นมัสการ'หลวงพ่อใหญ่ไชยมงคล'อำนาจเจริญ สนทนาธรรมกับเจ้าคณะตำบลคำพระ

นมัสการ'หลวงพ่อใหญ่ไชยมงคล'อำนาจเจริญ สนทนาธรรมกับเจ้าคณะตำบลคำพระ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2564, 20.05 น.

28 มีนาคม 2564 ปัจจุบันจิตใจของมนุษย์ บางคนมีความโหดร้ายรุนแรง ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน จึงเป็นภาพสะท้อนถึงการขาดศีลธรรมประจำใจ ไม่เข้าวัดปฏิบัติธรรมทำให้สังคมไม่น่าอยู่ เป็นภัยต่อผู้ที่หากิน โดยสุจริตต้องหวาดผวาหวาดกลัว ในการดำเนินชีวิตเพราะเสี่ยงชีวิตทุกวินาที  

ด้วยเหตุนี้ทำให้คนต้องเอาตัวรอดเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น โดยเฉพาะสังคมเมืองหลวงและเมืองใหญ่ มักจะเกิดปัญหาความรุนแรง มากกว่าสังคมชนบท ซึ่งในชนบทผู้คนยังคงมีความ รักใคร่ สามัคคี ปรองดอง เอื้ออาทรต่อกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะการร่วมงานบุญงานประเพณีประจำปีและการทำบุญ เข้าวัดปฏิบัติธรรมยังมีให้เห็นเป็นประจำทุกวัน 


ที่วัดไชยคำ ตั้งอยู่ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ แม้จะเป็นวัดขนาดเล็ก มีเนื้อที่ 9 ไร่เศษ มีญาติโยมพุทธศาสนิกชนเดินทางเข้าไปทำบุญสร้างกุศลอย่างหนาแน่น เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาเป็นมงคลแก่ชีวิต โดยมีพระครูธีรธรรม มาลังการ อายุ 54 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดไชยคำและตำแหน่งเจ้าคณะตำบลคำพระ ปกครองพระสงฆ์ 5 รู ป สามเณร 2 รูป มัคนายก 3 คน สังกัดมหานิกาย 

พระครูธีรธรรม มาลังการ เจ้าอาวาสวัดไชยคำและเจ้าคณะตำบลคำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ เล่าว่า วัดไชยคำ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2315  เป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุ 249 ปี ด้วยแรงศรัทธา ของญาติโยม พุทธศาสนิกชนบ้านคำพระ ร่วมกันสร้างกุฎิถวายหลังแรกแบบบ้านไม้โบราณ ใช้ได้มาถึง ปี พ.ศ. 2472 เพราะผุพัง จึงมีการก่อสร้างหลังใหม่แทนเป็นหลังที่ 2 และปี พ.ศ.2522 มีการรื้อถอนและก่อสร้างหลังที่ 3 จนถึงปัจจุบัน 

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2489 ศาลาการเปรียญ หลังแรกที่สร้างอาสนสงฆ์ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวัด  อาคารชำรุดทรุดโทรมมาก ชาวบ้านจึงได้ร่วมมือรื้อถอนออก และเมื่อปี พ.ศ.2491 ชาวบ้าน จึงได้ร่วมมือกันก่อสร้างศาลาการเปรียญหลังที่ 2 ขึ้นแทนหลังเดิม โดยใช้ประกอบพิธีทางศาสนาจนถึงปี พ.ศ.2505 จากนั้น เมื่อปี พ.ศ.2506 พันเอกปิ่น มุทุกัณต์ อธิบดีกรมศาสนาในสมัยนั้น ได้ให้งบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างศาลาการเปรียญ หลังที่ 3 แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.2524 

สำหรับอุโบสถ มีการก่อสร้างถึง 3 หลัง ซึ่งหลังแรก ก่อสร้างเมื่อใดไม่ปรากฏหลังฐานแน่ชัด หลังที่ 2.ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2471 ด้วยสภาพการใช้งานที่นาน อุโบสถจึงเก่าแก่ ชำรุดแต่ก็ยังคงสภาพเดิมไว้อย่างสมบูรณ์จนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ ชาวบ้านคำพระจึงพร้อมใจกันก่อสร้างอุโบสถหลังที่ 3.เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2537 เสร็จสมบูรณ์ วันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2540 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 3 ปี โดยได้รับงบประมาณจากพุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสร่วมก่อสร้างเป็นเงินทั้งสิ้น 4,900,000 บาท 

ส่วนที่โดดเด่น ซึ่งพุทธศาสนิกชนเดินทางเข้ามากราบไหว้ บนบาน ขอพรเป็นประจำก็คือ หลวงพ่อใหญ่ไชยมงคล ประดิษฐานอยู่ในวิหาร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ อายุ 200 ปี สูง 3 เมตร หน้าตักกว้าง 1.80 เมตร เนื่องจากชาวบ้านตั้งใจจะไปช่วยกันก่อสร้างพระธาตุพนม จ.นครพนม เมื่อเดินทางไปถึง อ.ธาตุพนม พบว่า องค์พระธาตุพนม ก่อสร้างเสร็จแล้ว จึงเดินทางกลับ บ้านคำพระ และเพื่อไม่ให้เสียความตั้งใจ ก็เลยร่วมกัน สร้างพระพุทธรูป นามว่า หลวงพ่อใหญ่ไชยมงคล ขึ้นมาตามแรงศรัทธา 

