูนปาร์ตี้ขึ้นในพื้นที่อื่นๆ แต่ไม่มีใครทำได้ ดังนั้นเรารอแทบไม่ไหวแล้วที่จะเห็นผู้คนกลับมาร่วมเฉลิมฉลองปาร์ตี้ริมหาดที่ดีที่สุดในโลก
ที่มา :
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี