ชาวบ้านรวมตัวค้านวัดป่าพิมลฯ ขุดลอกลำห้วยเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมะ

ชาวบ้านรวมตัวค้านวัดป่าพิมลฯ ขุดลอกลำห้วยเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมะ

วันจันทร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564, 19.17 น.

ชาวบ้านรวมตัวค้านวัดป่าพิมลฯ ขุดลอกลำห้วยเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมะ ชี้ทำลายป่าและธรรมชาติ

19 เม.ย. 64  เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ป่าชุมชนหนองนารี หมู่ 8 ต.บุสูง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ คณะกรรมการป่าชุมชนหนองนารี พร้อมด้วย ดร.พระมหา ติ่ง มหิสสโร พระลูกวัดป่าพิมลมังคลาราม ต.ทุ่งไชย อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ นายบุญเพ็ง ดวนใหญ่ กำนัน ต.บุสูง พร้อมผู้ใหญ่บ้านหนองนารี และผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนแดงโนนม่วง ได้ประชุมร่วมกัน ในเรื่องที่ทางวัดป่าพิมลมังคลารามได้จ้างรถแบ๊คโฮมาขุดลอกลำห้วยเก่าที่ตื้นเขิน โดยได้มีการแผ้วถางตัดต้นไม้เป็นการทำลายป่า ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมกันอนุรักษ์ไว้  


 

 

นายสมร สุปัตติ อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 8 ต.บุสูง คณะกรรมการป่าชุมชนหนองนารี กล่าวว่า ตนเห็นมาตั้งแต่เกิดแล้ว ตรงนี้เป็นป่าอยู่ในเขตปกครองของอำเภอวังหิน ให้เทศบาลตำบลบุสูงเป็นหน่วยงานดูแล ตนเกิดมาอายุได้ 70 กว่าปี เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ได้นำกล้องมาส่องจับแนวเขตพร้อมกับบอกว่า ต้องยึดเอาลำห้วยสำราญเป็นแนวเขต และเจ้าหน้าที่ป่าไม้แจ้งว่าป่าผืนนี้มีเนื้อที่ 700 กว่าไร่ ที่ผู้ใหญ่บ้านหนองนารีบอกว่าเห็นด้วยที่ทางวัดจะขุดลอกลำห้วย ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือทำเป็นที่ปฏิบัติธรรม ตนว่าผู้ใหญ่บ้านพูดไม่ถูก ทำไม่ถูก ที่จะให้ดำเนินการแบบนั้น ตนเห็นว่าเป็นการทำลายป่า ตนต้องการให้อนุรักษ์ รักษาไว้ให้ลูกหลานได้ดูได้เห็นป่า ซึ่งนับวันจะหายากไปเรื่อยๆ เพราะป่าถูกบุกรุกทำรายจนจะหมดแล้ว

 

 

ด้าน ดร.พระมหาติ่ง มหิสสโร พระลูกวัดวัดป่าพิมลมังคลาราม กล่าวว่า ปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้ เกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่างประชาชนทั้งสองฝั่งสองอำเภอคือฝั่งบ้านหนองนารี ตำบลบุสูง อำเภอวังหินกับฝั่ง กับประชาชนฝั่งบ้านโนนแดงโนนม่วง ตำบลทุ่งไชย อำเภออุทุมพรพิสัย เพราะชาวบ้านโนนแดงโนนม่วงบอกว่าผืนป่าดังกล่าวนี้อยู่ในเขตของบ้านโนนแดงโนนม่วง แล้วมีการบุกรุกเข้ายึดเป็นที่ทำกินเข้ามาปลูกไม้ยูคาลิปตัส จึงต้องการให้ทางวัดเข้ามาพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางพุทธศาสนา เป็นสถานปฏิบัติธรรมที่ทุกคนเข้ามาศึกษาเรียนรู้พระธรรมวินัยได้ พร้อมกับขุดลอกลำห้วยเดิมที่ตื้นเขินไปทางวัดจึงได้ตั้งงบประมาณจ้างรถแบ๊คโฮเข้ามาขุดลอก โดยไม่ได้แผ้วถางป่า

 

 

 “ทางวัดจะตัดแต่ต้นไม้ยูคาลิปตัสออกเท่านั้น เพราะเป็นการลักลอบเข้ามาปลูก เป็นการขอพื้นที่คืน ไม่มีการตัดโค่นต้นไม้ยืนต้นอย่างอื่น แล้วก็จะมีการปลูกต้นไม้ขึ้นมาทดแทนในพื้นที่ว่าง เพื่อเป็นการคืนต้นไม้ให้ป่าให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ การขุดลอกลำห้วยก็เพื่อให้น้ำไหลเข้ามาได้เหมือนแต่ก่อนมา จะทำให้มีสัตว์น้ำสัตว์ป่าเข้ามาอีกมากมาย ชาวบ้านจะได้หาประโยชน์จากป่านี้ด้วยการเข้าไปหาเก็บเห็ดเก็บของป่า และเมื่อมีประชาชนพุทธศาสนิกชนมาศึกษาธรรมะ มาปฏิบัติธรรมก็จะเกิดมีการซื้อขายสินค้าจะทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจทำให้เกิดมีรายได้เข้ามาสู่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป” ดร.พระมหาติ่ง กล่าว        

 

                                                     

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top