และในระหว่างวันที่ 12 – 13 เมษายน ของทุกปี ก็จะมีการจัดงานประจำปีเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะวันที่ 13 เมษายน คือวันสงกรานต์ ก็จะมีการอัญเชิญ องค์จำลอง หลวงพ่อใหญ่ไชยมงคลแห่ไปรอบๆชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านได้ร่วมกันสงฆ์น้ำหลวงพ่อใหญ่ไชยมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ตนเองและครอบครัว และที่สำคัญผู้คนนิยมเข้ามาอธิฐาน ให้หลวงพ่อใหญ่ไชยมงคล ช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น ขอบุตร สอบรับราชการ เลื่อนตำแหน่ง ฯลฯ หากสำเร็จจะมีการถวายผลไม้ 9 อย่างแก้บน และที่หลวงพ่อชอบมากที่สุดก็คือ การแก้บนด้วยการจุดบั้งไฟ  

สำหรับด้านข้างใกล้กับวิหาร หลวงพ่อใหญ่ไชยมงคล เป็นที่ตั้งของอุโบสถ โดยมีใบเสมาหิน อายุ 1,000 ปี ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน โดยรอบ จำนวน 8 ใบ ในแต่ละใบเสมาหิน มีการสลักลวดลายอยู่บนเนื้อใบเสมาหิน 2 แบบ คือแบบบัวคว่ำ บัวหงายและแบบเป็นดาบ มีบัวคว่ำ บัวหงาย อยู่พื้นล่าง และบริเวณลานด้านหน้าอุโบสถ ก็จะพบเห็น พระพุทธรูป นามว่า หลวงพ่อโตอุตมะ ปางมารวิชัย ขนาดสูง 15 เมตร หน้าตักกว้าง 5 เมตร อย่างสวยงาม 

พระครูธีรธรรม มาลังการ เจ้าอาวาสวัดไชยคำและเจ้าคณะตำบลคำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ เทศนาว่า เมื่อเรายีดมั่นเอาพระไตรสรณคมน์เป็นที่พึ่งแล้ว ไม่ดูหมอ แต่งแก้บูชา เสียเคาะห์เสียขวัญ เว้นจากการนัยถือพระภูมิเจ้าที่ เทวบุตร เทวดา มนต์กลคาถาวิชาต่างๆ ถ้านับถือเมื่อใด ก็ขาดจากคุณของพระรัตนตรัย การทำความดีนั้น เป็นอกาสิโก คือ ไม่เลือกกาลเวลาทำเมื่อไรได้ผลเมื่อนั้นและควรบำเพ็ญบุญในพระพุทธศาสนาเท่านั้น ก็ถือว่าเป็นอุบาสกอุบาสิกา พวกเราทั้งหลายต้องเป็นผู้เชื่อกรรม พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรางสอนให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำใจให้บริสุทธิ์สดใน

โดยความเชื่อในพระพุทธเจ้ามี 4 ประการ คือ1.กัมมสัทธา เชื่อกรรม 2.วิบากสัทธา เชื่อผลของกรรม 3.กัมมัสสกตาสัทธา เชื่อพระปัญญาตัรสรู้ของพระคถาคต 4.คถาคตโพธิสัทธา เชื่อพระปัญญาตรัสรู้ของพระคถาคต อธิบายว่า กุศลกรรม คือความดี เหตุดี ได้ผลดี เหตุชั่ว ได้ผลชั่ว เชื่อว่าบรรดาสัตว์ทั้งหลายที่ยังมีกิเลสสานุสัย ทำกรรมอันใดด้วย กาย วาจา ใจ ก็ย่อมได้เสวยผลกรรมนั้นๆ กรรมนั้นแหละย่อมจำแนกสัตว์ผู้กระทำให้ประณีตและเลวทรามต่างกัน ความหยั่งรู้ในคุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรมเจ้า คุณพระสงฆ์เจ้า เชื่อไปว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ความโกรธชอบด้วยพระองค์เอง ธรรมที่พระองค์ทรงสั่งสอนวไนยสัตว์ ได้เชื่อว่า ตรัสรู้ชอบแล้ว และสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว เป็นต้น  

เมื่อเราศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แล้ว ก็ให้พากันทำความดีให้ทุกวันไม่เลือกวันเวลา เช่น การปฏิบัติธรรม ไม่เชื่อมงคลตื่นข่าว ว่าทำวันนั้นเวลานั้นจึงจะเจริญดีมีความสุข คือ การทำความดีนั้น เป็นอกาสิโก คือไม่เลือกาลเวลา ทำเมื่อไรได้ผลเมื่อนั้น ถือเอาความเหมาะสมและสะดวกเป็นประมาณ ขอให้ทำบุญในพระพุทธศาสนา คือให้ทาน รักษาศีล เจริเมตตาภาวนา ก็เชื่อว่า รักษาสมบัติอุบาสถอุบาสิกาไว้ได้ 

พระครูธีรธรรม มาลังการ เจ้าอาวาสวัดไชยคำและเจ้าคณะตำบลคำพระ เทศนาตอนสุดท้ายว่า ขอให้ญาติโยมพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นหลักให้มีศีล สมาธิ ปัญญาได้แก่ ศีล ก็คือให้ถือศีล 5 ข้อ อย่างเคร่งครัด เช่น ห้ามลักทรัพย์ ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามดื่มสุรา ห้ามประพฤติผิดในกามและห้ามพูดเท็จ หากทุกคนทำได้ปฏิบัติได้ ก็จะมีแต่ความสงบ ไม่วุ่นวายเหมือนทุกวันนี้ ส่วนสมาธิ ก็บอกในตัวมันเองแล้วจะต้องตั้งมั่น ยึดมั่นและปัญญา ถ้าคนเรามีปัญญา จะทำอะไรต้องใช้ปัญญา ไตร่ตรองให้ดี แล้วปัญหาอุปสรรคต่างๆที่ประสบก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top